เก่งบริหาร สไตล์เถ้าแก่
สุจินต์ จันทร์นวล
คอลัมน์นิส คม ชัด ลึก , ประธานกรรมการ บริษัท สมาร์ท ทู เวิร์ค จำกัด , ที่ปรึกษา Aroma Group , วิทยากรรับเชิญ รายการ Smart2work ทาง TTV1 Nation Channel

บริหารคน..ใครว่ายาก 12



“ที่เล่ามา มันก็เป็นการบริหารคนในระดับโรงงาน ที่มองว่ามันยาก ก็เพราะจำนวนคนมันมาก แต่กลับบอกว่าไม่ยาก และเอาอยู่เสียด้วย ดูเหมือนคนระดับนั้นจะหัวอ่อนรึไง?”


“ที่โรงงานคนระดับปัญญาชนมีความรู้จบปริญญา มีไม่มากเท่าไหร่ ส่วนใหญ่เป็นระดับอ่านออกเขียนได้ซะมากกว่าหลายเท่า เราจึงให้น้ำหนักในเรื่องการบริหารจัดการ ไปที่คนส่วนใหญ่ ได้เสียงส่วนใหญ่ก็เอาอยู่แล้ว


พอหลังจากนั้นที่ได้ผ่านงานบริหารไปจนถึงระดับสูง หันกลับมาเปรียบเทียบกับการบริหารในระดับกลางๆ จึงบอกได้ว่า บริหารพนักงานระดับโรงงาน ง่ายกว่าการบริหารพวกพนักงานที่มีความรู้ระดับปัญญาชนเยอะ


ระดับพนักงานโรงงานไม่ค่อยจะซับซ้อน ตรงไปตรงมา เมื่อไหร่ที่พูดจากันรู้เรื่อง พูดจริงและทำจริง พิสูจน์กันได้ สัญญาเป็นสัญญา ทำงานแบบสบายอกสบายใจ ก็จบ


แต่พนักงานระดับปัญญาชนนี่ไม่จบง่ายๆ เยอะ เรื่องมาก เอาใจยาก มักจะคิดถึงตัวเองเป็นใหญ่ เรื่องผลประโยชน์นำหน้า เรื่องรอยัลตี้เกิดยาก มักจะมีเงื่อนไขสารพัด แถมเปราะบางในด้านอารมณ์ ความรู้สึก ขาดความอดทน”


“ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ คนมีความรู้ดีกว่า ก็น่าจะเข้าใจอะไรได้ง่ายกว่า กับกลายเป็นเรื่องยากกว่าซะงั้น?”


“สถานะทางสังคมมันไม่เหมือนกันอย่างละนะ อีกอย่างก็คือระดับอีโก้ต่างกัน เพราะถือว่าตัวเองมีความรู้ มีการศึกษา โอกาสในการได้อะไรๆที่ดีกว่าในชีวิต มีมากกว่าคนอื่น พูดง่ายๆว่าโอกาสในการเปลี่ยนงาน หางานใหม่ที่อื่นได้ไม่ยาก


ที่ไหนให้มากกว่า บางทีระดับตำแหน่งงานเท่าเดิม ก็คิดจะไปแล้ว ยิ่งความอดทนมีน้อย อะไรนิดอะไรหน่อย ไม่ถูกหูไม่ถูกใจ ก็จะออกอาการให้เห็น ไอ้เรื่องจะทำงานแบบทุ่มเท สู้ตายอะไรนั่น หายาก หรือแทบไม่มีด้วยซ้ำ งานมากกว่าปกติหน่อยก็โวยแล้ว ทำนองว่า ทำไมจะต้องทำงานมากขึ้นด้วย ในเมื่อเงินได้เท่าเก่า


ผิดกับพนักงานที่มีข้อจำกัดในเรื่องความรู้ และระดับการศึกษา ซึ่งรู้ตัวดีว่าโอกาสมีน้อย จึงไม่ค่อยจะสร้างเงื่อนไขอะไรให้ชีวิตมากมาย ขอเพียงได้มีงานทำ กับบริษัทที่มั่นคง รายได้อยู่ในขั้นดี สบายอกสบายใจ มีกินมีใช้ มีพอเก็บได้บ้าง ก็จะยึดมั่นอยู่ตรงนั้น


อีกอย่างเรื่องจิตใจ คนระดับนี้ถ้าทำให้พวกเค้ายอมรับได้ พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเราจริงใจ ยุติธรรมและหวังดีต่อพวกเขา ทำให้เขายกย่องและนับถือ เชื่อใจ เชื่อมั่นในตัวเราได้ เราก็จะได้ใจเขา ได้ความซื่อสัตย์จากเขา เขาก็จะเชื่อฟังและทำตามเราทุกอย่าง แบบเต็มใจ ปราศจากเงื่อนไขใดๆ


