เก่งบริหาร สไตล์เถ้าแก่
สุจินต์ จันทร์นวล
คอลัมน์นิส คม ชัด ลึก , ประธานกรรมการ บริษัท สมาร์ท ทู เวิร์ค จำกัด , ที่ปรึกษา Aroma Group , วิทยากรรับเชิญ รายการ Smart2work ทาง TTV1 Nation Channel

บริหารคน..ใครว่ายาก 11



“เอาละทีนี้ลงมาที่รายละเอียดกันหน่อย อยากรู้ว่ามีวิธีใช้คนอย่างไร รู้ได้ยังไงว่าใครเก่งไม่เก่ง ใครเหมาะสมกับงานแบบไหนหรือไม่ยังไง?”
“เออคำถามนี่เข้าท่าหน่อย ไม่เหมือนถามยุบยับเกี่ยวกับเรื่องเลขา ก็อย่างที่ว่านะ งานหลักของผู้บริหารมันก็คือการใช้คน จะมีฝีมือหรือไม่มันก็อยู่ตรงจุดนี้แหละ จะใช้คนอย่างไรแบบถูกฝาถูกตัว


เล่าให้ฟังแล้วว่า การเข้าหาลูกน้อง พูดคุยและถามไถ่คือหนทางหนึ่ง ที่ทำให้รู้จักคนๆนั้น มันมีอีกหลายทางที่จะต้องเอามาประมวล และประเมินคนๆนั้นได้ อย่างเช่นการได้ยินได้ฟังจากคนอื่นๆด้วย ที่พูดถึงคนๆนี้ จากผลงานที่ออกมา จากการเอาไปเปรียบเทียบกับคนของคู่แข่ง หรือมาตรฐานทั่วๆไป บางครั้งก็สังเกตุเอา จากการประชุมชี้แจงแสดงความคิดเห็นในวาระต่างๆ


ในขณะเดียวกัน เราเองก็ต้องศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองด้วย ลงไปถึงในรายละเอียดของงานนั้นๆ อย่างเช่นงานบางประเภท ซึ่งเป็นความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง แบบต้องเรียนและมีประสพการณ์การทำงานด้านนี้มาโดยตรง จึงจะทำได้


เดี๋ยวจะหาว่าโม้อีก ไอ้เรื่องศึกษาหาความรู้ในเรื่องที่ไม่รู้ มันก็เอาพอรู้ในหลักการ ว่างานแบบนี้เขาต้องทำยังไง เป็นยังไง คนทำต้องรู้ขนาดไหน มันไปยังไงมายังไงเท่านั้น ไม่ได้รู้ถึงขนาดลงมือทำได้หรอก แบบเดียวกับรู้ว่าคอมพิวเตอร์ มันมีประโยชน์กับการทำงานแค่ไหน มันทำอะไรได้บ้าง แต่ให้ไปลงมือโอเปอร์เรตมันน่ะ ทำไม่เป็นหรอก


พื้นฐานเรียนมาทางช่าง เรื่องเครื่องยนต์กลไกนะรู้ดี มีชิ้นส่วนอะไรอยู่ตรงไหน มันทำหน้าที่อะไร มันทำงานต่อเนื่องกันยังไง ถ้าเครื่องเกิดเสียโดยมีอาการหยั่งงั้นหยั่งงี้ ก็พอจะเดาได้ว่าน่าจะมาจากสาเหตุอะไร ควรจะตรวจเช็คและแก้ไขตรงจุดไหน รู้แค่นั้นแหละ แต่หากจะให้ลงมือแก้ไข ทำไม่เป็นหรอกต้องใช้คนเป็นช่าง เป็นแม็คคานิคให้เค้าลงไม้ลงมือเอง


ดังนั้นก็เหมือนกัน เป็นผู้บริหารมันจำเป็นต้องรู้งาน เข้าใจงาน แต่ไม่ต้องถึงขนาดทำเองได้ ทำเองเป็น เพื่อที่จะได้ใช้งานได้ถูกคน


เมื่อรู้ว่าใครทำอะไรได้ไม่ได้ ใช้ได้ถูกคนแล้ว ทีนี้ก็ต้องดูต่อไปว่า ใช้แล้วผลงานที่ออกมาเป็นยังไง ตรงนี้แหละจะรู้ว่าคนที่ใช้นั้นเก่งหรือไม่เก่งแค่ไหน วัดกันที่ผลงานที่ออกมา งานออกมาดีตามเวลาที่กำหนด ทำแบบไม่มีปัญหา หรือกว่าจะเสร็จปัญหาบานเบอะ อะไรทำนองนี้


