เก่งบริหาร สไตล์เถ้าแก่
สุจินต์ จันทร์นวล
คอลัมน์นิส คม ชัด ลึก , ประธานกรรมการ บริษัท สมาร์ท ทู เวิร์ค จำกัด , ที่ปรึกษา Aroma Group , วิทยากรรับเชิญ รายการ Smart2work ทาง TTV1 Nation Channel

บริหารคน..ใครว่ายาก 8


     “มีอย่างนึงนะ  ที่ฟังแล้วดูมันง่ายและผ่านไปแบบไม่มีการลังเลเลย  ก็คือเรื่องราวเบื้องหลังและความเป็นมาที่แท้จริง  ของปัญหาแต่ละปัญหาและเรื่องคน  มันเหมือนกับว่า  การเข้าหาลูกน้อง  แล้วได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด  และแน่ใจได้ยังไง  ว่าเรื่องราวที่ถ่ายทอดมานั้น  เป็นเรื่องจริง  ไม่ได้ปรุงแต่ง หรือระบายสีมาให้  ซึ่งหากมันคลาดเคลื่อน  การแก้ปัญหาก็จะผิดจุด  หลงทางก็เป็นได้”

            “เวลาได้ยินได้ฟังอะไรจากลูกน้องที่เข้าหานั้น  ก็ยังไม่ได้ปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซนต์  ฟังแบบรับรู้และเป็นการบอกเล่าของคนๆหนึ่งเท่านั้น  หรือแปลว่า เป็นคนที่ไม่เชื่ออะไรง่ายๆเหมือนกัน  มันต้องมีข้อพิสูจน์ มีหลักฐาน  มีเหตุผล  มีความเกี่ยวโยงและความเป็นไปได้  โดยใช้หลายๆสิ่งหลายๆอย่างมาประกอบการวิเคราะห์ด้วย

            อย่างแบบว่า  คนนี้เล่าให้ฟังว่า  มันมีการทุจริตกันแบบนั้นแบบนี้  เราก็จะพยายามถามต่อไปว่าใครมันมีบทบาทเกี่ยวข้องในขั้นตอนยังไงบ้าง  บางคนกล้าหน่อยก็ระบุว่าเป็นใครบ้าง  แต่ส่วนใหญ่จะไม่พูดไม่ระบุตัวบุคคล  เพียงแต่พูดคลุมๆ

            เราก็เอามาตั้งเป็นประเด็น  และเริ่มสืบหาความเป็นจริง  หาหลักฐานมายืนยัน  ว่าควรจะเชื่อเรื่องนี้ได้แค่ไหนหรือไม่  อย่างไร  อย่างแรกก็คือเอกสารหลักฐาน  ที่หาดูง่ายที่สุดคือจากฝ่ายบัญชีการเงิน ซึ่งอยู่ในตัวออฟฟิส  ให้เลขาฯไปขอฝ่ายนั้นมา  เพื่อจะได้ไม่เป็นที่สงสัย  ไปขอเรื่องเองมันจะเป็นเรื่องฮือฮาเกินไป

            จากนั้นก็สอบถามจากลูกน้องที่ไว้วางใจได้  คนโน้นทีคนนี้ที  ดูว่าจะมีความคิดเห็นตรงกันมั้ย แค่ไหน  เสร็จแล้วก็เอามาเรียบเรียงปะติดปะต่อ  จนเห็นภาพค่อนข้างชัดเจน  จากนั้นก็จะเข้าหาคนที่อยู่ในขบวนการ  ค่อยๆตะล่อมถาม  ซึ่งตรงนี้ต้องใช้ศิลปในการพูดนิดหน่อย  จะแบบไหนยังไง  เอาแบบดักคอ หรือแกล้งโง่  หรือจี้จุด แบบรู้นะว่าทำอะไร  ขอให้บอกความจริง  ที่แล้วก็แล้วไป  เพราะเรื่องราวมันเกิดขึ้นก่อนที่เราจะเข้ามาบริหาร  บางคนก็ไม่ต้องพูดอะไรกัน  เพราะถึงถามก็รู้ว่าไม่พูดแน่”

            “เดี๋ยวก่อน ตรงนี้มันก็มีคำถามนะ  คนธรรมดาๆ  แค่เข้าไปพูดจาเจ๊อะแจ๊ะกับลูกน้อง  ก็พอจะเชื่อว่าใครๆก็ทำได้  แต่ระดับผู้บริหารโรงงานไปพูดจาหลอกลูกน้องระดับล่าง  ไปพูดจาทำนองตำรวจสอบปากคำผู้ต้องสงสัย  และแถมมีลูกน้องที่ไว้วางใจได้  ทั้งๆที่เพิ่งเข้าไปทำงาน  มันไม่เก่งเกินคนธรรมดาไปหน่อยหรือ?”

