Google Gooroo
รพีพรรณ แต้สุริยะเจริญกุล
Advertising Consultant Manager

ทำโฆษณา Google Adwords ไม่เห็นได้ลูกค้าเลย


A : เป็นคำถามที่สะเทือนใจที่สุดเลยค่ะ โดยเข้าใจว่าหลายๆ ท่านกำลังประสบปัญหานี้อยู่... บ้างก็หาสาเหตุเจอแก้ไขได้ทัน บ้างก็ยังหาสาเหตุไม่เจอ เลยล้มเลิกการโฆษณาไป เราลองมาช่วยหาสาเหตุ และวิธีแก้ไขกันค่ะ (โดยนำสถิติจาก Google นั่นแหล่ะมาเป็นตัววิเคราะห์หาสาเหตุ)

  1. โฆษณามีการแสดงผลปกติ มีการคลิกปกติ - ทำไมไม่มีลูกค้าติดต่อกลับเลย… !! นั่นแสดงว่าโฆษณาของท่าน มีผู้ให้ความสนใจแล้วคลิกเข้ามาดูรายละเอียดสินค้า หรือบริการของท่านแล้วนะค่ะ (เปรียบเสมือนลูกค้าเดินเข้าร้านค้าเรียบร้อยแหล่ะ...) แต่ทำไมไม่ซื้อ???

-         หน้าเว็บไซต์ เมื่อเข้ามาแล้วหาสินค้าที่ต้องการซื้อไม่เจอ หรือกว่าจะเจอต้องคลิกไปอีกหลายหน้า! ด้วยสินค้าที่เยอะเกิ๊น!!! อิอิ ประกอบกับการจัดเรียง หรือการจัดหมวดหมู่สินค้าที่อาจจะดูยุ่งเหยิงไปซักหน่อย ประกอบกับถ้าหน้าเว็บไซต์โหลดช้า (ก็ด้วยสินค้า รูปภาพ หรือข้อมูลที่มีเยอะจนเกินไปนั่นแหล่ะค่ะ) สุดท้าย... ขี้เกียจหาแหล่ะ คลิกออกไปดูเว็บอื่นดีกว่า ป่ะ!!!! เราเสียค่าคลิกฟรีไปแล้วซะงั้น

ลองทำดู : ลูกค้าเดินเข้าร้านแล้ว อย่าปล่อยให้ลอยนวลออกไปง่ายๆค่ะ

  1. สินค้าเยอะเกิ๊น!! ไม่ใช่ปัญหาค่ะ เพียงแต่เราต้องรู้จักจัดวาง เรียงสินค้าให้เป็นหมวดหมู่เพื่อง่ายต่อการค้นหาสินค้า หรือบริการที่เขาต้องการ และที่สำคัญมั๊กมาก...ลองทำลิงค์ไปยังหน้ากลุ่มสินค้านั้นเลยสิค่ะ ประมาณว่าหาอะไรก็เจออย่างนั้น.... แบบนี้เขาเรียกว่า เป๊ะเวอร์!
  2. สินค้าน้อย หรืออาจมีแค่รายการเดียว ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะอาจเป็นการช่วยย้ำลูกค้าด้วยซ้ำ ว่าเรามุ่งมั่น เชี่ยวชาญในสินค้า หรือบริการประเภทนี้จริงๆ ลองปรับข้อมูล ใส่ประวัติ คุณสมบัติให้ดูน่าสนใจเต็มที่ไปเลยค่ะ
  3. ข้อมูลรายละเอียดร้านค้า ประวัติบริษัท ตัวอย่างลูกค้า หรือแม้กระทั่งข้อมูลสินค้า ลองทำให้สั้นกระชับ แต่ต้องได้ใจความด้วยนะค่ะ ส่วนนี้เป็นตัวเรียกความน่าเชื่อถือได้ดี เป็นส่วนประกอบการตัดสินใจซื้อได้นะค่ะ
  4. หน้าเว็บไซต์ที่โหลดช้า กว่าจะแสดงผลได้แต่ละหน้าหมุนติ้วๆๆๆๆๆ ลองปรับขนาดของรูปภาพต่างๆ ที่ลงอยู่บนหน้าเว็บไซต์ ให้มีขนาดที่เหมาะสม ไม่ใหญ่หรือใช้ขนาดพื้นที่มากเกินไป ก็น่าจะสามารถช่วยได้ในระดับหนึ่งค่ะ แต่สำหรับคนที่ต้องการใช้พื้นที่เยอะจริงๆ ลองโทรปรึกษาผู้ที่ให้บริการ หรือจัดทำเว็บไซต์ของท่านได้เลยค่ะ เพราะแต่ละระบบของผู้ให้บริการก็จะแตกต่างกัน
  5. รูปโฉมหน้าเว็บไซต์ไม่จำเป็นต้องสวยอลังการเวอร์นะค่ะ ดูแล้วสบายตา เข้าใจง่าย เหมาะสมกับธุรกิจ สินค้าและบริการของเราก็พอค่ะ เพราะสิ่งสำคัญหลักๆ สำหรับการปรับหน้าเว็บไซต์ให้ดูน่าสนใจ เพิ่มโอกาสการตัดสินใจติดต่อกลับของลูกค้านั้น ได้บอกไปแล้วตามข้อ 1 – 4 นั่นเองค่ะ