แต่งานเดียว ไม่ได้แปลว่าจะวัดฝีมือ หรือความสามารถที่แท้จริงของคนๆนั้นได้ มันต้องหลายๆงานหลายครั้งหลายหน จึงจะแน่ใจได้ว่าเก่งจริง หรือแปลว่าต้องให้งานยากขึ้น มากขึ้นไปเรื่อยๆ สำหรับคนที่มองว่าน่า จะเป็นคนที่เก่ง เพราะงานแรกอาจจะเล็ก ง่ายหรือน้อยเกินไป


ส่วนคนที่ใช้แล้ว ผลงานมันยังไม่เข้าตาสักเท่าไหร่ ก็ยังไม่ได้แปลว่าเขาไม่เก่ง ต้องให้โอกาสเขาแก้ตัวและแสดงฝีมืออีก แต่ต้องมีการพูดคุยกับเขาเสียก่อนว่า งานที่ผ่านมานั้น มันยังไม่สมบูรณ์ตรงไหน เอามานั่งทบทวนกัน เพื่อชี้ให้เห็นข้อบกพร่อง แล้วเอามาหารือกันว่าควรแก้ไขอย่างไร จะได้สร้างงานใหม่ได้ราบรื่นมากขึ้น การพูดคุยจะเป็นในรูปแบบที่ไม่ใช่การเอามาตำหนิกัน แต่คล้ายๆกับเอางานเก่ามาวิจารณ์กันในหลายๆแง่มุม ความเห็นของเราก็เหมือนกับการแนะนำ มันเท่ากับการได้เรียนรู้ทั้งสองฝ่าย


ด้วยวิธีนี้ มันก็จะช่วยให้คนที่ยังไม่เก่ง เก่งขึ้น ให้โอกาสและสนับสนุนเขา มันทำให้ได้คนดีคนเก่งเพิ่มขึ้นมาอีก หลายต่อหลายคน
เขาเองก็จะรู้สึกดี ในวิธีการนี้ของเรา เพราะส่วนใหญ่คนเป็นนาย ก็จะสั่งงานใช้งานลูกน้องให้ทำโน่นทำนี่ จะทำได้หรือไม่ได้ ทำยังไงเค้าไม่สน ขอให้งานเสร็จตามที่เขาต้องการเป็นพอ ถ้างานออกมาไม่ดีหรือไม่เสร็จ ลูกน้องก็จะโดนด่า ถ้าไม่สบอารมณ์ ทีหลังก็จะไม่เรียกใช้งานอีก หันไปใช้คนอื่น ลูกน้องคนนั้นก็จะรู้สึกเหมือนตัวเอง หมดความหมายในสายตานายเสียแล้ว”


“ทำแบบนี้ไม่เสียเวลาแย่หรือ งานของผู้บริหารก็ออกมากมาย ใครเค้าจะมาทำอะไรกันแบบนี้ ทำไปเพื่ออะไรกัน?”


“ไม่รู้นะ ผู้บริหารคนอื่นอาจจะไม่อยากเสียเวลากับเรื่องแบบนี้ แต่เราคิดคนละอย่างว่ะ คือเราอยากมีลูกน้องเก่งๆ เยอะๆ มากเท่าไหร่ยิ่งดี โดยเฉพาะระดับรองๆที่ใกล้ตัว ต้องยกระดับกันก่อนให้ได้ เหตุผลก็คือหากมีคนเก่งๆในระดับมือรองๆมากเท่าไหร่ เท่ากับจะช่วยแบ่งเบาภาระงานของเราได้มากเท่านั้น
ถ่ายโหลดที่แบกหนักไว้บนบ่าให้เบาลง เป้าหมายคือปล่อยงานรูทีนออกไปให้มากที่สุด จะได้เหลือแต่งานนโยบาย และมีเวลาเหลือมากพอจะมองได้กว้างและไกล เนื่องจากผู้บริหารไม่ควรหมกจมอยู่กับงานโอเปอร์เรชั่น หรือการแก้ปัญหาทุกวี่ทุกวัน


จะทำให้ได้ตามเป้าหมายนี้ ก็คือต้องให้เวลาและเอาใจใส่ ทุ่มเทให้กับการสร้างคน ให้โอกาสคนในระดับรองๆนี่ก่อน มันอาจจะเสียเวลา และต้องให้ใจกันก่อนในระยะแรกๆ แต่ภายหลังเมื่อเขาเก่งขึ้นแล้ว เราก็จะสบาย งานจะเบาขึ้น และได้เวลาที่ลงทุนเสียไปนั้น คืนมามากกว่าอีก


