เก่งบริหาร สไตล์เถ้าแก่
สุจินต์ จันทร์นวล
คอลัมน์นิส คม ชัด ลึก , ประธานกรรมการ บริษัท สมาร์ท ทู เวิร์ค จำกัด , ที่ปรึกษา Aroma Group , วิทยากรรับเชิญ รายการ Smart2work ทาง TTV1 Nation Channel

บริหารคน..ใครว่ายาก 9


“ตกลงอยากรู้เรื่องการกอบกู้กิจการ  ด้วยวิธีการเล่นกับคน  หรืออยากรู้เรื่องเลขาฯกับนายกันแน่?”

            “ก็มันเห็นว่าหลายๆอย่างมันน่าสงสัยนะ  พนักงานโสดสาวสวย  ที่เคยรับใช้เจ้านายเก่า  ท่าจะเป็นดาวเด่นเสียด้วย  ในหมู่คนเก่า  หันมารับใช้นายใหม่  หนุ่มโสด  อนาคตสดใส  ชนิดไม่มีอะไรเคลือบแคลง  มันต้องมีอะไรที่สร้างความสัมพันธ์ที่ดีขนาดนี้แน่”

            “อาจเป็นเพราะเพื่อนที่ลาออกไปนั้น  ให้ข้อมูเกี่ยวกับนิสัยใจคอเธอไว้พอสมควรนะ  เพราะหมอเคยพยายามจีบเธอมาก่อน  แต่เธอไม่เล่นด้วย  คือไม่ใช่แค่เป็นสาวมั่น  คล่องแคล่วปราดเปรียวสมวัย  แต่เธอยังมีนิสัยดีๆอีกหลายแง่มุม  คือซื่อสัตย์ มือสะอาด  มีจุดยืนของตัวเอง  ใจถึง  ไม่กลัวอะไรง่ายๆ มันทำให้ง่ายต่อการหาวิธีพูด  ให้เธอยอมรับและคล้อยตาม  ในครั้งแรกที่คุยทาบทามให้รับหน้าที่เลขาเรา”

            “จำได้มั้ยว่า พูดอะไรยังไงกับเธอ  อยากรู้ว่ะ?”

            “พอจะจำได้นะ  เพราะก็เอาความจริงมาพูด  ไม่มีการเม็คเรื่องแต่งเรื่องใดๆ  บอกเล่ากันตามตรง  พูดถึงการมารับหน้าที่นี้  จุดมุ่งหมายคือการฟื้นฟูกิจการบริษัทเก่าของเธอ  ซึ่งมันล่มสลายเพราะเหตุใดเธอก็รู้  เราต้องการทำมันให้กลับมาดีเหมือนเดิม  และอยากให้ดีกว่าเก่าด้วย

            เรื่องงานเราอาจจะใหม่ก็จริง  แต่ไม่ยากที่จะเรียนรู้  แต่เรื่องคน  เรื่องใครเป็นใคร  เป็นอย่างไร  เธอเป็นคนที่รู้ดี  ถ้าด้วยตัวเราเอง  คงต้องใช้เวลานานมาก  กว่าจะรู้ว่าใครเป็นยังไง  ถ้าเธอช่วยเราในเรื่องนี้  ก็จะสามารถพลิกฟื้นสถานการณ์ได้เร็วขึ้น

            เราพูดให้ฟังว่า  นโยบายเป็นอย่างไร  เราต้องการจะทำอย่างไรบ้าง  เริ่มจากการล้มวงจรคอรับชั่น  ตัดไฟแต่ต้นลม  เอาระบบใหม่มาใช้  เปลี่ยนแปลงวิธีการบริหาร  กระจายอำนาจลงไปเป็นขั้นตอน  ให้ความยุติธรรมกับพนักงานในทุกระดับ

            กับเรื่องคน เรื่องพนักงานทั้งหมดแล้ว  หลักการของเราคือ  เราไม่สนว่าในอดีตใครจะเป็นอย่างไร  มาตั้งต้นกันใหม่หมด  เอาเวลามาพิสูจน์กัน  ว่าเราจะไปกันได้ไหม  เราไม่ชอบวิธีการบีบหรือกดดัน  ไม่พอใจอยู่กันไม่ได้ก็ว่ากันตรงๆ  เราช่วยได้ตามอำนาจที่เรามีเราก็จะช่วย  เราขออย่างเดียวเท่านั้นคือ  อย่าโกงบริษัท  อย่าคอรับชั่น  เรื่องนี้เราถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง  อยู่กันไม่ได้แน่