ไม่เชื่อลองไปคุยไปถาม ผู้บริหารที่เคยบริหารโรงงานมาก่อนสิ ความเห็นเรื่องยากง่ายจะไม่ต่างไปจากนี้หรอก


แต่ถ้าใครว่าไม่จริง บริหารโรงงานยากกว่า ก็ลองถามเจาะลึกลงไปจะพบว่า เพราะหนึ่งเขาและนายไม่เข้าขา และพื้นฐานความคิดในเรื่องการบริหารคนไม่เหมือนกัน อยากจะทำอะไรนายไม่เล่นด้วยซะอย่างก็จบ สองก็คือมีช่องว่างหรือแก๊ป ระหว่างเขาและพนักงานมากเกินไป ไม่มีการใช้วิธีเดินเข้าหาลูกน้องอย่างจริงจัง หรือหากมีก็ไม่เท่าไหร่”


“เอ้ย เรื่องนี้ขอเถียงว่ะ เจอมาเยอะแล้ว อย่างบรรดาธุรกิจขนาดย่อมแท้ๆนะ ไม่ได้ใหญ่โตมีคนเป็นร้อยเป็นพัน มีพนักงานแค่ยี่สิบสามสิบ ไม่ถึงครึ่งร้อยดี ขนาดเขาทำงานกับลูกน้องแบบใกล้ชิดสนิทสนม เลี้ยงดูยังกับลูกกับหลาน ก็ยังเอาไม่อยู่เลย มีปัญหาบานเบอะ เดี๋ยวเข้าเดี๋ยวออก พอจะเป็นจะคล่องงานก็ไปซะแล้ว รึว่าคนสมัยนี้กับสมัยนั้นมันผิดกัน ในเรื่องความคิดและจิตใจ?”


“ไอ้เรื่องความคิดและจิตใจน่ะ ยอมรับว่าคนสมัยก่อนกับสมัยนี้นั้น ต่างกันแน่ เพราะอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อม ชีวิตความเป็นอยู่ กระแสโลกาภิวัตน์ มันทำให้คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น ความอดทนน้อยลง พอๆกับความเปราะบางทางอารมณ์เพิ่มขึ้น ดังนั้นเรื่องความจริงใจ เรื่องความจงรักภักดี เรื่องบุญเรื่องคุณ จึงมาทีหลัง


จะบริหารคนในสมัยนี้ ก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีและแนวคิดตามไปด้วย แต่หลายๆอย่างในด้านจิตวิทยา ก็ยังคงเหมือนเดิม จะลองชี้ให้เห็นก็ได้ อย่างเคสที่ว่ามา ทำงานกับลูกน้องแบบใกล้ชิดสนิทสนม เลี้ยงดูยังกะลูกหลาน


ก็ต้องถามว่า จะไปแสดงออกกับลูกน้อง ให้เค้ารู้สึกเหมือนลูกหลานตัวเองนั้น แสดงแบบไหน ใกล้ชิดแบบไหน เวลาลูกน้องทำงาน แล้วมีนายมาคอยยืนกำกับ สั่งสอนไปทุกจังหวะขั้นตอน รู้หรือเปล่าว่า คนเป็นนายกำลังทำให้ลูกน้องเกร็ง และเกิดความรู้สึกกดดัน ใกล้ชิดแบบนี้มันทำให้เกิดผลลบนะ ไม่ใช่ผลดีเลย


กับลูกหลานน่ะได้ เพราะลูกหลานจะมาออกอาการไม่พอใจไม่ได้ จะจู้จี้จุกจิกยังไงก็ต้องทน ยังไงก็ต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่อยู่แล้ว ยังช่วยเหลือตัวเอง ยังบินเดี่ยวไปไหนไม่ได้ แต่กับลูกน้องมันคนละอย่าง คนละสถานะ เราอาจจะเหมาทึกทักเอาเอง ว่าพวกเขาเป็นลูกเป็นหลาน แต่เขาไม่ได้คิดว่าเราเป็นญาติผู้ใหญ่สักนิด เราคือนายจ้าง