คือเราไม่คิดแบบคนอื่นว่า เมื่อมีคนแล้ว ก็ต้องใช้งานได้ ในเมื่อก็มีความรู้และประสบการณ์มาแล้ว รับเงินเดือนในระดับนี้แล้ว ก็ต้องทำได้ จะมาบอกว่าทำไม่ได้ได้ไง ทำไมจะต้องมาเสียเวลาสั่งสอน แนะนำยังงั้นยังงี้ทำไม ไปบอกมากสอนมาก รู้มากเข้า เกิดไปอยู่ที่อื่นก็เท่ากับที่เราให้ไปนั้น เสียเปล่า


ก็อย่างที่บอก ว่าเคยเป็นลูกน้องชาวบ้านมาก่อน จึงรู้ดีว่า อะไรบ้างคือสาเหตุที่ทำให้ลูกน้องลาออก ไม่มีลูกน้องคนไหนหรอก ที่ได้รับการสนับสนุน ได้โอกาส ได้ความจริงใจจากนาย จะลาออก ในเมื่อรู้สึกว่าตัวเองนั้น มีอนาคตที่ดีแน่กับที่นี่


คนส่วนใหญ่นั้น ไม่รู้หรอกว่าในตัวนั้น มีความสามารถอยู่มากน้อยแค่ไหน เก่งทางไหน หรือชอบอะไรกันแน่ ทำอะไรได้ดีที่สุด ได้งานอะไร ก็ทำไปตามที่เค้าให้ทำ หรือที่เค้าทำกันมา บางงานแทบไม่ได้ใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาสักกี่เปอร์เซนต์ บางงานก็ไม่ต้องใช้คุณสมบัติอะไรในตัวเลย อย่างเช่นคนที่พูดเก่ง พูดเป็น พูดได้ดี แต่ต้องทำงานเอกสาร คนที่มีบุคคลิกและมีความเป็นผู้นำในตัว ไปเป็นลูกน้องระดับปลายแถว คนที่มีฝีมือในการซ่อมแซมเครื่องจักร์ พูดไม่เป็น สื่อสารกับใครก็ไม่ดี แต่ดันเป็นหัวหน้า อะไรแบบนี้


ใครล่ะ จะเปิดทางและให้โอกาสในการค้นหาตัวเองให้กับพวกเค้าได้ มันอยู่ที่คนเป็นนายนี่ไง


ด้วยการให้โอกาสเขาได้ทดลอง ให้โอกาสเขาได้แสดงฝีมือ งัดเอาคุณสมบัติลึกๆในตัวออกมาใช้ ด้วยการชี้แนะและนำทางให้จากนาย ผ่านการทำงานที่หลากหลาย ให้เขาลอง ให้เขาทำ เฝ้าดู เฝ้าสังเกตุ และประเมินวิเคราะห์ออกมา เราจะมองเห็นบางแง่มุมในความสามารถของเขา ความชอบของเขา เขาทำมันอย่างมีความรู้สึกที่ดีหรือไม่ เขามีความสุข กับการทำงานชนิดนี้หรือเปล่า เขามีความคิดสร้างสรรกับงานนั้นๆมั้ย


เหล่านี้แหละ ที่ทำให้มีการใช้งานคนได้อย่างถูกต้อง เป็นต้นว่า เราเอาคนที่ช่างพูดและพูดเป็น ที่ทำงานเอกสารนั้น ไปอยู่ฝ่ายบุคคล แทนที่จะหมกไว้ในกองเอกสารแบบเดิม ได้ทำงานเอกสารตามที่ชำนาญน้อยลง แต่ได้ใช้ทักษะทางการสื่อสาร มาเป็นประโยชน์กับงาน ในหน้าที่การสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างบริษัทกับพนักงาน


เอาลูกน้องปลายแถวที่มีคณสมบัติของการเป็นผู้นำ ย้ายออกมาจากหน่วยงานเดิม มาเป็นหัวหน้าในหน่วยงานที่ตั้งขึ้นใหม่ เพื่อจะได้ให้เขามีโอกาส แสดงฝีมือในการเป็นผู้นำออกมา ค่อยๆชี้แนะและให้แนวคิดของการเป็นหัวหน้าที่ดี ที่แท้จริง เหมือนกับเป็นพี่เลี้ยงให้ด้วย


ก็ทำแบบนี้กับหลายๆคน มันเหมือนกับได้ทำการแจ้งเกิดให้กับพวกเค้า โดยที่แต่ละคนก็ไม่คิดไม่รู้ตัวมาก่อนว่า จะทำหน้าที่ที่ให้นั้น ได้อย่างดีอย่างไร จึงไม่แปลกที่พวกนี้จะยอมรับ และให้ใจเราเต็มร้อย


“ว่าไปแล้ว มันก็เห็นภาพนะ ถ้าเราเป็นลูกน้อง เราก็จะนิยมชมชอบในตัวนายแน่ แต่ที่พูดมานี่มันเหมือนกับงานหลักเลยนะ ไม่เสียเวลาของงานอย่างอื่นหรือ?”


