พลิกบทบาทจากตัวสำรอง สู่ตัวจริงบนสนามธุรกิจ
กฤษณะ เส็งประสิทธิ์ thebestmultimedia (เบสท์)
เจ้าของบริษัท เดอะเบสท์ มัลติมีเดีย โปรเฟสชั่นแนล จำกัด : www.thebestmultimedia.co.th/

ถ้าเราได้วิ่งออกไปก่อน ก็มีโอกาสถึงเส้นชัยก่อน

(http://sphotos-a.xx.fbcdn.net/)

            “เปิดบริษัทช่วงแรกแย่มาก โรงงานคุกกี้แถวบ้านเขาคุยกับแม่ผมว่า ลูกพี่ต้องทนหน่อยนะ สัก 3 ปี กว่าบริษัทจะเข้าที่เข้าทาง ผมก็นั่งนึกว่านานไปไหม สัก 2 ปีก็น่าจะพอได้นะ สรุปว่า 2 ปีก็ไม่ประสบความสำเร็จ ผมถูกคนอื่นหลอกให้ไปร่วมธุรกิจกัน โดนไปอีก 2 แสนกว่าบาท เหมือนเป็นหนี้ที่พอกขึ้นเรื่อยๆ”

             แรงกดดันจากช่วงปีแรกในการทำงานที่ไม่ประสบความสำเร็จ บวกกับชีวิตที่ผ่านมาที่อยู่ในตำแหน่งตัวสำรองเสมอมาตั้งแต่เด็ก แทนที่จะทำให้กฤษณะล้มเลิก กลับกลายเป็นแรงผลักแง่บวกที่ทำให้เขาดิ้นรนหาหนทางต่อสู้เพื่อผ่านพ้นมันไปให้ได้ “ทั้งแม่ เพื่อนแม่ ก็บอกว่าอย่าท้อนะ ตัวผมก็ไม่ใช่คนชอบท้อ แต่บางทีก็คิดสงสัยเหมือนกันว่า เวลาจะได้อะไรมาเดี๋ยวก็มักจะมีปัญหาหรือหลุดไป ซึ่งผมเป็นอย่างนี้แต่เด็กจนเคยชิน ซื้อของมาดูดีๆ มันจะกลายเป็นของมีตำหนิ แว่นตาผมซื้อประมาณ 7 พันบาท ดีทุกอย่างแต่ใส่แล้วเจ็บ สุดท้ายก็ต้องชินกับมันให้ได้”

ช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ใครจะคิดว่าแรงบันดาลใจสำคัญ คือเรื่องเล่าเล็กๆ ที่เขาเคยได้ฟังมา

“ตอนเด็กเคยได้ยินเรื่องคน 2 คนที่เรียนมาด้วยกัน เอกับบี เอไม่มีเงินเรียนต่อ ไปทำงานเป็นลูกมือร้านราดหน้า ส่วนบีเรียนจบปริญญาได้ทำงานตำแหน่งใหญ่โต ทำไปได้ 5 ปี ไปเจอเอ เอกลายเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ร้านราดหน้า บีเลยคิดจะออกจากงานมาทำธุรกิจบ้าง แต่ระยะเวลาที่ต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ก็เติบโตไม่ทันเอแล้ว เรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจกับผม คิดว่าคนเราถ้ามีโอกาสก็ฉวยเอาไว้ บางทีการศึกษาระดับสูงๆ อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด ประสบการณ์ทีได้เรียนรู้จริงๆ มันอยู่ในการทำงานต่างหาก”

             กฤษณะกลับมาลองผิดลองถูกอีกครั้งเพื่อหาช่องทางในการทำการตลาดให้กับธุรกิจของตัวเอง ก่อนจะพบว่าช่องทางการตลาดรูปแบบเก่าที่ต้องเดินทางไปหาลูกค้าเริ่มล้าสมัยและไม่เพียงพอต่อความต้องการลูกค้าสำหรับธุรกิจเล็กๆ อย่างเขาอีกต่อไปแล้ว แต่สิ่งที่ได้คำแนะนำจากเพื่อนที่ประสบความสำเร็จ เป็นช่องทางใหม่ที่น่าสนใจกว่า นั่นคือ การตลาดผ่านทางสื่ออินเตอร์เน็ต

             “แรกๆ เปิดบริษัทมาก็วิ่งหาลูกค้าเก่า เข้าไปแนะนำว่าเราลาออกแล้วมาทำอันนี้ มันก็ประสบความสำเร็จได้แค่ระดับนึง สุดท้ายเขาก็อิงกับบริษัทเดิม ผมก็พยายามหาลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น จนวันนึงเพื่อนแนะนำให้ลองเข้ากระบวนการโฆษณาทางอินเตอร์เน็ตดู ผมทำไปได้ครึ่งปี เริ่มสะเปะสะปะ ไม่ตรงจุด ใช้วิธีโฆษณาผ่านคำที่ค้นหา คำไหนคิดว่าใช่ก็เอาหมด ตังค์ลดฮวบ จนสุดท้ายได้มาใช้บริการของ iTopplus ความจริงคือมือผมคลิกไปโดนก็เลยลองดู ลดคำเสิร์ชเหลือประมาณ 9-10 คำ จากเดิมได้ลูกค้าสัปดาห์ละแค่ 3 ราย พอใช้บริการก็ได้ลูกค้าประมาณ 3 รายต่อวัน ถ้าเป็นธุรกิจอย่างอื่นคงดูน้อย แต่งานอย่างผมที่ต้องออกแบบเสียง ไฟ อย่างน้อยใช้เวลา 2-3 วัน ติดตั้งก็ใช้เวลา 2 สัปดาห์ ได้ลูกค้าวันละ 3 คนถือว่าเยอะมาก ทำแทบไม่ทัน”