ดังนั้นที่ว่าทำงานใกล้ชิดสนิมสนมกับลูกน้อง มันจึงไม่ได้หมายความว่าจะดีและถูกต้องเสมอไป ลองสมมุติตัวเองเป็นลูกน้องสิ เวลาทำอะไรอยู่แล้วมีนายมาคอยยืนกำกับ ความรู้สึกเหมือนกับเค้าคอยมาจับผิด หรือไม่ก็ทำให้เราสับสน เพราะการบอกบทตลอดเวลา ให้ทำหยั่งงั้นให้ทำหยั่งงี้ พอทำไม่ถูกตามที่เค้าบอก ก็จะถูกตำหนิ ถูกด่า ยิ่งทำให้รู้สึกว่าตัวเองช่างโง่ ไร้ความสามารถเสียจริง ทำให้เกิดการขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง คราวนี้อารมณ์ความรู้สึก กระเจิดกระเจิงไปกันใหญ่เลย


จะคิดว่าเค้าเป็นลูกเป็นหลาน อ่านพวกเค้าออกหมดหรือเปล่า ว่านิสัยใจคอแต่ละคนเป็นยังไง พื้นเพสถานะทางครอบครัวเค้าเป็นมายังไง ถูกเลี้ยงดูสั่งสอนมายังไง พื้นฐานจิตใจแต่ละคนไม่เหมือนกัน จะไปรู้ได้ยังไงว่า กับการทำตัวเป็นญาติผู้ใหญ่ให้พวกเค้านั้น คือสิ่งที่ถูกต้องและควรจะทำ และมันคือสูตรสำเร็จที่จะเอาพวกเค้าอยู่


เอาง่ายๆนะ อย่างเวลาพ่อแม่ดุหรือด่าว่า เราก็ไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ เพราะคือพ่อแม่เราเอง และเราก็ถูกดุด่ามาจนชินแล้ว เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา แต่หากเป็นคนอื่น มาดุด่าเรา แม้จะเบากว่าน้อยกว่าพ่อแม่เราก็ตาม แต่เราจะรู้สึกไม่ดีกับคำดุด่านั้น มากกว่าของพ่อแม่หลายเท่า


ฉันใดก็ฉันนั้น นายที่ดุด่าลูกน้องตัวเอง โดยเชื่อว่าตัวเองทำไปก็เพราะ เปรียบเสมือนเหมือนพ่อเหมือนแม่เค้า ฟีคแบ็คที่กลับมามันจึงไม่ใช่ มันกลายเป็นไปทำร้ายจิตใจลูกน้อง ทำให้พวกเค้ารู้สึกแย่ ไม่พอใจ ไม่สบายใจ ยิ่งเข้าใกล้ลูกน้องเท่าไหร่ ก็กลายเป็นการผลักพวกเค้า ให้ห่างออกไปมากเท่านั้น


คิดดูแล้วกัน คนที่พ้นวัยเด็ก จนมาทำงานหาเงินใช้เองแล้วนั้น ไม่ชอบให้ใครหรือแม้แต่พ่อแม่มานั่งสั่งสอนอีกแล้ว เพราะคิดว่าตัวเองโตพอ ที่จะรู้ผิดชอบชั่วดี อะไรควรอะไรไม่ควร มีความเชื่อมั่นในตัวเองมากพอ ดังนั้นหากนายจ้างยังมองพวกเค้าเป็นเด็กๆ เป็นลูกเป็นหลาน มาคอยสั่งคอยสอน มันจึงไม่ได้ตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ของพวกเค้าเลย กลับกันเสียอีก มันกลายเป็นเรื่องที่เขาไม่ต้องการก็ได้


มันอาจจะได้ผลก็ได้นะ ในกรณีที่พื้นเพของลูกน้องคนนั้นๆ กำพร้าพ่อแม่ อยากได้ใครมาทดแทนในความรู้สึก แต่ก็อย่างที่ถามไง ว่ารู้จักลูกน้องแต่ละคนลึกแค่ไหน รู้ประวัติความเป็นมา และพื้นเพชีวิตตั้งแต่วัยเด็กหรือเปล่า แต่ละคนไม่เหมือนกัน”


“จะไปรู้ละเอียดขนาดนั้นได้ยังไง ลูกน้องไม่ใช่คนเดียว?”
“ที่จริงมันรู้ไม่ยากหรอก แต่มองข้ามไปตั้งแต่ต้น พอมีลูกน้องเป็นฝูงแล้ว จะอ่านแต่ละคนให้ลึกมันจึงยาก ต้องใช้เวลาและความอุตสาหะพอสมควร ซึ่งก็อาจไม่มีเวลาจะทำได้ทั่วถึงแล้ว


