เก่งบริหาร สไตล์เถ้าแก่
สุจินต์ จันทร์นวล
คอลัมน์นิส คม ชัด ลึก , ประธานกรรมการ บริษัท สมาร์ท ทู เวิร์ค จำกัด , ที่ปรึกษา Aroma Group , วิทยากรรับเชิญ รายการ Smart2work ทาง TTV1 Nation Channel

ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 5

(http://byfiles.storage.live.com)

           

            “มันก็คือเรื่องเอาแป้งสาลีมาบรรจุกล่องขายปลีกเป็นกิโล  แทนการเปิดถุงตักขาย  ที่เค้าขายกันในตลาดแต่ดั้งเดิมไง  ที่มาที่ไปก็มาจากการเปิดโรงเรียนนี่เอง  คือคนที่มาเรียนทำขนม  เวลาจะทำเองที่บ้าน  ก็ไปซื้อแป้งสาลีที่ตลาด  จากร้านขายของชำ  ซึ่งมีเปิดถุงขายปลีกหลายยี่ห้อ  ราคาต่างกันไป  ยี่ห้อที่เราเอามาสอนนั้น  ก็คือแป้งที่ดีที่สุดของโรงงานเราเอง  ราคาแพงกว่าเพื่อน  ทีแรกขายไม่ดีขายได้น้อย  พอมีคนเรียนมากขึ้นๆ  แป้งยี่ห้อนี้ก็ขายดีขึ้น มากขึ้น  พ่อค้าหัวใส ก็เอาแป้งยี่ห้ออื่นซึ่งราคาถูกกว่า  มาใส่ถุงยี่ห้อนี้  และตักขายเป็นกิโล  ทำให้ได้กำไรเพิ่มขึ้น  โดยไม่สนว่าตะเกิดผลอะไรกับลูกค้า

            ก็อย่างที่บอก  ลักษณะภายนอกแป้งก็ดูเหมือนกันหมด เมื่อเอาไปใช้แล้ว  คนใช้จึงจะรู้ว่ามันมีคุณสมบัติต่างกัน  เพราะมันทำมาจากชนิดของข้าวสาลีที่ต่างกัน  เปอร์เซนต์โปรตีนไม่เท่ากัน  ความเหนียวและเนื้อแป้งมันต่างกัน  มีหนักมีเบา  อย่างแป้งที่เอามาทำบะหมี่ก็อย่างหนึ่ง  แป้งทำเค็กก็อย่างหนึ่ง  แป้งทำขนมปังก็อย่างหนึ่ง เป็นต้น  ซึ่งแป้งทำเค็กนั้น ดีที่สุดแพงที่สุด  เพราะทั้งตัวข้าวสาลี  กรรมวิธี  และเครื่องจักร์ที่ผลิต ต้องสุดยอดจริงๆ

            คนที่เรียนจากเราเอาปัญหามามาสอบถาม  ว่าซื้อแป้งมาทำแล้ว  ผลมันไม่ออกมาอย่างที่ทำในโรงเรียน  พอทดสอบดูก็รู้ว่าใช้แป้งผิดประเภท  แต่คนเรียนก็ยืนยันว่าซื้อยี่ห้อนี้แน่  เมื่อเรารู้จึงสั่งให้ลูกน้องไปซื้อที่ร้านชำที่ถูกระบุถึง  ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ  เจอของปลอม

            ก็เลยแจ้งฝ่ายขายไปให้แก้ปัญหา  ก็อย่างว่า  ฝ่ายขายคงยังเจ็บแผลที่หมอไม่รับเย็บ  จาการถูกเราฉีกหน้า  จึงไม่สนใจ  บอกแต่เพียงว่าจะเอาคนที่ไหน  ไปคอยตรวจเช็คกันทุกตลาดทุกร้านชำ  ซึ่งมันก็จริงของเขา