-         ราคา โปรโมชั่น มั่นใจได้เลยค่ะว่าลูกค้าเขาไม่ได้ดูเว็บไซต์เราแค่เว็บเดียว... เพราะฉะนั้นราคา และโปรโมชั่นที่ลงบนหน้าเว็บไซต์ ก็เป็นตัวกระตุ้นให้มีการติดต่อกลับได้ดีทีเดียวค่ะ ไหนๆ ทำโฆษณาทั้งที แถมเสียค่าคลิกไปแล้ว จะยั้งโปรโมชั่นไว้ทำไมล่ะค่ะ โชว์บนหน้าเว็บไซต์ไปเลยค่ะ

ลองทำดู: ศึกษาราคาตลาด (แอบเข้าไปดูเว็บไซต์คู่แข่งนั่นแหล่ะ 555 แต่อย่าไปแกล้งคลิกเขานะจ๊ะ... ใจเขาใจเรา)

  1. ไม่จำเป็นต้องตั้งราคาถูกจนเกินไป (ตัดราคาคูแข่ง) เพราะเราอาจเสียโอกาสการทำกำไรไปก็ได้ค่ะ เผลอๆลูกค้าอาจคิดไปว่า สินค้าเราเป็นของจริง หรือได้มาตรฐานจริงหรือเปล่า ดังนั้นเอาราคากลางเป็นหลักดีกว่าค่ะ
  2. จัดโปรโมชั่นพิเศษ ลดราคาจากราคาเต็ม หรือจะแถมอะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็ได้นะค่ะ

-         การตั้งค่าการแสดงผล คนคลิกใช่ลูกค้าเราหรือเปล่าน่ะ??? จากคำถามนี้....อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าโดนคลิกแกล้งนะค่ะ เพราะกำลังจะพูดถึงการกำหนดการแสดงผลโฆษณา เช่นพื้นที่การแสดงผล หรือแม้แต่ช่วงเวลาการแสดงผลนั่นเองค่ะ

ลองทำดู: ปฏิบัติการหาคนที่ใช่ให้เจอ

  1. กำหนดพื้นที่การแสดงผล ถ้าเคยแสดงผลโฆษณาเอาไว้ทั่วประเทศ งบต่อวันก็หมด แล้วยังไม่ได้ลูกค้าอีก แสดงว่าบางจังหวัดที่คลิกมาดูเรา แต่ไม่มีการติดต่อกลับจากพื้นที่นั้นๆเลย หรืออย่างเก่งก็โทรมาถามแต่หายเงียบ ไม่ซื้อ! แถมยังทำให้เราเสียค่าคลิกไปอีก แทนที่จะเก็บค่าคลิกไว้ให้กลุ่มจังหวัดที่มีโอกาสเป็นลูกค้าเรา เจอแบบนี้...ลองจำกัดพื้นที่การแสดงผลเลยค่ะ เพราะถึงแม้เรายินดีส่งสินค้า หรือบริการทั่วประเทศ แต่อย่าลืมว่าในแต่ละพื้นที่นั้นๆ ก็อาจจะมีผู้ให้บริการ หรือสินค้าประเภทเดียวกันกับเราอยู่แล้ว ดังนั้นจึงอาจไม่มีความจำเป็นต้องสั่งซื้อเราซึ่งอยู่คนละพื้นที่กัน ไม่ต้องรอนาน ไม่ต้องเสียค่าขนส่ง ฯลฯ  ดังนั้นบางธุรกิจอาจเลือกกำหนดพื้นที่ ที่เป็นจังหวัดของตนเอง และรอบๆ ไม่ไกลออกไปจนเกินไปนัก เช่น ธุรกิจติดตั้งผ้าม่าน หากเราอยู่ภูเก็ต ก็กำหนดพื้นที่แค่ภูเก็ต และรอบๆ หรืออาจจะกำหนดให้อยู่ในโซนภาคใต้เท่านั้นก็ได้ค่ะ
  2. กำหนดช่วงเวลาการแสดงผล หลายๆท่านมักเข้าใจว่าการแสดงผลโฆษณาตลอด 24 ชั่วโมง หรือมีชั่วโมงการแสดงผลที่ยาวนานกว่าคู่แข่งจะได้เปรียบมากกว่า หึหึ! ไม่เสมอไปค่ะ อันดับแรกลองดูงบต่อวันของเราก่อนค่ะ.... เราจะได้รู้ว่าเราจะสู้เขาได้มากน้อยแค่ไหน แหม...งบเยอะ ก็มีโอกาสให้เลือกเยอะ งบน้อยก็อาจต้องเลี่ยงช่วงที่เขาแข่งกันเยอะๆ แล้วเราไปตามเก็บลูกค้าจะมาในช่วงเวลาอื่นดีกว่า โดยพิจารณาจากธุรกิจ สินค้า หรือบริการของเรา ควบคู่กันไปด้วยนะค่ะ ( เช่น เราให้บริการติดตั้งเดินระบบโทรศัพท์ ระบบ LAN มีงบประมาณต่อวัน วันละ 250 บ. กลุ่มลูกค้าของเราส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างๆ โดยช่วงเวลาที่เขาจะหาโฆษณาก็น่าจะเป็นช่วงเวลาทำงานของเขา หรือเวลาที่ฝ่ายจัดซื้อทำงาน ก็ประมาณ 8.00 – 17.00 น. (เบื้องต้นเราประเมินได้แล้วว่า...ไม่จำเป็นต้องแสดงผลโฆษณา 24 ชั่วโมง) คำถามต่อไปคือ จำเป็นไหมต้องเป็นเวลาตั้งแต่ 8.00 – 17.00 น.?  ก็ไม่จำเป็นค่ะ ช่วงเวลาที่น่าสนใจคือ ตั้งแต่ 9.30 – 16.30 น. เพราะเป็นช่วงเวลาที่เขาเริ่มทำงาน (จริงๆ) และก่อนเลิกงาน (เตรียมตัวเลิกงาน อิอิ) หากกำหนดตามนี้ได้ จะเป็นการส่งเสริมการใช้งบประมาณที่มีอยู่ให้มีประสิทธิมากขึ้น เพราะเมื่อเทียบระหว่างงบประมาณ 250 บ. ต้องแบ่งแสดงผลให้ได้ใน 8 ชม. กับ 250 บ. แสดงผลใน 7 ชม. ความถี่ในการแสดงผลจะดีกว่า คนจะพบโฆษณาเราได้บ่อยมากกว่านั่นเอง