             ถือเป็นเวลากว่า 3 ปีนับแต่ก่อตั้ง วันนี้ บริษัทของกฤษณะเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น แต่ยังคงหัวใจของการทำธุรกิจที่สำคัญไว้คือความจริงใจและคุณภาพงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้คนอยากซื้อสินค้าบริการ และอยากนำไปบอกต่อ สิ่งที่ยากที่สุดในการทำธุรกิจคือการทำให้ลูกค้าเชื่อใจ เพื่อเป็นจุดขายแต้มต่อที่จะสู้กับบริษัทใหญ่

             “เมื่อก่อนคิดว่าเราทำดีไปเพื่ออะไร เพื่อตายแล้วขึ้นสวรรค์เหรอ คิดอย่างนั้นจนเมื่อ 2-3 เดือนก่อนก็พบว่าสิ่งที่เราทำมันเริ่มตอบแทนเราแล้ว ลูกค้าบอกว่าที่พี่เลือกเธอเพราะพี่เชื่อใจเธอนะ มันอาจจะใช้เวลานานกว่า ยากกว่า แต่ก็คุ้มค่า จากที่เคยฝันอยากมีธุรกิจของตัวเอง ตอนนี้เหมือนผมได้เริ่มต้น เหมือนเด็กเพิ่งเดินได้เตาะแตะๆ ถ้าเราใช้หนี้ที่สะสมมาได้หมดแล้ว มีลูกค้าประจำสม่ำเสมอแน่นอน ผมถึงจะกล้าใช้คำว่าประสบความสำเร็จ

            การทำโฆษณาใน google เป็นเหมือนตัวเชื่อมให้ลูกค้ารู้จักเรา เปรียบเทียบมันก็เหมือนเราไปลงแข่งวิ่งโอลิมปิก คู่แข่งเราอาจจะเป็นแชมป์โลก ศักยภาพเราวิ่งสู่เขาไม่ได้หรอก แต่โฆษณาในกูเกิ้ลเหมือนตัวช่วยทำให้เราออกสตาร์ทไปก่อนคนอื่น เราจะมีสิทธิ์อย่างนี้ทุกครั้งที่ลงวิ่ง การที่เราได้ออกวิ่งไปก่อน ก็มีโอกาสถึงเส้นชัยก่อน แต่สุดท้ายนักกีฬาทั้ง 8 ลู่ ต้องวิ่งไปถึงเส้นชัยด้วยตัวเองอยู่ดี อยู่ที่ว่าใครวิ่งไปถึงก่อนกันเท่านั้นเอง ถ้าเราไม่ดีจริง เราก็อยู่ไม่รอด”

             สิ่งที่กฤษณะค้นพบด้วยตัวเองและเล่าให้เราฟังพร้อมรอยยิ้มคือเสน่ห์ของการทำธุรกิจ สำหรับเขา การทำธุรกิจเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เปลี่ยนพนักงานระดับต่ำสุดที่ทำงานตรากตรำ 5 ปี เคยเป็นแค่ลูกน้องที่มีโอกาสได้คุยกับคนแค่ระดับผู้บริหาร ไม่มีสิทธิ์ได้คุยกับเจ้าของ กลายเป็นเจ้าของธุรกิจที่เป็นที่รู้จักมากขึ้น มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความคิดกับเจ้าของธุรกิจคนอื่นๆ มากขึ้น การได้รับเกียรติที่มากกว่า มอบคุณค่าที่แตกต่างไปให้กับตัวเขา

             “ทุกวันนี้เวลาไปงาน มีคนรู้จักผมมากขึ้น เรากลายเป็นคนตัวใหญ่ขึ้นโดยไม่ต้องเสียเวลาไต่เต้าแบบเดิม ภูมิใจในตัวเองมากขึ้น เชื่อไหมว่าตั้งแต่มาทำงานของตัวเอง ผมนอนแทบไม่ค่อยหลับ ปีแรกๆ เครียดเพราะไม่มีงาน จะทำยังไงก็ได้ให้ขายได้มากกว่าต้นทุน แต่ทุกวันนี้จะเครียดเรื่องงานที่เข้ามาเยอะ วันหนึ่งต้องไป 2-3 ที่ สมองมันตึงจนนอนไม่ได้ ในฝันยังคิดว่าทำงานเลย คนรอบตัวก็ถามผมว่าทำไมไม่ผ่อนคลายบ้าง ถ้างั้น วันนี้กับพรุ่งนี้ผมคิดว่าจะพักบ้างแล้วล่ะ” กฤษณะพูดปิดท้ายอย่างอารมณ์ดี แต่แฝงแววตามุ่งมั่น

 

             ได้เวลาที่เราต้องปล่อยให้เจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่คนนี้ได้พักผ่อน ก่อนจะชาร์จแบตเตรียมกำลังเพื่อออกวิ่งต่อไปในสนามการแข่งขันบนโลกธุรกิจอีกครั้ง

comments powered by Disqus
107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com