            นี่มันจึงเป็นที่มาของความคิดในการแก้ปัญหา  ว่าจะทำอย่างไรถึงจะไม่ให้เกิดปัญหาพ่อค้าขี้โกงได้  วิธีคิดก็ง่ายๆใช้คอนมอนเซนส์นี่แหละ  คือตราบใดที่แป้งยังผลิตและขายเป็นถุง  การขายปลีกมันก็ต้องใช้วิธีเปิดถุงและแบ่งขายปลีก  คนที่ใช้แป้งน้อยๆ  เค้าไม่ซื้อกันเป็นถุง  ใช้ไม่หมดเหลือเก็บ เก็บไม่ดีแป้งก็จะเสื่อม  จึงจำเป็นต้องซื้อให้พอดีใช้  ทีละกิโลสองกิโลก็พอ  หมดหรือไม่พอค่อยซื้อใหม่

พอเข้าถึงรายละเอียดนี้  ก็เท่ากับตีโจทย์แตก  ก็คือมีกลุ่มลูกค้าที่ซื้อปลีกจำนวนไม่น้อย  จะตอบสนองกลุ่มนี้  ก็แปลว่าต้องทำให้เขาซื้อปลีกอย่างสดวก  ข้อสำคัญต้องไม่ปลอมด้วยซื้อปลีกอย่างสะดวก  ก็คือผลิตเพื่อขายปลีก ให้ซื้อสะดวก และมั่นใจในคุณภาพได้  ไม่ปลอมแน่ เพราะผลิตจากโรงงานโดยตรง

ผลิตเพื่อขายปลีก  ก็คือผลิตตามความต้องการของลูกค้า  ส่วนใหญ่ซื้อทีละกิโลมากที่สุด

ก็ผลิตออกมาจำหน่ายเป็นกิโล  แค่นี้ก็ตอบโจทย์ได้แล้ว

ที่เหลือก็คือรายละเอียดประกอบขบวนการนี้  คือเเพ็คเกจจิ้ง  การผลิต  การคำนวนต้นทุนการผลิต  การกำหนดราคา  การจัดจำหน่าย  การโปรโมท  และที่ยากที่สุดก็คือการนำเสนอไอเดียนี้  เพื่อการของอนุมัติดำเนินการ  เนื่องจากเราพ้นจากโรงงานมาแล้ว  ไปสั่งให้ผลิตอย่างงั้นอย่างงี้ไม่ได้  ต้องให้ซีอีโอสั่งแต่ผู้เดียว  อีกอย่างมันไปกระเทือนฝ่ายขาย  กระทบยี่ปั้วด้วย 

ตอนนั้นก็เริ่มอ่านเกมเป็นบ้างแล้ว  เพราะพอกบตัวนี้ออกจากกะลา  ก็เจอกับสิ่งแวดล้อม  ที่ทำให้ต้องคอยระวังตัวทุกย่างก้าว  จึงต้องมีการเหลียวหน้าเหลียวหลัง  มองสูงมองต่ำ  ดูตาม้าตาเรือ  ไม่งั้นอาจเจ็บตัว  เมื่อเดินไปตกท่อ  หรือโดนตีนใครเข้า  ก็รู้ตัวนะ  พอเด่นพอดังขึ้นมา  ก็ต้องมีคนอิจฉา จ้องเล่นงานเอาด้วยความหมั่นใส้เป็นธรรมดา  ตามคำพังเพยที่สอนใจไว้ไม่มีผิดว่า  จงดี แต่อย่าเด่น จะเป็นภัย

เห็นไหมว่าปัญหาในการทำงาน  มันมีทุกที่ทุกแห่ง  แค่เอาคำสอนเก่าๆ ของคนโบร่ำโบราณมาใช้  ก็สามารถหลีกเลี่ยงหรือเข้าใจปัญหาได้ไม่ยาก  ต้องไปร่ำเรียนอะไร  เกี่ยวกับเรื่องบริหารจัดการซะที่ไหน  มันใช้คอมอนเซนส์ก็ได้”

            “แล้วไอเดียเรื่องเอาแป้งบรรจุขายปลีกนี่  ทำสำเร็จไหม?”