            เรายังพูดถึงสไตล์และแนวคิด  ในการทำงานของเรากับเลขา  ว่าเราไม่ได้มองหรือใช้เลขาเหมือนคนอื่น  ที่มีไว้เพื่อใช้งานจิปาถะ  เสริฟกาแฟ  จัดการเรื่องเอกสาร  โทรศัพท์นัดหมาย  ฯลฯ  แต่เรามองว่างานของเลขา  ก็คืองานของผู้ช่วยเราดีๆนี่เอง  เธออาจจะไม่เชื่อหรือไม่เข้าใจว่ามันเป็นอย่างไร  เอาไว้ทำงานด้วยกันไปก่อน  เธอก็จะรู้เอง

            ก็พูดจาอะไรประมานนี้แหละ  แต่มันโดนใจเธอ  และเธอก็ตอบรับข้อเสนอแบบไม่ลังเล  มันก็เท่านั้นเอง”

            “แล้วทำงานกันยังไง  ที่ว่าใช้เลขาเหมือนผู้ช่วยนะ?”

            “คือการที่เราเพิ่งได้ขึ้นมาเป็นผู้จัดการโรงงาน  แม้จะรู้ว่าโครงสร้างการบริหารมันควรจะเป็นอย่างไร  แต่มันก็เป็นภาพกว้างๆ  บอกตรงๆว่ายังไม่รู้เลยว่า  การเป็นผู้จัดการโรงงานที่นั่นนั้น  ต้องทำอะไร  อย่างไรบ้าง  จะบริหารอย่างไร  เพราะต้องเป็นทีเดียวสามบริษัท  สามกิจการพร้อมๆกัน

            วิธีเรียนรู้ของเราก็คือ  เอาเลขามานั่งซักถาม  ว่าผู้จัดการคนเก่า  เขาทำอะไรบ้างแค่ไหนอย่างไร  บางอย่างทำไมถึงทำ  บางอย่างทำไมไม่ทำ  ขอเอกสารเก่าๆมาดู   จะได้รู้แนวของผู้จัดการคนเก่า  อันไหนที่ไม่ตรงกับแนวคิดของเรา  เราก็ลองถามเธอว่า  ถ้าเราจะเปลี่ยนวิธีการเสียใหม่  เธอคิดว่าอย่างไร  ดีไม่ดี วิจารณ์ได้  พูดได้ตรงๆเลย

            แรกๆเธอก็ไม่ค่อยกล้าออกความเห็นเท่าไหร่  แต่พอเราพูดคุยในทำนองปรึกษาหารือบ่อยเข้า เธอก็กล้าที่จะออกความเห็น  มีทั้งเห็นด้วยและคัดค้าน  เราก็จะหาเหตุผลมาคุย  จนได้ผลสรุปที่คล้อยตามกัน  จากนั้นเราก็จะเอามาใช้  และมอบหมายให้เธอเป็นคนติดตามผล  ว่ามันออกมาเป็นอย่างไร

            เท่ากับว่าเราคิด เธอมาช่วยวิจารณ์แนวคิดนั้น  เท่ากับได้ทบทวนหาข้อบกพร่อง  แก้ไขเสร็จเราก็สั่งงาน  เธอเป็นคนฟอลโลว์อัพ  ติดตามและคอยรายงานให้เราทราบ  แบบนี้งานจะไม่หลุด  ไม่ว่าเราจะสั่งงานใครไป  เราก็จะมอบให้เธอคอยติดตามผล  เพราะส่วนใหญ่แล้วเวลาสั่งงานไปแล้วไม่ติดตาม  ก็จะลืมไปเลย  เกิดผิดพลาดมาอีกถึงจะรู้ว่า  ไอ้ที่สั่งไปทีแรกนั้น  คนรับคำสั่งไม่ไปทำให้สำเร็จ  มีปัญหาก็ไม่กลับมารายงาน

            บางทีเรามีงานมาก  เสียจนแทบไม่มีเวลาจะจัดการแก้ปัญหาอะไร  ที่มันเล็กๆและไม่สำคัญเท่าไหร่  เราก็จะใช้วิธีถามความเห็นเธอว่า  เรื่องนั้นเรื่องนี้  ถ้าเป็นเธอๆจะแก้อย่างไร  เพราะอะไร  เรื่องไหนที่เราเห็นว่าความเห็นเธอเข้าท่า  เราก็เออออ  บอกดี  ช่วยไปจัดการด้วย

            บางงานที่มันไม่ลงล็อคแผนกไหนฝ่ายไหนเลย  เราคิดจะใช้ลูกน้องคนนั้นคนนี้  เราก็จะขอความเห็นเธอว่า  งานนนี้ใครน่าจะเหมาะสมกว่ากัน  เธอจะให้ความคิดเห็นที่ดี  เพราะเธอรู้จักพวกนั้นมากกว่าเรา  คือพูดง่ายๆเหมือนเรามีฝ่ายบุคคลประจำตัว  ทำให้การบริหารคนของเราง่ายขึ้นเยอะ”

            “ทำแบบนี้ ไม่กลัวเธอดูถูกเอาเหรอ  ว่าเป็นผู้จัดการที่ไม่รู้เรื่องเอาเลย  เอะอะอะไรก็ถามเลขาประจำ?”