            “ก็จริงอย่างที่สงสัยนะ  คือลืมเล่าอย่างละเอียดให้ฟัง  ว่าที่จริงเรื่องราวในแง่ลบของบริษัทนี้  เราได้รับรู้พอสมควร  ว่าอะไรเป็นยังไง  จากเพื่อนคนหนึ่งซึ่งทำงานอยู่ที่นั่น  กำลังจะออกไปอยู่บริษัทอื่น  ซึ่งนับว่าเป็นโชคดีของเรา

            ต่อมาเรื่องลูกน้องที่ไว้วางใจได้  ก็มาจากการชี้แนะของเพื่อนเหมือนกัน  ว่าใครคนไหนใช้ได้หรือไม่  เริ่มจากเลขา  เราก็ไม่ได้รับเอาคนข้างนอกเข้ามา  แต่เราก็เลือกเอาคนในสำนักงานนั่นแหละ จากการชี้แนะของเพื่อน  และเราก็เฝ้าดูเฝ้าสังเกตุพฤติกรรม  เข้าไปพูดคุย  จนแน่ใจได้ว่า  คนนี้ใช่เลย ตามสเป็คที่วางไว้  นั่นคือ  เป็นผู้หญิงที่แคล่วคล่องปราดเปรียว  มีมนุษย์สัมพันธ์ดี  ฉลาดมีไหวพริบ เข้ากับคนได้ง่าย  รู้จักคนที่ทำงานในนี้แทบทุกคน  ใกล้ชิดกับระดับบริหารมาก่อน  รู้อะไรเป็นอะไรมากพอสมควรเพราะอยู่มานาน

            เธอคนนี้ทำหน้าที่ทั่วไปในฝ่ายธุรการ  กึ่งๆเลขาของผู้จัดการโรงงานคนเก่าด้วย  ซึ่งเราก็สงสัยว่าทำไมผู้จัดการเก่าไม่มีเลขา  ทั้งๆที่สโคปงานขนาดนี้มันต้องมีเลขาไว้ช่วยงาน  ก็ได้รับการบอกเล่าที่ค่อนข้างจะดราม่าปนคอมมอดี้หน่อย  ก็คือผู้จัดการเคยมีเลขา  แต่เมียผู้จัดการมาอาละวาดถึงโรงงาน  เพราะแรงหึง  ด้วยสงสัยว่าสามีกับเลขามีเรื่องกุ๊กกิ๊กกัน  ผู้จัดการก็เลยต้องให้เลขาออก  และตัดปัญหาคาใจเมีย  ด้วยการไม่มีเลขามันซะเลย  โดยเรียกใช้เธอแทน

            เท่ากับเธอก็จะรู้เรื่องราวและความเป็นไปของบริษัท  ลึกมากกว่าคนอื่น  รู้งานของเลขา  ประกอบกับแคร์เร็คเตอร์ของเธอ  เป็นสาวโสดมั่นที่ร่าเริง รูปร่างหน้าตาก็ชวนมอง เธอจึงป๊อปปูล่ามากในบริษัท  ใครๆก็รู้จักสาวน้อยคนนี้

            ดังนั้นพอเราเข้าบริหารบริษัทนี้อย่างเป็นทางการ  เราก็คุยกับเธอเป็นคนแรก ในการเสนอหน้าที่ใหม่ในตำแหน่งเลขาของเรา  ก่อนเธอจะรับข้อเสนอ  ก็มีการพูดจากหว่านล้อมโน้มน้าวกันพอสมควร  เพราะเข้าใจดีว่า  นายเก่าเพิ่งลาจากไป  ความรู้สึกผูกพันอาลัยย่อมมีแน่  เราเป็นนายใหม่  ในคณะบริหารชุดใหม่  ยังไงก็คงไม่รู้สึกสนิทใจง่ายๆ  ที่จะยอมรับ  ดีไม่ดีอาจจะหาที่ใหม่รองรับไว้แล้วก็ได้

            เราอยากรู้เรื่องอะไร  อยากรู้ว่าใครเป็นใคร ยังไง  เธอก็คือแหล่งข้อมูลชั้นดีอีกด้านหนึ่งของเรา และที่พูดถึงลูกน้องคนอื่นที่ไว้วางใจได้นั้น  ส่วนหนึ่งก็มาจากคำแนะนำของเธอ  อย่างเช่นเราต้องการคนขับรถประจำตำแหน่งของเรา  ให้เธอเป็นคนหาให้  โดยเอาคนที่มีอยู่เดิม  เธอก็แนะนำพนักงานขับรถในฝ่ายยานยนต์ที่เราจะยุบเลิกมาให้  บอกว่าคนนี้นิสัยดี  ซื่อสัตย์ เป็นญาติของคนนั้น  บ้านอยู่ไหนรู้หมด เพราะงานธุรการเดิมของเธอ มันก็ต้องทำงานของบุคคลด้วย

