กฤษณะ เส็งประสิทธิ์ thebestmultimedia (เบสท์)
ประเภทธุระกิจ :ธุรกิจด้านมัลติมีเดีย
เว็บไซต์ :http://www.thebestmultimedia.co.th/
เครื่องมือ :Website

 

“ถ้าไม่เลิกเป็นตัวสำรอง ก็ไม่มีวันได้เป็นตัวจริง”

                ถ้าไม่เคยลงแข่งในสนาม ก็ไม่มีวันค้นพบความสามารถของตัวเอง

                กว่าที่ กฤษณะ เส็งประสิทธิ์ หรือ เบสท์ จะมานั่งอยู่ตรงหน้าเราและให้สัมภาษณ์ในฐานะเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงได้ในวันนี้ ชีวิตที่ผ่านมาของเขานั้นไม่ต่างอะไรกับการเป็นนักกีฬาตัวสำรองเลย

“ตอนเด็ก ผมเป็นคนชอบคิดอะไรแปลกๆ เวลาเรียนก็จะนั่งฟัง จด แต่ไม่เคยอ่านหนังสือสอบ ชอบนั่งคุยกับคนแก่ฟังเรื่องยุคสมัยของเขา คนอื่นก็มองว่าทำไมเป็นเด็ก แต่ชอบไปนั่งอยู่ในกลุ่มผู้ใหญ่ แต่มันทำให้ผมได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้” กฤษณะเล่าย้อนถึงวัยเด็ก ถึงแม้จะเป็นคนมีความตั้งใจ ใฝ่รู้ แต่เขาก็ไม่ใช่นักเรียนที่เรียนเก่งที่สุด กฤษณะศึกษาชั้น ปวช.และ ปวส.ด้านช่างยนต์ เข้าเรียนต่อปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ก่อนจะพบว่าไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองต้องการ จึงเปลี่ยนมาเรียนคณะเทคโนโลยีการศึกษาจนจบในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท แต่เมื่อเรียนจบ ก็ยังห่างไกลจากคำว่าเป้าหมาย

“ช่วงว่างงาน ผมเคยใส่เสื้อเชิ้ต ผูกไท ไปทำงานเข็นรถขายของตามหมู่บ้าน ผมถือว่าเป็นการซื้อประสบการณ์นะ ไปทำอยู่ 3 วัน ขายตะเกียงใส่ถ่านอันละ 100 บาท ขายพ่อค้าแม่ค้าที่สวนจตุจักรได้วันละเกือบหมื่นบาท ผมไม่ได้รู้สึกว่าเป็นงานต่ำต้อยอะไร แถมยังได้เรียนรู้วิธีการพูดกับคนจากงานตรงนั้น”

การไม่มีความใฝ่ฝันเป็นจริงเป็นจัง ทำให้เส้นทางชีวิตของเขายังดูสะเปะสะปะ แต่เมื่อเดินมาถึงจุดหนึ่ง ความฝันก็ปรากฏขึ้น โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าความคิดเล็กๆ นี้จะเปลี่ยนชีวิตไปได้อย่างหน้ามือเป็นหลังมือ

“ตอนเรียนผมยังไม่วางแผนว่าจะทำธุรกิจ ยังไม่มีความฝัน เพราะเอาเข้าจริงๆ สิ่งที่ผมเรียนมันคือเป็ด มีอะไรเรารู้หมดทุกด้าน แต่ไม่ได้รู้แบบเฉพาะทางที่จะเอาไปทำอะไรได้ ผมใช้ระยะเวลาหางานนานเหมือนกัน จนมาได้ทำงานด้านระบบเสียงแสงภาพเป็นที่แรก ตอนวันแรกที่เริ่มทำงานเป็นพนักงานบริษัท ขับรถออกจากบ้าน อยู่ๆ ในหัวผมก็คิดขึ้นมาว่าวันนี้เราทำงานให้คนอื่น แต่วันหนึ่งเราจะทำงานเพื่อตัวเรา เหมือนจุดประกายความคิดว่าวันหนึ่งเราจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง”

