สมศักดิ์ รัตนนิทัศน์
ประเภทธุระกิจ :รับทำModel
เว็บไซต์ :www.gurumodel.com
เครื่องมือ :เว็บไซต์

“ผมผ่านปัญหามาได้ เพราะผมเริ่มจากก้าวเล็กๆ”

 

                พูดถึงงานด้านการออกแบบในงานอสังหาริมทรัพย์ นอกเหนือจากอาชีพสถาปนิก ยังมีอีกหนึ่งอาชีพที่เปรียบเสมือนตัวละครลับ แต่ก็มีบทบาทสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันเลย นั่นก็คือ นักทำโมเดล

                สมศักดิ์ รัตนนิทัศน์ เริ่มเข้าสู่อาชีพนักทำโมเดลในยุคที่ยังไม่มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ดังนั้นในการออกแบบแต่ละครั้งของสถาปนิกจึงต้องอาศัยโมเดลในการคิดและนำเสนอขายลูกค้า เช่นเดียวกับโครงการบ้านจัดสรรหรือคอนโด ที่ล้วนต้องอาศัยโมเดลเป็นส่วนสำคัญในการขาย

                 “ผมมีความชอบด้านศิลปะ ขีดเขียน วาดภาพ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พออายุ 20 ก็เริ่มมองหาวิชาชีพที่เราชอบและน่าจะทำได้ จึงเข้าฝึกวิชาชีพเรียนเขียนแบบของกรมแรงงาน เรียนแค่ปีเดียวก็จบหลักสูตร แต่พอผมไปทำงานเขียนแบบสักพัก ก็เริ่มเบื่อ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ คิดว่าน่าจะมีอาชีพอื่นที่ดีกว่า ก็ไปเจอว่าการทำโมเดลเป็นอาชีพได้ เลยลองไปฝึกกับรุ่นพี่ในสถาบันเดียวกัน ไปเรียนรู้กับเขาอยู่ 2 ปี สักพักนึงเราก็เริ่มมีลูกค้า มีคนรู้จักของเราเอง” สมศักดิ์เล่าจุดเริ่มต้นของอาชีพ ก่อนจะตัดสินใจลาออกจากการเป็นลูกจ้าง มารับงานด้วยตัวเอง

“จริงๆ ตอนแรกผมเป็นคนไม่ชอบติดต่อลูกค้า เพราะไม่ถนัดที่จะคุยกับลูกค้า ชอบรับงานจากลูกพี่มาทำมากกว่า แต่การเป็นลูกจ้างคนอื่นมีปัญหาเรื่องค่าแรงที่ไม่คุ้ม ไม่ยุติธรรมเท่าไหร่ พอเราเริ่มมีลู่ทางก็เลยลองออกมาทำเอง ผมเริ่มจากรับงานจากสถาปนิกท่านหนึ่ง ส่งงานแล้วลูกค้าพอใจ  งานเราออกมาดีเขาก็แนะนำลูกค้ารายอื่นมาให้ ก็แนะนำกันปากต่อปาก ลูกค้าจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเรื่องข้างหน้าค่อยว่ากันอีกทีนึง”

ก้าวเล็กๆ ของสมศักดิ์ คือการเริ่มต้นจากการทำงานคนเดียวในบ้านของเขา ยังไม่เปิดเป็นบริษัท จนเริ่มมีคนรู้จักมากขึ้น งานมีมากขึ้นจนทำคนเดียวไม่ไหว จึงชักชวนเพื่อนฝูงมาร่วมงาน ขยับขยายจนกลายเป็นบริษัท ในยุคที่เศรษฐกิจเฟื่องฟูถึงขีดสุด ความประทับใจของสมศักดิ์คือการที่ครั้งหนึ่งได้รับโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่ได้ทำงานถวายสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ที่พิเศษถึงขนาดที่ต้องใช้รถมอเตอร์ไซค์นำขบวนมาช่วยนำทางตอนไปส่งโมเดลเลยทีเดียว

