ศรายุทธ บัวกุล
ประเภทธุระกิจ :ยายอิ ข้าวหมากเย็น
เว็บไซต์ :www.yaii.in.th, www.facebook.com/YaiiFC
เครื่องมือ :Website,Facebook

          “ถ้ามีความฝัน ต้องลงมือทำมันถึงจะเกิด ถ้าไม่ทำ มันอาจจะเลือนหายหรือมีคนอื่นขโมยไปก็ได้”

นี่คือประโยคที่ทำให้ยุทธ-ศรายุทธ บัวกุล คิดหันมาทำธุรกิจของตัวเอง

ก่อนหน้านั้น ศรายุทธใช้ชีวิตแบบมนุษย์เงินเดือนเป็นเวลาเกือบ 20 ปี จนกระทั่งโลกเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่ยุคที่อินเตอร์เน็ตเริ่มเฟื่องฟู การสื่อสารที่ไร้พรมแดนได้เริ่มต้นขึ้น เขาตัดสินใจลาออกจากงานประจำในปี 2545 และหันมายึดอาชีพขายซองบรรจุสารกันชื้นให้กับลูกค้ารายย่อยผ่านทางอินเตอร์เน็ต แต่นั่นก็ยังไม่เข้าใกล้ความฝันของเขา

            “มันไม่ใช่สินค้าของเรา เพราะเรารับมาแล้วก็ขายไป ผมอยากมีแบรนด์ของตัวเอง มีสินค้าที่เป็นของเรา และเราสามารถกำหนดเองได้ทุกอย่าง”

            จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อศรายุทธได้เจอกับการประกวดนวัตกรรมข้าวไทยที่มูลนิธิข้าวไทยและสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติร่วมกันจัดขึ้นทุกปี จุดมุ่งหมายของการประกวดคือการส่งเสริมให้คนไทยหาวิธีเพิ่มมูลค่าข้าวก่อนนำไปขาย เมื่อได้รับโจทย์มาว่าจะต้องเอาข้าวไทยมาขายเป็นกรัม แทนที่จะขายเป็นเกวียน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ข้าวได้มากที่สุดและสามารถพัฒนาเป็นธุรกิจได้ เขาก็ต้องคิดและค้นคว้าอย่างหนัก

            “การที่เราจะทำอะไรสักอย่าง ถ้าเราได้อ่าน ฟัง ดู สัมผัส จนมีข้อมูลอยู่ในหัวเยอะ เราก็พลิกแพลงได้มาก เมื่อก่อนถ้าเราจะหาหนังสือสักเล่มก็ต้องไปห้องสมุด หาที่ปรึกษาก็ต้องนัดแล้วนัดอีก แต่ตอนนี้ไม่ต้องเลย เราสามารถคลิกเข้าไปอ่านความคิดของคนคิดเก่งได้เลย ความรู้มาหาเราง่ายมาก”

            “หลังจากได้โจทย์ ผมก็คิดว่ามูลค่าจะมาจากไหนได้บ้าง มูลค่าในความคิดของผมคือสิ่งที่คนกินแล้วไม่ใช่แค่อร่อย แต่ต้องได้ประโยชน์ มูลค่าถึงจะเพิ่ม”

ศรายุทธเลือกใช้อินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งข้อมูลค้นคว้าขนาดใหญ่ของเขา เพื่อศึกษาประโยชน์จากข้าวว่าสามารถทำเป็นอะไรได้บ้าง อาทิ จมูกข้าว น้ำมันรำข้าว ครีม ผลิตภัณฑ์ แป้ง เขาเล่าว่าช่วงแรกค้นเจอแต่ข้อมูลด้านลบที่มองว่าคาร์โบไฮเดรตเป็นผู้ก่อการร้าย คนไทยไม่ควรกินข้าวมากเกินไป จนกระทั่งมาเจอ ‘การหมักข้าว’ ภูมิปัญญาเก่าแก่ที่ดี แต่คนไทยกลับไม่รู้และไม่ให้ความสำคัญเท่าไหร่นัก

โชคดีที่ช่วงนั้นกระแสของอาหารหมักกำลังเป็นที่สนใจ ไม่ว่าจะโยเกิร์ต นมเปรี้ยว นัตโตะ กิมจิ และโดยเฉพาะน้ำหมัก ศรายุทธเล่าว่าจากกระแสด้านลบของน้ำหมักยี่ห้อดัง เป็นบทเรียนให้เขาได้เรียนรู้ว่าการนำเสนอข้อมูลที่มากเกินไปอาจทำให้ความน่าเชื่อถือของสินค้าลดลง แทนที่จะมัวนำเสนอแต่ประโยชน์ เขาจึงเลือกที่จะมองหาวิธีที่จะทำให้ข้าวหมักหรือที่เรียกกันว่า ‘ข้าวหมาก’ ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจและเข้ากับคนไทยมากที่สุด

            “สภาพภูมิอากาศโดยรวมของไทยเป็นเมืองร้อน อาหารเย็นๆ น่าจะเวิร์ก ผมเลยลองศึกษาตลาดไอศกรีมก็พบว่า อัตราการกินไอศกรีมของคนไทยสูงขึ้นมาก มีโอกาสโตได้ ยิ่งถ้าดูที่กระบวนการทำไอศกรีมก็จะพบอีกว่ามันได้ใช้ทั้งเนื้อทั้งน้ำ ไม่เกิดของเสีย ผมจึงมองว่าถ้าเราผลิตข้าวหมากให้ออกมาเป็นไอศกรีม จะน่าสนใจที่สุด”

            ไอศกรีมที่ทำจากข้าวหมากด้วยวิธีการคล้ายกับการทำเจลาโต้ ถูกตั้งชื่อเรียกว่าข้าวหมากเย็น เพื่อแสดงถึงความเป็นไทย ก่อนจะถูกตั้งชื่อแบรนด์เพื่อให้เป็นที่จดจำมากขึ้นว่า Yaii ที่อ่านว่า ยายอิ

            “คนเรียกเราว่าข้าวหมากเย็นไม่พอ ผมคิดว่าเราต้องมีแบรนด์ใส่เข้าไปด้วย คำว่า Yaii เป็นภาษาไทยตรงคำว่ายาย ส่วน I ตัวสุดท้ายย่อมาจาก Innovation เหมือนเอายายมาใส่นวัตกรรม ตอนแรกจะเป็นยายอิน แต่ฟังโบราณ เลยเหลือแค่อิก็พอ” ศรายุทธเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ

            หลังจากที่ลงทุนซื้อเครื่องปั่นไอศกรีมด้วยเงินจำนวนไม่น้อย เพื่อสร้างแบรนด์ไอศกรีมชนิดใหม่ที่ไม่เคยมีในเมืองไทยมาก่อน ศรายุทธจะได้รับผลอย่างไรในการประกวด และสามารถก่อร่างสร้างธุรกิจขึ้นมาได้อย่างไร โปรดติดตามอ่านในตอนหน้า

 

107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com