GURUMODEL
สมศักดิ์ รัตนนิทัศน์
เจ้าของธุรกิจ www.gurumodel.com

การทำธุรกิจคือการเดินสายกลาง


ปัญหาการเข้ามาของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ทำให้สมศักดิ์เรียนรู้ที่จะทำการตลาด มองหาลูกค้า และแก้ปัญหาด้วยการใช้เทคโนโลยีให้ทันกับโลกยุคใหม่

                “สิ่งที่ยากที่สุดคือคน เราต้องรู้วิธีหาลูกค้ามากขึ้น สมัยก่อนเราหาลูกค้าสะเปะสะปะ เพื่อนรู้จัก แนะนำมา เข้าไปคุยกับเขาหน่อย แบบนี้ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เพราะส่วนใหญ่เขามีเจ้าประจำอยู่แล้ว เวลาทำงานส่งออกไปแต่ละชิ้น ต้องทำให้ลูกค้าสนใจ ดึงดูดมากที่สุด แล้วเราก็จะติดสติกเกอร์ชื่อร้านเราไป ลูกค้าจำนวนนึงที่เห็นแล้วรู้ว่างานแบบนี้คือสิ่งที่เขาต้องการ เขาก็มาหาเรา”

                การมีลูกค้าที่ไม่แน่นอนทำให้บางครั้งสมศักดิ์ต้องรับงานด่วน และไม่มีโอกาสที่จะเลือกทำงาน ลูกน้องจึงเครียด กดดัน ส่งผลให้งานออกมาไม่สมบูรณ์นัก จนกระทั่งสมศักดิ์ค้นพบสื่อออนไลน์ซึ่งเป็นช่องทางใหม่ที่ทำให้การหาลูกค้าของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

                “ผมเริ่มใช้อินเตอร์เน็ตมา 3 ปี มันเวิร์กนะ ตอนแรกผมทำเว็บไซต์แล้วใส่ลงในอินเตอร์เน็ตเฉยๆ ปกติ ก็มีลูกค้าตอบรับมาบ้าง เฉลี่ยเดือนนึงประมาณ 1-2 เจ้า แต่ตอนหลังพอมารู้จักการโฆษณา ที่ทำให้เว็บไซต์ของเราขึ้นไปอยู่หน้าแรกของกูเกิ้ล ลูกค้าก็โทรมาทุกวัน วันละประมาณ 1-3 ราย แต่เราก็รับได้แค่เท่าที่เราทำได้

                งานโมเดลเป็นงานรายละเอียดเยอะ เหนื่อยมาก เราเลยไม่อยากทำงานเร่ง เมื่อก่อนไม่มีสื่อออนไลน์ เราจะเลือกลูกค้าไม่ได้เลย เพราะเราไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะมีลูกค้าหรือเปล่า แต่พอทำโฆษณาทางสื่อออนไลน์ เรามีลูกค้ามาเรื่อยๆ กลุ่มลูกค้ากว้างขึ้น ตอนนี้มีคนให้ทำโมเดลอื่นๆ มากขึ้น เช่น เครื่องจักร เราก็สามารถกรองและรับเฉพาะลูกค้าที่แมตช์กับเราได้ มันดีตรงนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเหนื่อยมาก ต้องรับทุกงานพยายามไม่ปฏิเสฐลูกค้า ถ้าไม่รับ ลูกค้าก็จะไปหาบริษัททำโมเดลอื่นๆ  ทำให้ลูกค้าเราในวันข้างหน้าลดน้อยลง จนบางช่วงถึงกับไม่มีงานให้ทำเลย

ตอนนี้เราสุขภาพจิตดีขึ้นเยอะ รายได้อาจจะไม่เท่าเดิมแต่สุขภาพดีขึ้น เราไม่อดหลับอดนอน งานไม่มีการพอกหางหมู ลูกน้องแฮปปี้ เราก็มีความสุข”