            “จังหวะคนมันกำลังมือขึ้น  หรือมันเป็นอย่างที่นายเก่าเคยพูดไว้ก็ไม่รู้นะ  ว่าคนที่หาเงินเข้าบริษัทเป็น  พูดเสียงดังได้  ไอเดียนี้ซีอีโอรับลูกทันที  มันง่ายกว่าเก่าเพราะเราขึ้นตรงกับซีอีโอ  ไม่ต้องผ่านขั้นตอนมากเหมือนเดิม  ซีอีโอสั่งให้โรงงานหาวิธีผลิต  ให้เรารับผิดชอบที่เหลือทั้งหมด  ให้ฝ่ายขายสนับสนุนเรา  นึกว่าเสนอไอเดียแล้วจะลอยตัว  ทีไหนได้  ซีอีโอจับเราไปเหยีบตีนชาวบ้านเข้าเต็มๆ”

            “แล้วชาวบ้านเค้าร่วมมือด้วยไหม  มีการปัดแขงปัดขา  เจาะยางกันบ้าง มีมั้ย?”

            “ไม่มีว่ะ แปลกแต่จริง  น่าจะเป็นเพราะชาวบ้านเห็นซีอีโอ  ยืนอยู่ข้างหลังเราซะละมั้ง  เลยไม่มีใครกล้าเล่นพิเรนท์ๆกับเรา  แต่เราก็ไม่ได้ทำกร่างนะ  ยังทำตัวลีบๆเหมือนเดิม  เขียนโปรเจ็คทำรายละเอียดให้หมดทุกขั้นตอน  ตั้งแต่คอนเซ็ป  เป้าหมาย  การดำเนินการ  วิธีดำเนินการ  รูปแบบของแพ็คเกจจิ้ง ฯลฯ  เชิญโรงงานกับฝ่ายขายมาประชุม ณ.ที่ทำการของเรา  อันนี้จงใจเพื่อแสดงให้รู้ว่า  ไผเป็นไผในโครงการนี้  นะ..มันก็ต้องมีเชิงกันนิดๆ  มันก็มาจากเรื่องตัดไม้ข่มนาม  ที่โบราณว่าไว้อีกเหมือนกัน”

            “ผลออกมาเป็นยังไง?”

            “ก็สำเร็จด้วยดี  แต่ผลที่ได้มันเกินคาด  เพราะมันมีไอ้ที่ไม่ได้คิดไว้เกิดขึ้นอีกหลายแง่มุม  อย่างเช่นพอแพ็คแบบนี้ออกตลาดไป  ปิดกั้นการโกงของร้านชำได้สนิท  เพราะราคาไม่ต่างกันเท่าไหร่  แพงกว่านิดเดียวเป็นค่าแพ็กเกจจิ้ง  แต่ชัวร์กว่า  ดูน่าซื้อกว่า  ก็ยังทำให้มันไปโผล่ในซุปเปอร์มาร์เกต  ซึ่งกำลังมาแรงอีกด้วย  ทำให้การกระจายสินค้ากว้างขวาง  และสะดวกง่ายดายขึ้น  ไปได้ทั่วประเทศทุกหัวระแหง  ไม่ได้อยู่แค่เฉพาะในร้านชำในตลาดเหมือนก่อน  ไปโผล่แม้แต่ในประเทศเพื่อนบ้าน

มันไม่ได้ผลลัพธ์ในด้านกำไรเท่าไหร่หรอก  เพราะต้นทุนค่าใช้จ่ายมันสูง  แต่มันได้ผลในทางอ้อมกลับมาซึ่งมีมูลค่ามากกว่า  นั่นคือความเชื่อถือในคุณภาพมาตรฐานของโปรดักส์เรา  มันเหมือนกับสมัยใหม่  ที่เค้าเรียกว่าการสร้างแบรนด์  และทำให้เกิดแบรนด์รอยัลตี้ตามมา  จะว่ามันฟลุ๊คก็คงใช่  เพราะตอนที่ทำ  โจทย์มันแค่  พยายามจะคิดป้องกันการโกงของร้าชำเท่านั้น  ไม่ได้คิดไกลขนาดนั้น  มันเกินความรู้ที่มี  มีแต่เซนส์เท่านั้นว่ามันน่าจะดีนะ”

            “เอาละ งานที่ออกมาหลังจากหันหลังให้โรงงานก็คือ  สร้างโรงเรียนสอนทำเบเกอรี  สร้างร้านเบเกอรี  ทำแป้งบรรจุแพ็คเกจจิ้งออกจำหน่าย  แล้วทำอะไรต่อไปอีก?”

