โมดูล่าร์ ธุรกิจใหม่ของวงการ
เกียรติศักดิ์ เทียนชัยสิทธิ และ สุพรรษา เทียนชัยสิทธิ
เจ้าของธุรกิจ SC House Factory บ้านสำเร็จรูป ระบบโมดูล่าร์ :http://www.schousefactory.com/

ถ้าไม่เข้าถ้ำเสือ ก็ไม่มีวันได้ลูกเสือหรอก


              สองคนรุ่นใหม่ผู้ปลุกปั้น SC House Factory บริษัทและโรงงานผลิตบ้านสำเร็จรูป ระบบโมดูลาร์ ธุรกิจใหม่เอี่ยมของวงการ ให้กลายเป็นที่รู้จักของคนไทยภายในเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งปี ตอนที่ 2 (จบ)

 

                  หลังโชคชะตา พากอล์ฟและหนึ่งมารู้จักกับบ้านสำเร็จรูป ซึ่งน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในการสร้างรีสอร์ท แต่ก็ยังพบอุปสรรคสำคัญที่ทำให้พวกเขาเกือบท้อไปเหมือนกัน นั่นคือเรื่องรูปแบบที่แต่ละที่ก็มีข้อเสียแตกต่างกันไป

                “เราเจอข้อเสียของทุกที่ หนึ่ง แบบที่ถูกใจเราจะราคาสูง แบบที่เหมือนจะถูกใจก็จะไม่มีห้องน้ำ ไม่เดินไฟให้ เราจะต้องมาเสียเวลาหาช่าง เสี่ยงว่าช่างจะทำออกมาดีไหม ไม่ลงตัว เตี่ยก็เลยบอกว่าในเมื่อที่ไหนก็ไม่ถูกใจ ก็เอาทุกอย่างมารวมกันแล้วทำเป็นของเรา เตี่ยมีพื้นฐานของช่าง เตี่ยเลยลงมือเขียนแบบให้ ออกมาเป็นแบบที่เห็นในปัจจุบัน แต่เราก็พัฒนาใส่ลูกเล่นเพิ่มเติม ให้วิศวกรช่วยดู ทำออกมาเป็นรีสอร์ทหลังแรก”

                กอล์ฟและหนึ่งคิดว่าธุรกิจนี้น่าจะทำให้ครอบครัวของพวกเขาได้เงินเป็นก้อนเพื่อมาส่งจ่ายให้กับธนาคารเพื่อชดใช้หนี้ได้ทันในแต่ละเดือน แต่หลังจากคำนวณรายได้และรายจ่าย กลับพบว่ารีสอร์ทอาจไม่ตอบโจทย์เรื่องนี้ได้ ธุรกิจครอบครัวก็คงไปไม่รอด และจะเกิดวิกฤติแน่นอน เมื่อนำบ้านไปตั้งโชว์ครั้งแรก จึงต้องเปลี่ยนแผนกะทันหัน เพื่อเอาชนะวิกฤติไปให้ได้

                “เราคิดว่าไหนๆ เราก็กำลังต้องการเงินมาช่วยธุรกิจครอบครัว ทำไมไม่ลองขายไปดูก่อน ถ้าไม่ขาย ยังไงเราก็ขับรายจ่ายไม่ทัน ทุกอย่างต้องรอธุรกิจรีสอร์ทกับตู้น้ำอย่างเดียว ตอนเราเอาไปตั้งโชว์ในงานวันเกิดเจ้าพ่อเจ้าแม่ชุมแสง ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนนับถือและศรัทธามาก เราก็ยกมือไหว้ท่านและบอกว่าขอให้ลูกประสบความสำเร็จ แล้วลูกจะช่วยเป็นสปอนเซอร์ในงานนี้ 2 แสนบาท แล้วเราก็เอาบ้านมาตั้ง ลุ้นว่าถ้ามีคนจอง รายได้เรามีถึง เราจะเอาเงินไปช่วยงานเจ้าพ่อ เจ้าแม่ ปรากฏว่าในงานมีคนมาจองทั้งหมด 6 หลัง และเราสามารถเอาเงินมาช่วยงานได้ในที่สุด” หนึ่งเล่าที่มา ซึ่งความกล้าได้กล้าเสียของพวกเขา กลายเป็นต้นกำเนิดของธุรกิจบ้านโมดูลาร์ในที่สุด