“นี่มันก็คืองานนะ งานโดยตรงเชียวแหละ เรื่องการบริหารคน มันต้องทำควบคู่ไปกับการบริหารงานด้านอื่น ตรงนี้ไงที่คิดและเชื่อกันผิดๆ ที่เห็นว่าการเล่นกับคน บริหารจัดการคนเป็นเรื่องเสียเวลา


มันไม่ใช่แค่เป็นการทำให้ลูกน้องยอมรับในตัวเรา มันไม่ใช่แค่พยายามไปใกลชิดกับพวกเค้า เพื่อให้เกิดความสนิทสนม ให้พวกเค้ารู้สึกชอบพอเรา แต่มันคือสิ่งจำเป็นสำหรับการบริหารคน เนื่องจากอะไรๆที่ตามมา มันมีมากกว่านั้น


จะบอกให้ว่า มันคือการทำงานไป และสร้างคนไปพร้อมๆกันด้วย


ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่า ลึกๆลงไปจากการกระทำของเรา มันคืออะไร ตั้งใจแต่เพียงว่า มีลูกน้องเก่งมากเท่าไหร่ยิ่งดี จะช่วยงานเราได้เยอะ งานของเราจะสำเร็จได้แน่ และเราก็จะได้สบายขึ้น แค่ทำไงให้พวกเค้าเต็มใจทำงานให้เรา ทำไงให้พวกเค้ารู้สึกดีกับงานที่เค้าทำ ทำไงให้เค้าได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเก่า ทำไงให้เค้ารู้สึกมีความหวังในอนาคต ก็คิดง่ายๆไม่มีอะไรซับซ้อน


แต่พอหวนกลับไปมองเส้นทางที่ผ่านมา นั่งวิเคราะห์ดูแล้ว เบื้องลึกไอ้ความคิดที่ว่าไม่ซับซ้อนนั้น ที่จริงมันลึกซึ้ง สร้างสรร และถูกต้องเอามากๆ เพราะในชีวิตการทำงานหากินเป็นผู้บริหาร ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน บริษัทไหนนั้น ก็ใช้วิธีนี้มาโดยตลอด มันพิสูจน์ว่าถูกต้องได้ผลมาจนทุกวันนี้


มันพิสูจน์หลายๆทฤษฎีทางการบริหาร ที่ว่าคน คือส่วนที่สำคัญที่สุด ของความสำเร็จหรือล้มเหลวของงาน ทำมาตลอดโดยไม่เคยเรียนด้วยซ้ำ ในเรื่องการบริหารคน ก็เลยพูดได้ไงว่า บริหารคน ใครว่ายาก”

comments powered by Disqus
2013-10-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 10
2012-08-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ ( 1 )
2012-08-28
ใช้คอมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 2.
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 12
2013-11-25
บริหารคน..ใครว่ายาก 13
2012-11-27
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 11
2012-09-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 3
2013-12-04
บริหารคน ใครว่ายาก 14
2014-01-08
บริหารคน..ใครว่ายาก 15
2012-09-12
ใช้คอมอมเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้
2014-03-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 16
2012-09-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 5
2013-05-09
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 17
2012-09-26
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 6
2012-12-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 12
2013-05-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 18
2013-05-22
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 19
2012-10-03
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 7
2012-10-10
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 8
2013-06-06
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 20
2013-01-16
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 13
2013-06-14
บริหารคน..ใครว่ายาก 1
2013-07-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 2
2013-01-30
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 14
2013-07-12
บริหารคน..ใครว่ายาก 3
2013-07-24
บริหารคน ใครว่ายาก 4
2012-10-31
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 9
2013-08-09
บริหารคน..ใครว่ายาก 5
2013-08-30
บริหารคน..ใครว่ายาก 6
2013-02-20
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 15
2013-09-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 7.
2013-09-19
บริหารคน..ใครว่ายาก 8
2013-10-03
บริหารคน..ใครว่ายาก 9
2012-11-14
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 10
2013-03-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 16
107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com