            “ทำอะไรต่อไปน่ะ  มันก็มาจากงานที่ทำอยู่นั่นเอง  คือกิจการมันไปได้ดีเกินคาดในทุกๆด้าน  โรงเรียนก็มีคนมาเรียนเยอะจนเต็มทุกหลักสูตร  ต้องมีการรอคิว  ต้องเพิ่มครูสอน  เพิ่มเวลาสอน ไม่มีวันหยุดเสาร์อาทิตย์  ให้สลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันหยุด  เช่นเดียวกับเบเกอรี  ขายดีจนผลิตไม่ทัน  เพียงแค่สองปี  ก็ทำรายได้คืนทุนให้บริษัทแม่ได้  พอกำไรดีลูกน้องก็แฮปปี้  เพราะเราสามารถเอามาแบ่งจ่ายให้เป็นโบนัส  ให้เป็นเงินเดือนขึ้น

เราจึงคิดการใหญ่ขึ้น  เนื่องจากสถานที่มันคับแคบเกินไปแล้ว  เราต้องการที่มันใหญ่กว่านี้มีพื้นที่มากกว่านี้สักสามสี่เท่า  มันจึงจะสวยและทำรายได้ๆเป็นกอบเป็นกำ  และมันยังมีไอเดียอีกมากที่เราอยากจะทำ  ก็มาจากการที่มองจากงานที่ทำปัจจุบัน  มันควรจะต่อยอดไปยังไงบ้าง  รอจังหวะและโอกาสเหมาะๆ  เอาไว้คุยกับซีอีโอ  เผอิญเขามาเยี่ยมดูกิจการ  ในวันที่คนแน่นร้านแน่นโรงเรียน  ก็เลยสบช่องแกล้งบ่นให้ฟังเสียเลย  ว่าสถานที่มันคับแคบไป  ถ้าเพิ่มได้จะทำได้ดีกว่านี้อีกหลายเท่า  ซีอีโอก็พยักหน้าแต่ไม่ว่าอะไร

ราวสักเดือนให้หลัง  ก็พาเราไปดูตึกเก่าๆตึกหนึ่ง  หัวมุมสยามสแควร์ซอยหนึ่ง  หน้าโรงหนังสกาล่า  ห้าชั้น  ราวห้าคูหาเห็นจะได้  แล้วบอกเราว่า  ตึกนี้เอามั้ย  ทำอย่างที่เราทำ แต่ให้สเกลใหญ่ขึ้น  เข้าทางพอดี  มีหรือจะปฎิเสธ  กติกาเหมือนเดิม  บริหารแบบโพรฟิตเซนเตอร์  บริษัทแม่ลงทุนให้ก่อน  แล้วทำกำไรมาค่อยๆใช้คืน  ไม่มีอะไรจะสนุกและท้าทายไปกว่านี้อีกแล้ว”

            “นี่แสดงว่า  ซีอีโอเขาอ่านลูกน้องเค้าทะลุเลยนะ  เขารู้ว่าจะใช้ลูกน้องคนนี้ยังไง  ใช้แบบไหน จับนิสัยใจคอได้อยู่หมัด  เอามาล่อใจ  เอามาใช้งาน  ดึงอะไรลึกๆของลูกน้องออกมาใช้ได้อย่างถูกจังหวะจะโคน”