                เพียง 1 เดือนหลังเปิดธุรกิจ พวกเขาตัดสินใจเข้าถ้ำเสือด้วยการมาออกบูธที่เมืองทองธานี ท่ามกลางคำสบประมาทของคนอื่น

                “ตอนแรกเน้นการตลาดเชิงรุก เราไปออกบูธที่เมืองทองธานีเลย เพราะคิดว่า ถ้าไม่เข้าถ้ำเสือ ก็ไม่มีวันได้ลูกเสือหรอก บางคนบอกว่า โห เพิ่งทำธุรกิจ เข้าบูธเมืองทองเลยเหรอ ทุกคนจะตกใจหมดเลย แต่ถ้าเราไม่หาออร์เดอร์มาให้ได้ แล้วลูกน้องเราจะอยู่ได้ยังไง เรารุกไปออกบูธตามตลาดต่างจังหวัดด้วย และห้างสรรพสินค้า จะมีการจัดบูธต่อเนื่องเลยเพื่อให้ลูกค้ารู้จักเรามากที่สุด”

                 ธุรกิจบ้านโมดูลาร์เป็นสิ่งที่ค่อนข้างใหม่กับวงการ โชคดีที่กอล์ฟมักจะค้นคว้าความรู้จากหนังสือ ทำให้สามารถต่อสู้อุปสรรคมาได้ ธุรกิจของพวกเขาตอนแรกมีลูกน้องเพียง 4 คน ภายในสามเดือนจึงเติบโตจนมีลูกน้องเพิ่มมาเป็น 40-50 การทำธุรกิจที่มีคนครึ่งร้อยมาเป็นลูกน้อง เป็นสิ่งที่ไม่ง่ายสำหรับพวกเขาเลย

จนกระทั่งวันหนึ่งที่พวกเขาค้นพบพลังของสื่อออนไลน์

                 “ตอนแรกที่ทำ google advert เราก็คิดในว่าจะได้ผลเหรอ แต่ถามว่าสำหรับพวกเรา อะไรก็เสี่ยงได้แล้ว อย่างน้อยถ้ามันไม่ดีเราก็หยุดได้ เราไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันคืออะไร เราไม่เคยจับสื่อออนไลน์ ไม่เคยรู้ข้อดีมาก่อน เราก็ไปศึกษาเพิ่มเติม แล้วสุดท้ายเราก็ตกลงลองดู พอได้มาลองใช้บริการก็รู้สึกว่า iTopplus ให้โอกาสเรา ไม่ว่าจะบริษัทใหญ่ แบรนด์ชั้นนำ ลูกค้าที่อยู่ไกลก็มาสนใจสินค้าของ SC house มากขึ้น งานบางงานได้มาใหญ่มากอย่างล่าสุด ทาง 7-eleven เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่ให้เกียรติกับทางเราให้ไปติดตั้งร้านค้ามินิเซเว่น เป็นบ้าน 2 ชั้นสำหรับงานที่เมืองทองธานี เราก็รู้สึกเป็นเกียรติมาก

                 ผมคิดว่าสื่อออนไลน์มีผลมากๆ กับการทำธุรกิจ SMEs ในปัจจุบันนะ เพราะทำให้ลูกค้าที่มีความต้องการที่ตรงกัน แต่อยู่ห่างไกลกัน ได้โคจรมาเจอกัน เพราะบางครั้งเราไม่สามารถออกบูธทุกจังหวัด ทั่วประเทศได้ ต่อให้ออกได้ก็ยังมีลูกค้าที่ไม่ได้ออกมาดูหรือทำความรู้จักกับเราอีกมากมาย”