การใช้อินเตอร์เน็ตไม่เพียงสร้างลูกค้าที่แน่นอนให้กับกูรูโมเดล แต่ยังทำให้การทำงานสะดวกสบายมากขึ้น เมื่อคุณสมศักดิ์หันมาติดต่อลูกค้าผ่านทางอีเมล์มากขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางออกไปพบลูกค้าบ่อยเท่าเดิม สมศักดิ์เล่าว่า บางงานคุยงานแล้วตกลงกันผ่านอินเตอร์เน็ต ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาทีก็เข้าใจกันได้เลย

“สมัยก่อนเรารู้สึกว่าใครทำงานได้เร็วที่สุดจะได้เปรียบ ฝีมือก็อาจจะเป็นอันดับรอง เพราะสุดท้ายลูกค้าเห็นว่าต้องใช้งานให้ทันเวลา สำคัญกว่าความสวยงาม แต่ตอนนี้งานของผมจะกำหนดตารางเวลาตายตัวได้มากขึ้น ถ้าเราไม่ได้ก็บอกว่าไม่ได้ เพราะเราอยากทำงานที่ดีที่สุดจริงๆ”

                ทุกวันนี้ สมศักดิ์อายุ 49 ปี เป็นเจ้าของกิจการทำโมเดลที่มีชื่อเสียงในวงการ แต่ก็ยังคงยึดหลักในการทำงานที่พอดี และเอาใจใส่ดูแลลูกน้อง 5-6 คนของเขา แทนที่จะสนใจแต่เรื่องเม็ดเงินที่กลับเข้ามาหาตัวเอง

                “การทำธุรกิจคิอการเดินสายกลาง ใครๆ ก็อยากรวย แต่ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ถ้าอยากรวยก็ต้องทำเยอะ ผมผ่านพวกนั้นมาแล้ว ตอนนี้ผมยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง แค่ทำได้ พออยู่ได้ ไม่ต้องเดือดร้อน มีน้อยใช้น้อยก็อยู่ได้ ไม่ต้องสร้างหนี้สร้างสินอะไร บางคนทำงานเยอะ เหนื่อย ได้หลายแสน แต่พอใช้เยอะ ก็หมดนะ เพราะยิ่งคนงานเยอะ ค่าใช้จ่ายก็เยอะ ดูแลลูกน้องไม่ทั่วถึง ถ้าเราทำพอดีๆ ก็ใช้พอดีๆ ถ้าพลาดพลั้งอะไรก็เล็กๆ เราจะไม่เจ็บอะไรมาก

ทำธุรกิจเองมันดี มันอิสระ ผมเคยเป็นลูกจ้างมันอึดอัด น่าเบื่อ ต่อให้เป็นงานที่เรารัก แต่เหมือนมีอะไรมาบีบเราไว้ตลอด แต่พอได้เป็นเจ้าของธุรกิจ ผมก็เอาอารมณ์นี้มาเก็บไว้เป็นบทเรียนเวลาทำงานกับลูกน้อง เวลารับงานจะปรึกษากันก่อน เน้นให้ลูกน้องสบายใจเป็นหลัก บางคนทำทุกอย่างเพื่อให้ได้งานมา แต่พอเวลาจริงทำไม่ได้ ก็ทำให้เขาเสียชื่อบริษัทหมด

หลักการทำธุรกิจของผมคือรับงานให้พอดี ไม่รับเยอะจนไม่ไหวเหมือนเมื่อก่อน ให้ลูกน้องเขาแฮปปี้ มีเวลาพักผ่อน ถึงรายได้จะลดหายไปบ้างก็มีความสุข ความสำเร็จของผมคือส่งงานเสร็จไปชิ้นต่อชิ้น ลูกค้าพอใจ แค่นี้ก็พอแล้ว”

                คุณสมศักดิ์ทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มง่ายๆ ที่เหมือนจะบอกว่าการใช้ชีวิตคือการเดินสายกลาง

การทำธุรกิจก็เช่นกัน

comments powered by Disqus
107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com