            “เฮ่ย มันไม่ใช่ซะทุกเรื่องหรอก  บางเรื่องที่ไม่แน่ใจว่าคิดถูกมั้ย  หรือบางเรื่องที่จงใจ  อยากจะให้เธอรู้สึกว่ามีความสำคัญกับเรา  หรือให้รู้สึกว่าได้มีส่วนร่วมกับการบริหารของเรา  มันเป็นการให้ธอรู้สึกว่าได้รับเกียรติ  รู้สึกภูมิใจมากกว่า

            หลายๆแง่มุมในความคิด ในความตั้งใจที่ดี  ที่จริงใจ ซึ่งเรามีให้กับบรรดาลูกน้อง ให้กับบริษัท  เราสามารถถ่ายทอดให้เธอรับรู้ได้  จากการพูดคุยแสดงความคิดเห็นจากการปรึกษาหารือ  มันจะกระจายออกไปสู่พนักงาน  เพราะบรรดาคนเก่าๆที่สนิทสนมกับเธอมากมาย  ก็มักจะกระซิบถามเธอเสมอ ถึงความเคลื่อนไหวของเรา  ด้วยความยากรู้ลึกๆ  ว่าผู้บริหารคิดจะทำอะไร  อย่างไร  จะมีผลอย่างไรกับพวกเค้าบ้าง

            หรือแปลว่า  เราสามารถใช้ประโยชน์จากเธอหลายทาง  ได้ทั้งแง่มุมเกี่ยวกับการใช้ลูกน้อง  และแง่มุมในการประชาสัมพันธ์ไปสู่ลูกน้อง  ได้ซึมซับเรียนรู้ว่าระดับสมองและความคิดของเธอเป็นอย่างไร  ขนาดไหน  การตัดสินใจของเธอเป็นอย่างไร

            สไตล์การทำงานแบบนี้  เธอไม่เคยเจอมาก่อนหรอก  เพราะเท่าที่เธอเล่าให้ฟัง  นายเก่าเธอไม่เคยคุยอะไรด้วยในเรื่องงาน  เรื่องนโยบายอะไรแบบเรา  เธอได้แต่ทำตามที่เขาสั่งเท่านั้น  ไม่ได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการใดๆเหมือนเราเลย”

            “ทำงานใกล้ชิดกันมากๆแบบนี้  ไม่กลัวเสียงนินทาเหรอ  แล้วมีมั้ยที่เค้าซุกซิบกัน  นายไม่พูดอะไรบ้างเหรอ?”

            “คนจะนินทามันห้ามกันไม่ได้  ใครจะว่ายังไงก็เชิญ  ในเมื่อเรารู้ว่าเรากำลังทำอะไร  ความจริงเป็นยังไง  จะร้อนตัวไปทำไม  เวลามันจะพิสูจน์เอง  ทุกอย่างมันอยู่ภายใต้สายตานายตลอดเวลา  เพราะสิ่งที่เราคิดเราทำ  มันถึงนายแทบทุกเรื่อง  นายเองก็นิยมชมชอบในตัวเธอ  ให้ความสนิทสนมกับเธอไม่ต่างไปจากเรา  เราทั้งสามคนจึงทำงานได้เข้าขากันมากๆ

            โดยเฉพาะเรากับนายนั้น  เข้าใจกันถึงขนาดเราบอกเขาตรงๆได้เลยว่า  มันอาจมีข่าวแง่ลบมาเข้าหูเขาบ้าง  ว่าเราไปพูดลับหลังนินทาว่าไม่เห็นด้วยกับเขาในเรื่องนั้นเรื่องนี้  วาดภาพเขาน่ากลัวยังไง้นยังงี้  ก็ขอให้เข้าใจว่ามันเป็นเท็คนิคของเราในการพูดจากับพวกพนักงาน  ให้พวกเขารู้สึกว่าเรายืนอยู่ฝ่ายพวกเขา  ไม่ใช่อยู่ฝ่ายผู้บริหารตลอด

            อย่างเช่นเรื่องบางเรื่อง  เราต้องการเปลี่ยนแปลง  เราก็จะตั้งประเด็นว่า  ถูกนายกดดันมา  ว่าแบบเดิมนี้มันใช้ไม่ได้  เราก็ทัดทานไว้  แต่ก็ถูกกดดันหนักขึ้น  จนคิดว่าหลีกเลี่ยงไม่พ้น  เรารู้ว่าพวกเขาไม่ชอบ  แต่เราก็ไม่มีทางเลือก