                นอกจากได้ลูกค้าเพิ่มมาเป็นลูกค้าในกรุงเทพฯ ที่ต้องการบ้านสำเร็จรูปขนาดเล็กๆ เป็นมุมพักผ่อนเพิ่มเติมในบ้านจัดสรร ข้อมูลสถิติจาก google ยังช่วยให้พวกเขาได้วิเคราะห์ตลาดว่าปัจจุบันคนสนใจอะไรมากที่สุด และนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้แตกต่างและดียิ่งขึ้นอีกด้วย

                “ความฝันผมค่อนข้างใหญ่ แต่ผมมองธุรกิจตัวนี้มีอนาคตมาก ตลาดที่อยู่อาศัยขนาดเล็กมีลูกค้าให้ความสนใจและต้องการเยอะ มีคนทำบ้านไม้แบบไทยๆ อยู่เยอะ แต่ในใจของเราคิดว่าถ้าเราทำบ้านไม้ตามเขา เราตามเขาไม่ทันหรอก เราต้องออกนอกกรอบ เป็นสไตล์ของเรา หนึ่งคือ เราทำโรงงานเองก็พยายามลดขั้นตอนในการทำ ทำให้ลูกค้าได้รับบ้านที่มีราคาถูกลง สองคือใช้วัสดุที่อนุรักษ์ธรรมชาติ ไม้สังเคราะห์ เป็นส่วนประกอบสำคัญที่บริษัทที่ผลิตเขาทำมาให้อยู่แล้ว เราแค่ผสมผสานให้เป็นสไตล์ของเราอย่างที่เห็น ลูกค้าก็ได้สิ่งที่ดีที่สุด”

                 ทุกวันนี้ นอกจากฝันที่คิดจะทำแฟรนไชส์รีสอร์ทบ้านโมดูลาร์ พวกเขายังมีเป้าหมายใหญ่กว่านั้น

                 “ตอนนี้เราก็ยังไม่ถือว่าเราประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ที่จริงเราฝันไว้ใหญ่มาก เราเขียน dream sheet ติดบ้านไว้ พอเจออุปสรรคอะไร มันก็จะดูเล็กไปเลย สิ่งที่เราต้องทำมันใหญ่เกินกว่าจะมานั่งเศร้ากับเรื่องเล็กๆ พวกนี้ เป็นมุมมองที่ทำให้เราผ่านไปได้ เราถือว่าเรามาถูกทาง เราบอกตัวเองว่าฝันเราใหญ่ ห้ามล้มเหลว ห้ามท้อแท้ ต้องผ่านไปให้ได้

                 ก่อนหน้านี้ความคิดไม่ใหญ่ คิดว่าเดือนนึงมีแสนเดียวก็พอ พอมาเจอหนังสือนี้ เราตั้งเป้าไว้ใหญ่ ทำให้ธุรกิจเราโตเร็วมาก เรากำหนดปีไว้ด้วยว่า 10 ปีว่าเราอยากได้ตัวเลขเท่าไหร่ ตอนแรกก็ไม่เชื่อว่าจะทำได้นะ คิดด้วยว่าสามีเราบ้านหรือเปล่า พอแปะไปครึ่งเดือน เราก็เริ่มเชื่อ ทำให้จิตใต้สำนึกเราคิดตามไปแล้ว เพราะเขาติดไปทั่วบ้านเลย” หนึ่งเล่าพร้อมระเบิดเสียงหัวเราะ

                 ด้วยวิธีคิดแบบคนรุ่นใหม่ พร้อมแรงผลักดันในกลยุทธ์ทางการตลาดในอินเตอร์เน็ต ทำให้วันนี้หนึ่งและกอล์ฟเป็นคนรุ่นใหม่ เจ้าของธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุด

และสอนให้เรารู้ว่า การไปให้ถึงฝัน ไม่ใช่เรื่องที่คนเราจะทำไม่ได้

 

comments powered by Disqus
107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com