SME โตได้ง่าย ๆ กับ Google AdWords
พล ธนาปัญญาวรคุณ
กรรมการผู้จัดการบริษัท โทเทิล บิสิเนส ดีเวลอปเมนท์ จำกัด

การตลาดกับ Facebook


 

Facebook เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีคนใช้งานเยอะที่สุด


Facebook จุดเชื่อมของเนื้อหาที่ดี และการทำโฆษณา เพื่อให้เกิดคนที่รักและเชื่อมั่นในสินค้าเรา จนเกิดการบอกต่อ (Share) และเกิดยอดขายที่สม่ำเสมอ

Facebook Fanpage คือ หน้า Facebook ที่สร้างขึ้นมาเพื่อสำหรับเป็นที่พูดคุยกัน แจ้งจ่าวสาร ประชาสัมพันธ์สินค้า จัดกิจกรรมระหว่างเจ้าของสินค้าและผู้ที่สนใจ



ข้อดีของการมี Facebook Fanpage
1. เพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บ
2. เป็นช่องทางการสื่อสารระหว่างเจ้าของสินค้ากับลูกค้าโดยตรง
3. สำหรับพูดคุย แชร์ข่าวสาร รับรู้ปัญหาแบบใกล้ชิด และไม่เสียค่าใช้จ่าย
4. สร้างการบอกต่อในสินค้าได้ดี
5. จับตาดูพฤติกรรมลูกค้าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผ่านการ Comment หรือ inbox เข้ามาใน Page

Note :

1. Facebook Fanpage เหมาะกับสินค้าที่มีคนพูดคุยกันในจำนวนมาก ๆ อาจจะไม่เหมาะกับสินค้าเฉพาะทาง
2. ทุก ๆ Post ที่ใน Fanpage จะไม่ได้แสดงผลกับทุกคนที่ Like Fan Page แต่จำนวนการแสดลผลจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่ว่า Post นั้นมีคุณภาพแค่ไหน โดยจะดูจากจำนวน like Comment หรือ Share

 

หลักการของ Facebook

เนื้อหาที่ดี >>> จำนวน like ที่มีคุณภาพ >>> Fan ตัวจริง >>> ยอดขาย >>> Share >> Fan ตัวจริง

 

เนื้อหาที่ดี

หมดยุค เนื้อหาที่เน้นการเพิ่ม like แล้ว เนื้อหาประเภทภาพน่ารัก ภาพเด็ก ภาพสัตว์เลี้ยง ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาใน Fanpage คุณ

วันนี้สิ่งที่กลุ่มเป้าหมายคุณต้องการคือเนื้อหาที่มีคุณภาพที่เกี่ยวข้องกับ Fanpage คุณ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารขององค์กร ความรู้ของสินค้าคุณ ภาพกิจกรรม หรือเรื่องราว ๆ ดี ๆ เกี่ยวกับองค์กรคุณ


เนื้อหาดี รู้ได้อย่างไร ดูจากจำนวน Talk About This ในหน้า Fanpage

Talk About This คือการวัดค่าของสมาชิก Fanpage ที่เข้ามามีส่วนร่วมใน Fanpage เรา ไม่ว่าจะเป็นการ Comment , Like, Share หรืออื่น ๆ ใน 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งโดยปกติ จำนวน Talk About This จะมีจำนวนน้อยกว่า จำนวน Fanpage อยู่แล้ว

ตัวอย่าง Fanpage ที่มีเนื้อหาดี

LawDD.Net เป็น Fanpage สำหรับให้ความรู้เรื่องกฎหมาย จะเห็นได้ว่าปัจจุบันมีจำนวนสมาขิกทั้งสิ้น 12,085 likes มีจำนวน Talk About This อยู่ 2,107 คิดเป็น 17.4%


กลุ่มเป้าหมายของ Page เป็นนักฏหมาย นักศึกษาด้านกฎหมาย และผุ้ที่สนใจลักษณะของ Post คือการให้ความรู้ด้านกฎหมายแบบสั้น ๆ ง่าย ๆน่าสนใจ
ข้อสังเกตุ จะเห็นว่าทุก Post จะมีคน like Share และ Comment พร้อมทั้งมีคน inbox เพื่อสอบถามเกี่ยวกับกฎหมาย

ดังนั้น จำนวน like ไม่สำคัญเท่าจำนวน Talk About This เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เลิกซื้อ Like ประเภท 3,000 บาท ได้ 10,000likeกันเถอะนะครับ แล้วหันมาทำเนื้อหาที่มีคุณภาพดีกว่า

การโฆษณากับ Facebook
Facebook มีการทำโฆษณาที่เหมาะสำหรับธุรกิจทั่วไปอยู่ 3 แบบคือ
1. โฆษณา Facebook เพื่อเชื่อมไปยังเว็บไซต์ โฆษณาชนิดนี้มีเพื่อเพิ่มจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ สร้างโอกาสในการขายสินค้า
2. โฆษณา Facebook เพื่อเพิ่มจำนวน Like สำหรับผู้ที่ต้องการจำนวน like เพื่อใช้สำหรับสร้างกิจกรรม และติดต่อสื่อสารกับผู้ที่สนใจในสินค้าและบริการ เพื่อสร้างยอดขายได้ในอนาคต
3. โฆษณา Post ใน Facebook Post ทุก Post ใน Facebook คุณสามารถโฆษณาได้ โดยสามารถทำได้หลายจุดประสงค์ ตั้งแต่การขายสินค้า ประชาสัมพันธ์กิจกรรม หรือกระจายข่าวสาร จุดเด่นของการทำโฆษณา Post คือ ถ้าเนื้อหาดี จะมีการบอกต่อโดยการแชร์ ทำให้การกระจายข่าวสารเป็นไปในวงกว้างมากยิ่งขึ้น แต่มีกฎเล็ก ๆสำหรับ รูปภาพใน post นั้น ๆ จะต้องมีตัวอักษรไม่เกิน 20% ¬ของขนาดภาพ