            “ก็น่าจะเป็นหยั่งงั้นแหละ  ไม่งั้นจะเป็นซีอีโอได้ไง  แต่เราก็รู้นะว่าเขาจับตาดูเราอยู่ตลอดเวลา  แม้ดูว่าเขาจะปล่อยให้เราทำงานแบบอิสระ  ไม่มายุ่งเลย  แต่เขาก็เก็บข้อมูลจากคนอื่น  ที่เกี่ยวข้องกับเราตลอดเวลา  มีคนหนึ่งเป็นที่ปรึกษาของบริษัทแม่  เป็นอาจารย์เก่าของเขา  และเป็นเกจิทางการตลาดคนหนึ่งของเมืองไทย  มาเยี่ยมเยียนเรา  โดยบอกว่าซีอีโอส่งมาให้คุยด้วย  เผื่อเราต้องการความรู้หรือมีปัญหาอะไรเกี่ยวกับการตลาด  เขาก็ยินดีจะช่วยให้ความกระจ่างได้

เรารู้จักชื่อเสียงของที่ปรึกษาคนนี้ดี  จึงฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกศิษย์  เวลาคุยกับเขา  ส่วนใหญ่เราจะเป็นคนตอบคำถามเขาซะมากกว่า  และคำถามก็จะออกมาในโทนว่า  ทำไมเราจึงคิดแบบนั้นแบบนี้  มันมาจากอะไร   และมีเหตุผลอย่างไร  เราก็เล่าให้ฟัง  ก่อนขาจะจากไปเขาก็บอกว่า  เรานะมีมาร์เกตติ้งมายด์ด้วยนะ นอกจากทักษะในทางบริหาร  เราต้องถล่มตัวว่า  ผมก็แค่ใช้คอมมอนเซนส์เท่านั้น  กับทั้งสองเรื่องนี้  เพราะผมแค่มีความรู้และร่ำเรียนมาทางช่างเอง  ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ”

            “พบกับคนๆนี้ก่อนหรือหลังที่ซีอีโอพาไปดูสถานที่ใหม่?”

            “พบก่อนหน้านั้นพอสมควร  เพราะจำได้ว่า  เรายังเคยโทรไปขอคำแนะนำจากเขาหลายเรื่อง”

            “งั้นก็ชัวร์ละว่า  ซีอีโอก็คงได้คอมเมนท์จากที่ปรึกษาคนนี้ด้วยแน่  และน่าจะเป็นน้ำหนักสำคัญ  ที่เขาลงทุนให้ขยายกิจการ  คิดยังงั้นไหม?

            “น่าจะใช่นะ  ก็นับว่าเป็นโชค  เหมือนกับมีคนที่มีน้ำหนัก มายืนเป็นแบ็คให้อีกคน  ตอนนั้นรู้สึกเชื่อมั่นในตัวเองสูงขึ้น  และกล้าที่จะมองไปข้างหน้าอย่างไม่หวั่นไหว  โดยที่ไม่กลัวอีกต่อไปว่า  เราไม่ได้เรียนไม่ได้รู้ทางนี้มาก่อน  มันจึงมีอะไรใหม่ๆ  เข้ามาในความคิดมากมายให้ทำ”           

comments powered by Disqus
2013-10-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 10
2012-08-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ ( 1 )
2012-08-28
ใช้คอมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 2.
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 12
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 11
2013-11-25
บริหารคน..ใครว่ายาก 13
2012-11-27
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 11
2012-09-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 3
2013-12-04
บริหารคน ใครว่ายาก 14
2014-01-08
บริหารคน..ใครว่ายาก 15
2012-09-12
ใช้คอมอมเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้
2014-03-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 16
2013-05-09
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 17
2012-09-26
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 6
2012-12-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 12
2013-05-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 18
2013-05-22
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 19
2012-10-03
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 7
2012-10-10
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 8
2013-06-06
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 20
2013-01-16
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 13
2013-06-14
บริหารคน..ใครว่ายาก 1
2013-07-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 2
2013-01-30
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 14
2013-07-12
บริหารคน..ใครว่ายาก 3
2013-07-24
บริหารคน ใครว่ายาก 4
2012-10-31
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 9
2013-08-09
บริหารคน..ใครว่ายาก 5
2013-08-30
บริหารคน..ใครว่ายาก 6
2013-02-20
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 15
2013-09-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 7.
2013-09-19
บริหารคน..ใครว่ายาก 8
2013-10-03
บริหารคน..ใครว่ายาก 9
2012-11-14
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 10
2013-03-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 16
107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com