กฤษณะเป็นพนักงานคนเดียวในบริษัทที่ถูก CEO สัมภาษณ์และได้เข้าทำงานในที่สุด เป้าหมายที่เขาตั้งไว้ในชีวิตไม่ใช่การอัพเงินเดือนหรือเลื่อนตำแหน่ง แต่คิดว่าจะทำงานเพื่อสั่งสมประสบการณ์ให้มากพอที่จะไปเปิดบริษัทของตัวเอง หลังเข้าทำงานไม่นานในฐานะพนักงานขายที่มีอายุน้อยที่สุดของบริษัท เขาก็สร้างผลงานที่เซอร์ไพรส์คนได้ตลอดเวลา บางบริษัทไม่เคยขายได้เลย แต่กลับขายได้เมื่อกฤษณะเข้าไปคุยเพียงเดือนเดียว

“ตอนเป็นเซลล์สมมติตั้งเป้าว่าเดือนหนึ่งขายได้ 5 แสน ผมทำไม่ถึงหรือทำเกิน ก็ไม่ได้อะไรนะ ค่าเท่ากันหมด เหมือนเราเป็นแค่ตัวสำรอง แต่ทุกครั้งที่ทำงานอยู่กับลูกค้า ผมจะเต็มที่เสมอ บางทีลูกค้าโทรมา 4 โมงเย็นก็ไปหา วิธีการพูดของผมก็ไม่ได้พูดว่าเราดีอย่างเดียว คนอื่นแย่หมด แต่ผมจะบอกว่าเราดียังไง คู่แข่งดียังไง ให้ลูกค้าตัดสินใจเองว่าจะเอาหรือไม่เอา ถ้าเราพูดด้วยความจริงใจ ลูกค้ามีอะไรก็จะนึกถึง ทุกวันนี้ลูกค้าเก่าที่ติดผมเวลามีอะไรเขาก็จะโทรมา บางทีมาขอคำปรึกษา สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือคนเราสอนอะไรก็สอนได้ แต่สอนหัวใจที่จะรักการบริการไม่ได้”

ในขณะที่เส้นทางการทำงานเหมือนจะไปได้สวย กลับถูกขัดขวางลงอย่างกะทันหัน เมื่อพนักงานขายในบริษัททยอยกันถูกบีบให้ลาออกเนื่องจากปัญหาภายในองค์กร ในเวลาที่ครบ 5 ปีพอดิบพอดี

“ผมก็แสบเหมือนกันนะ เดือนสุดท้ายก่อนลาออก ผมลาป่วย 7 วัน ลากิจ 5 วัน ลาพักร้อน 5 วัน สรุปเดือนนั้นทำงาน 3 วัน ผมเอาเวลาช่วงนั้นมาคิดวางแผนทำบริษัทมัลติมีเดียของตัวเอง” กฤษณะเล่ายิ้มๆ ถึงวีรกรรมที่เคยทำ “สิ่งที่ได้จากการทำงาน 5 ปี คือการเรียนรู้ว่าธุรกิจจะต้องประกอบด้วย 3 อย่าง สินค้า บริการ และราคา ให้เลือกทำแค่ 2 เหมือนคุณเดินเข้าร้านนาฬิกาเรือนละ 5 แสน ของดีไหม ดี บริการดีไหม ดี แต่ถ้ามาขายราคาแค่ 2 พันก็เจ๊ง ทุกวันนี้เวลาผมทำงานก็เลือกสินค้ากับบริการเป็นหลัก ส่วนราคาก็เป็นไปตามคุณภาพ อาจจะราคาแพงกว่าตลาดเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แพงเว่อร์ ลูกค้าจะได้อะไรหลายอย่างที่ที่อื่นไม่มี ใช้อันนี้เป็นจุดขาย”

แต่อะไรๆ ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดไว้เลยแม้แต่น้อย เพราะประสบการณ์ตลอด 5 ปีที่ทำงานยังถือเป็นแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ของการทำธุรกิจ แม้จะเชี่ยวชาญเรื่องการคุยกับคน แต่ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ การคุยกับผู้ใหญ่ เล่ห์เหลี่ยมของคน ความรู้เรื่องบัญชี การวางบิล ภาษี เอกสารต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นเรื่องใหญ่โตที่เขาต้องเริ่มนับหนึ่งกับมันทั้งหมด

            ไม่ต่างกับนกที่บินออกจากรัง การตัดสินใจเดินออกจากโลกใบเก่าที่เคยเป็นแค่ตัวสำรอง ออกมาเรียนรู้ที่จะเริ่มต้นกับธุรกิจเดิม แต่เป็นในฐานะตัวจริงบนสนามธุรกิจ กฤษณะจะต้องเจออุปสรรคอะไร และฝ่าฟันไปอย่างไรบ้าง โปรดติดตามตอนต่อไป...

 

107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com