การเลือกกลุ่มเป้าหมายใน Facebook
กลุ่มเป้าหมายใน Facebook สามารถเลือกได้โดยกำหนด
1. ประเทศ และเมือง
2. อายุ
3. เพศ
4. ความสนใจ โดยมีหมวดหมู่ดังนี้ (เอาจากใน โฆษณา FB)
5. โฆษณาหรือไม่โฆษณาเฉพาะกับสมาชิกและเพื่อนของสมาชิกใน Fanpage คุณ
6. ความสัมพันธ์ : โสด แต่งงาน หม้าย ฯลฯ
7. ระดับการศึกษา
8. ค่าโฆษณาต่อวัน


จุดเด่นของการทำโฆษณาบน Facebook คือการที่เราสามารถเลือกได้ว่า จะโฆษณากับคนที่ Like และเพื่อนคนที่ Like Fanpage เราได้ ซึ่งตามหลักการแล้ว คนที่ Like Fanpage เรา แสดงว่าชอบข้อมูลและสินค้าของเรา นั่นหมายถึงเพื่อนของคนที่ Like Fanpage เราก็ควรจะชอบสินค้าและบริการเราด้วย เพราะคนเป็นเพื่อนกันควรจะชอบสิ่งที่คล้าย ๆ กัน และทำให้การโฆษณาของเราตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

 

Note การโฆษณา Post บน Facebook เราสามารถเลือกได้เพิ่มอีกว่า จะให้โฆษณาคนที่ Like Share และ Comment และเพื่อนของเขาได้อีกด้วย ซึ่งยิ่งทำให้การทำโฆษณาตรงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น

มี Facebook แล้วต้องมี Website ด้วยหรือไม่
การมี Website มีจุดประสงค์แตกต่างกันกับการมี Facebook Website เหมาะสำหรับการให้ข้อมูลข่าวสารขององค์กร สินค้า บริการและข้อมูลการติดต่อองค์กร ส่วน Facebook เหมาะสำหรับการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า กลุ่มเป้าหมาย สร้างกิจกรรมร่วมกัน แจ้งข่าวสาร ตอบปัญหา
หากเรามองให้ง่ายไปกว่านั้น Website เปรียบเสมือนนามบัตรและแคตตาล็อกสินค้า ส่วน Facebook เปรียบเสมือนจดหมายข่าว หนังสือข่าวสารองค์กร ซึ่งทั้งสองส่วนทำคนหน้าที่กัน แต่เป็นส่วนเสริมซึ่งกันและกัน ทำให้ธุรกิจเติบโต

comments powered by Disqus
2013-10-14
Google และ Facebook เลือกขายของบนจุดที่แตกต่างแห่งกระบวนการตัดสินใจซื้อ
2012-08-23
คุณรู้จัก Google แล้วมั่นใจหรือเปล่าว่า Google รู้จักคุณ!
2012-11-19
สัญญาณอันตLINE
2012-08-29
ไม่รู้จัก Keyword อย่าคิดทำโฆษณากับ Google
2013-11-11
การตลาดออนไลน์
2012-09-03
AdWords กับ SEO มาเข้าใจกันหน่อย
2012-11-26
โลกออนไลน์ โลกของผู้ซื้อ ?
2012-09-10
ความจริงที่ต้องรู้กับการทำ SEO โฆษณากับ Google แบบไม่เสียเงิน
2012-09-17
เสียค่าโฆษณาเมื่อมีคนคลิก แฟร์หรือยัง
2012-09-24
AdWords คืออะไรกันแน่?
2012-12-17
ทำไม Google เรื่องมาก
2012-12-24
Google Display Network
2012-10-01
มีเงิน 100 ล้านบาทก็โฆษณาบนแถบเหลืองของ Google ไม่ได้
2012-10-08
รู้หรือเปล่า ธุรกิจคุณอาจโฆษณากับ Google ไม่ได้
2012-10-15
เสียค่าโฆษณาให้ Google แต่ไม่เห็นโฆษณาตัวเองใน Google
2012-10-22
ค่าคลิก สำคัญไฉน
2013-07-15
เราเห็นอะไรจากการเติบโตของโฆษณาดิจิตอล
2012-10-29
ทำไมโฆษณากับ Google ถึงได้ผล
2013-07-29
เลิกซื้อ Like กันเถอะ
2013-02-11
วิธีเสียเงินค่าโฆษณาของ Google Display Network
2012-11-05
CTR ค่านี้สำคัญนะจะบอกให้
2013-08-26
การเพิ่ม like กับความทรงจำที่แสนเจ็บปวด
2012-11-12
วิธีเพิ่ม CTR ให้กับโฆษณาของคุณ
2013-09-16
SME ได้อะไรจากการทำโฆษณาบน Facebook
2013-09-30
ทำไมการทำโฆษณาออนไลน์ถึงเหมาะกับ SME
107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com