ที่ว่าตั้งแต่ต้น ก็คือตอนจะรับเข้าทำงานนี่ไง ส่วนใหญ่จะใช้เวลากันนิดเดียว ในการพูดคุยสัมภาษณ์ เอาแค่รู้พื้นฐานหลักๆเท่านั้น เช่นเรียนจบขั้นไหน เรียนอะไรมา พ่อแม่เป็นใคร มีอาชีพอะไร มีความสามารถพิเศษอะไรบ้าง ฯลฯ ก็รู้ได้ไม่ยากจากใบสมัครงาน เพียงแค่นั้นมันจะไปเพียงพอที่ไหน


ความจริงที่อยากจะรู้ก็คือคนๆนั้นเป็นคนยังไง นิสัยใจคอเป็นยังไง ถูกหล่อหลอมมายังไง พื้นฐานจิตใจเป็นอย่างไร มีสติปัญญและไหวพริบมากน้อยแค่ไหน มีคุณสมบัติอะไรบ้างในตัว ทั้งแง่บวกแง่ลบ มีความอดทนอดกลั้นหรือไม่ ซื่อสัตย์มั้ย มีความคิดความเชื่อในด้านไหนยังไง


วิธีจะรู้หรือพอคาดเดาได้ ก็คือการพูดคุยซักถาม ซึ่งมันต้องใช้เวลากันพอสมควร เพราะมันต้องพูดคุยแบบสร้างบรรยากาศให้สบายๆ เป็นกันเองเสียก่อน จนอีกฝ่ายไม่เกร็งไม่ประหม่า กล้าที่จะพูดคุย ตอบคำถามโดยไม่ประหม่า จึงจะได้อะไรจริงๆออกมา


ซึ่งอันนี้คนถามคนสัมภาษณ์ ต้องเป็นมวยพอสมควร คือมีทักษะในการสนทนาในการซักถาม แบบลื่นไหล มีจิตวิทยาในการพูดจาโน้มน้าวคนอื่น แต่ก็ไม่ถึงกับจะต้องเก่งกาจอะไรมากมาย ขอเพียงแต่รู้ว่า คำถามแบบไหนที่ควรถาม และคำตอบที่ได้ออกมานั้น มันอ่านได้ว่าอย่างไร มันสะท้อนตัวตนและจิตใจ ความนึกคิดของอีกฝ่ายแค่ไหน


นายจ้างส่วนใหญ่มองเรื่องเหล่านี้ข้ามไป ให้ความสำคัญน้อยไป ให้เวลากับการคัดสรรลูกน้องน้อยเกินไป บางทีก็ไม่ยอมเสียเวลาเลยแม้แต่น้อย แค่ใครแนะนำหรือชักชวนก็เอาแล้ว มักจะเอาความรู้สึกมาตัดสินใจ ว่าจะรับหรือไม่รับเข้าทำงาน ไม่ได้เอาจากข้อมูล เหตุผล และบทสรุป ว่าคนๆนั้นจะเหมาะสมหรือไม่แค่ไหน แล้วคิดว่าพอทำงานกันไป ก็จะรู้เองว่าใครเป็นยังไง


คือหากรู้ตั้งแต่ต้น ว่าใครเป็นยังไง ก็จะสามารถปรับแนวหรือวิธีการ เพื่อให้เหมาะสมกับคนๆนั้น ในการที่จะเอาเค้าให้อยู่ได้ไม่ยาก”

comments powered by Disqus
2013-10-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 10
2012-08-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ ( 1 )
2012-08-28
ใช้คอมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 2.
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 11
2013-11-25
บริหารคน..ใครว่ายาก 13
2012-11-27
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 11
2012-09-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 3
2013-12-04
บริหารคน ใครว่ายาก 14
2014-01-08
บริหารคน..ใครว่ายาก 15
2012-09-12
ใช้คอมอมเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้
2014-03-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 16
2012-09-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 5
2013-05-09
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 17
2012-09-26
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 6
2012-12-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 12
2013-05-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 18
2013-05-22
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 19
2012-10-03
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 7
2012-10-10
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 8
2013-06-06
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 20
2013-01-16
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 13
2013-06-14
บริหารคน..ใครว่ายาก 1
2013-07-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 2
2013-01-30
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 14
2013-07-12
บริหารคน..ใครว่ายาก 3
2013-07-24
บริหารคน ใครว่ายาก 4
2012-10-31
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 9
2013-08-09
บริหารคน..ใครว่ายาก 5
2013-08-30
บริหารคน..ใครว่ายาก 6
2013-02-20
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 15
2013-09-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 7.
2013-09-19
บริหารคน..ใครว่ายาก 8
2013-10-03
บริหารคน..ใครว่ายาก 9
2012-11-14
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 10
2013-03-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 16
107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com