“เคยเพิ่มทีมใหญ่สุดมีเกือบ 20 คน ตอนนั้นงานเยอะมาก เพราะคนทำโมเดลไม่พอกับความต้องการของตลาด เสนอราคาไปเท่าไหร่ลูกค้าไม่เคยต่อเลย แต่พอเจอเศรษฐกิจฟองสบู่แตกปี 40 ก็เหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงเดียว จนบริษัทของผมต้องยุบ หยุดทำไปเลย”

หลังฟ้าผ่าครั้งนั้น สมศักดิ์ต้องเจอกับบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่

“ตอนนั้นลูกน้องส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น แต่ละคนก็ต้องแยกย้ายไปเรียนต่อ ไปช่วยธุรกิจอื่น แยกกันไปหมดเลย ส่วนผมก็ผ่อนบ้านไว้ ก็ต้องหยุดลง  เราก็มองในแง่ดีว่าการที่เราซื้อบ้าน ก็ดีกว่าไปเช่าบ้านเขาอยู่ อย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียค่าเช่า อีกอย่างคือตั้งหลายปีกว่าเขาจะมายึดเรา เรื่องบ้านก็เลยเลิกกังวลไปเลย เพราะทุกคนก็โดนกันหมด”

เมื่อล้มแล้วไม่ท้อถอย โอกาสก็ยังมีให้เห็นเสมอ สมศักดิ์เลิกทำโมเดลไปสักพัก แต่หันไปทำป้ายเป็นเวลาเกือบ 3 ปี เนื่องจากมองเห็นช่องทางจากปัญหาเศรษฐกิจช่วงนั้น ที่ทำให้บริษัทส่วนใหญ่มีการถ่ายโอนเปลี่ยนกิจการและต้องทำป้ายใหม่

“พอเศรษฐกิจเริ่มปรับสภาพดีขึ้น ก็เริ่มมีการลงทุน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็เริ่มกลับมา ตอนนั้นตึกเก่าๆ ถูกมาก คนก็เริ่มซื้อมาเปลี่ยนหน้าตามันใหม่ สถาปนิกก็กลับมาต้องการโมเดลไปโชว์ลูกค้า ยิ่งมีโครงการบ้านจัดสรรยิ่งต้องการโมเดล มันเริ่มกลับมาบูม”

ในที่สุดก็ถึงเวลาที่กูรูโมเดลจะต้องกลับมาเปิดบริษัทอีกครั้ง คราวนี้สมศักดิ์วางแผนปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ ทั้งในแง่วัสดุที่ทันสมัยขึ้นด้วยการใช้พลาสติกอะคริลิก และเริ่มนำเทคโนโลยีเครื่องจักรมาใช้ในการทำงาน

“เมื่อก่อนเราใช้แรงงานคนหมดเลย ตอนหลังเริ่มมีเครื่องตัดเลเซอร์ ทำให้งานเร็วขึ้น แม่นยำขึ้น ใช้คนและเวลาน้อยลง เมื่อก่อนถ้ารับงาน 4 โครงการ ต้องใช้คน 20 คนถึงจะทำงานได้ แต่ตอนนี้ใช้แค่ 5-6 คนก็ทำงานได้แล้ว”

แต่ก็ใช่ว่าการกลับมาครั้งนี้จะไร้อุปสรรค เพราะการมาของเทคโนโลยี ทำให้สถาปนิกจำนวนหนึ่งเลิกใช้โมเดลของจริง แต่หันมาออกแบบและนำเสนองานด้วยโปรแกรมเขียนแบบ 3D หรือ สเก็ตอัพ แทนการทำโมเดล

“สถาปนิกอาจใช้โมเดลน้อยลง ถ้าเขาคุยกับลูกค้าจบ เข้าใจ ก็ไม่ต้องทำโมเดล ส่วนนี้จะทำให้งานเราหายไปค่อนข้างเยอะ แต่โมเดลเชิงพาณิชย์ บ้านจัดสรร คอนโด ยังจำเป็นต้องใช้อยู่ เพราะโมเดลที่ทำในคอมฯ ก็ต้องมีคนมาคอยเปิดให้ดู มันไม่สะดวกเวลาเขาไปออกบูธ”

สมศักดิ์จะนำพากิจการของเขาให้รอดพ้นปัญหาการมาของเทคโนโลยีอย่างไร ติดตามอ่านตอนต่อไป

 

107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com