            มันก็เลยทำให้พวกเขาเห็นใจเรา  และยอมที่จะเปลี่ยนแปลงโดยดี  มันก็เป็นวิธีง่ายๆแต่อันตราย  เพราะสิ่งที่เราเอานายมาเป็นประเด็น  เข้าหูนายเข้า  มันก็จะกลายเป็นเรื่องบาดหมางทางใจ  ระหว่างเรากับนายก็ได้  เรื่องแบบนี้เราจึงคุยทำความเข้าใจกับนายก่อน  ซึ่งนายก็เข้าใจดี  ยังแหย่เราเลยว่า  ถ้าพนักงานไม่พอใจมาไล่เตะเขา  เราต้องรับผิดชอบนะ พอหรือยังล่ะในเรื่องเลขา  ดูสนใจเป็นพิเศษนะ”

“ก็เพราะมันดูเหมือนว่า  จะเป็นคนโชคดีอะไรขนาดนั้น  มีทั้งนายที่ดีเข้าอกเข้าใจกัน  เลขาก็ทั้งดี ทั้งเก่ง ทั้งสวย แถมไม่ต้องไปหาที่ไหน อยู่แค่ตรงหน้า  ภาระกิจอะไรมันช่างลงตัวขนาดนั้นได้  ฟังแล้วไม่ค่อยอยากจะเชื่อ”

“เกี่ยวกับนายก็เคยเล่าให้ฟังแล้ว  เขาเลือกเรา  เขาเป็นฝ่ายหาเรามาร่วมงานด้วย  ส่วนเลขา  เราเลือกเอง  ที่จริงทีแรกมันก็มีอยู่ในสายตาสองคนในอ๊อฟฟิสนั้น  แต่พอศึกษาข้อมูลหลายๆด้านแล้ว  ก็มาลงที่เธอ  แม้ระดับการศึกษาจะด้อยกว่าอีกคนเล็กน้อยก็ตาม

เราเอาแฟ็คเตอร์ที่สำคัญเกี่ยวกับเรื่องคุณสมบัติมาเป็นตัวตัดสินใจ  คืออีกคนนั้นแม้ระดับความรู้และบุคคลิกจะดี  แต่คุณสมบัติในเรื่องมนุษย์สัมพันธ์สู้เธอไม่ได้  เธอกว้างขวางและป๊อปปูล่ากว่า  ปราดเปรียวและมีไหวพริบมากกว่า  อีกคนนั้นก็มีครอบครัวแล้ว  ในขณะที่เธอโสด  น่าจะทำงานแบบไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง

ประการสำคัญเธอทำงาน  รับใช้ใกล้ชิดกับผู้จัดการเก่ามากกว่า  ทำให้เธอน่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องงาน  ในตำแหน่งผู้บริหารมากกว่า  เราก็จึงตกลงตัดสินใจเลือกเธอมาเป็นเลขา  มันไม่น่าจะเป็นเรื่องโชคหรือดวงอย่างเดียวนะ  แต่มันใช้หลักการและเหตุผลล้วนๆ  จะมีความรู้สึกอยู่บ้างก็คือ  รู้สึกถูกชะตากับเธอมากกว่าอีกคนเท่านั้น  ซึ่งมันก็มาจากสไตล์การบริหารที่ลงไปใกล้ชิดลูกน้อง  จึงเห็นอะไรเป็นอะไร”         

comments powered by Disqus
2013-10-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 10
2012-08-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ ( 1 )
2012-08-28
ใช้คอมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 2.
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 12
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 11
2013-11-25
บริหารคน..ใครว่ายาก 13
2012-11-27
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 11
2012-09-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 3
2013-12-04
บริหารคน ใครว่ายาก 14
2014-01-08
บริหารคน..ใครว่ายาก 15
2012-09-12
ใช้คอมอมเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้
2014-03-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 16
2012-09-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 5
2013-05-09
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 17
2012-09-26
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 6
2012-12-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 12
2013-05-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 18
2013-05-22
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 19
2012-10-03
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 7
2012-10-10
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 8
2013-06-06
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 20
2013-01-16
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 13
2013-06-14
บริหารคน..ใครว่ายาก 1
2013-07-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 2
2013-01-30
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 14
2013-07-12
บริหารคน..ใครว่ายาก 3
2013-07-24
บริหารคน ใครว่ายาก 4
2012-10-31
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 9
2013-08-09
บริหารคน..ใครว่ายาก 5
2013-08-30
บริหารคน..ใครว่ายาก 6
2013-02-20
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 15
2013-09-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 7.
2013-09-19
บริหารคน..ใครว่ายาก 8
2012-11-14
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 10
2013-03-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 16
107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com