2.  โฆษณามีการแสดงผลปกติ แต่ไม่มีคนคลิก/ คลิกน้อย - โอ๊ะ! แล้วจะขายได้ยังไง เจอเคสนี้ไม่บ่อย แต่เมื่อเจอก็แก้ไม่ยาก มาดูกันค่ะ

- ตรวจสอบตำแหน่งการแสดงผลของโฆษณา หากอยู่ด้านบน ด้านข้าง ไม่ต้องกังวล เพราะคนสมัยนี้ขยันคลิกเปรียบเทียบอยู่แล้วค่ะ! แต่ที่คลิกไม่มี... เพราะโฆษณาดันไปอยู่พื้นที่ด้านล่างสุดนั่นเอง ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งสายตาจึงไม่ต่างอะไรจากการไม่แสดงผลโฆษณา

ลองทำดู :  ปรับตำแหน่งการแสดงผลโฆษณาให้สูงขึ้น อาจจะโดยการบิดค่าคลิกให้สูงขึ้นอีกนิด (ค่อยๆ บิดนะค่ะ) เมื่อตำแหน่งปรับขึ้นแล้ว จำนวนการคลิกก็จะดีขึ้นเองตามลำดับ

-         ตรวจสอบระหว่างคำค้นหา และข้อความโฆษณา ว่าใช่ในสิ่งที่ผู้ค้นหาต้องการหรือเปล่า เช่น พิมพ์คำว่า ฝันเห็นปลวก แล้วโฆษณาของเรา คือรับกำจัดปลวก มีการแสดงผล!!!! แน่นอนว่าไม่ใช่ในสิ่งที่ต้องการหา จึงไม่เกิดการคลิกขึ้น (แต่ระวังให้ดีนะค่ะ... มีการนับจำนวนการแสดงผลจาก Google ซึ่งทาง Google จะมองว่าเป็นโฆษณาที่ไม่มีประสิทธิภาพ คือสร้างไม่ตรงกลุ่ม หรือสร้างแล้วไม่ได้รับความสนใจ นานวันเข้าหากไม่รีบปรับคำค้นหาให้ตรงกลุ่มมากกว่านี้คะแนนคุณภาพจะเริ่มน้อยลง และอาจส่งผลถึงค่าคลิกที่จะแพงกว่าปกติ จนอาจถึงขั้นว่าไม่มีการแสดงผลโฆษณาจากคำนั้นเลย)

ลองทำดู :

-         หลีกเลี่ยงการใช้คำกว้างจนเกินไป เช่น “ปลวก” คำที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจกำจัดปลวก ก็ควรใช้คำว่า “บริษัทกำจัดปลวก” หรือ “กำจัดปลวก ราคา” เป็นต้น

-         สร้างข้อความให้ตรงกับคำค้นหา เช่น คำค้นหา “กำจัดปลวก ราคา” ข้อความโฆษณาควรบ่งบอกไปเลยให้ชัดเจน... เช่น



2 ประเด็นใหญ่นี้ เป็นสาเหตุหลักๆ ที่ผู้เขียนมักได้ยินมาบ่อยๆ และได้แนะนำไป สำหรับท่านที่ปรับแก้ไขตาม  พบว่า 95% ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ดังนั้นเพียงแค่ท่านหาสาเหตุให้เจอ แล้วรีบปรับกลยุทธ์ หรือแก้ไข....  ความสำเร็จก็อยู่แค่เอื้อมนะค่ะ

comments powered by Disqus
107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com