            ลูกน้องเก่าของเพื่อนที่ลาออกไป  ซึ่งฝากฝังให้เราช่วยดูแลต่อด้วย  แต่ละคนเพื่อนก็ได้บรรยายสรรพคุณ นิสัยใจคอแต่ละคนไว้ให้เรียบร้อย  คนไหนไว้ใจ และเชื่อใจได้ยังไง  พวกนี้ก็เท่ากับเป็นแหล่งข่าวและข้อมูลให้เรา  รวมทั้งภายหลัง  เราก็เรียกลูกน้องเก่าที่เหมาะสมกับงาน  จากอดีตสองบริษัทที่ผ่านมาสมทบด้วยสองสามคน  มาช่วยงานด้วย

            ผู้คนเหล่านี้ก็คือแหล่งข่าวและข้อมูลของเรา  และจากสไตล์ทำงานของเรา  บางเรื่องเราก็ถามความคิดเห็นพวกเขาด้วย  ในการแก้ปัญหาและจัดการกับเรื่องต่างๆ  เอามาประกอบการตัดสินใจของเรา

            ส่วนไอ้เรื่องการพูดจา  ในทำนองสอบปากคำผู้ต้องสงสัยอะไรเนี่ยะ บอกตรงๆว่าจำแบบอย่างมาจากหนัง  เป็นคนชอบดูหนังประเภทสืบสวนสอบสวน  หนังประเภทสายลับ  และการว่าความต่อสู้กันในศาล  ชอบวิธีการและชั้นเชิงในการพูดต้อนให้อีกฝ่ายจนมุม  การพูดจาโน้มน้าวลูกขุนให้คล้อยตามของทนาย อะไรทำนองนี้แหละ  ไม่ได้ไปร่ำเรียนมาจากไหน  ดูเยอะจนเอามาใช้พอเป็นว่างั้นเหอะ  ไม่ได้เล่าถึงเบื้องหน้าเบื้องหลัง  ก็เลยคิดไปว่ามันจะเก่งเกินวัยของคนอายุสามสิบกว่าไป  ที่จริงแล้วมันก็ธรรมดาๆนี่เอง”

            “ได้เลขาถูกสเป็คขนาดนั้น  สาวโสด  บุคคลิกมาดมั่น  ปราดเปรียวมีไหวพริบ รูปร่างหน้าตาชวนมอง  พูดจาก็ดี  ไม่วอกแวกไหวหวั่นบ้างเหรอ  ในเมื่อตัวเองก็หนุ่มโสดอนาคตไกล?”

            “ในใจ ในความรู้สึกส่วนตัวมันก็มีบ้าง ทำงานกับสาวสวย  ใกล้ชิดขนาดนั้น  เจอกันทุกวี่ทุกวัน แต่บทบาทและหัวโขนที่สรวมอยู่  มันขีดเส้นกำกับไว้  ให้เก็บความรู้สึกไว้ข้างในเท่านั้น  ต้องแยกออกระหว่างความรู้สึกส่วนตัวกับเรื่องงาน  เคยเห็น เคยได้ยิน ได้รับรู้มานักต่อนักแล้ว  โทษของสมภารที่กินไก่วัดตัวเองนั้นเป็นยังไง  มีไก่ที่อื่นให้กินเยอะแยะ ไม่บาปด้วย

            งานและความรับผิดชอบ  ในเรื่องการบริหารบริษัทนี้  โรงงานนี้  ให้ฟื้นจากการขาดทุนและล่มสลาย  กลับมาให้สามารถทำกำไรได้  มันก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว  จะมาสร้างปัญหาด้านอารมณ์และความรู้สึกส่วนตัว  เพียงแค่รู้สึกถูกตาต้องใจ  ที่จะทำให้เกิดปัญหาเพิ่มขึ้นแบบผิดๆทำไม  มันไม่คุ้มกับสิ่งที่กำลังพยายามทำ  พยายามเอาชนะ  เพื่อความสำเร็จ  และพาตัวเองไปสู่เป้าหมายของชีวิต

            คือคิดแบบนี้ก็เลยไม่วอกแวกหรือเกิดการเผลอใจใดๆ  ทำหน้าที่และเล่นบทของนายได้  อย่างไม่มีช่องว่างให้ใครนินทา”

            “เราไม่วอกแวก  แล้วเลขาล่ะ  ไม่มีท่าทีอะไรกับนายบ้างเลยหรือ?”

            “เราก็ดูออกนะ  ว่าเธอมีทีท่าและความรู้สึกยังไงกับเรา  แต่ของแบบนี้ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอก  เรามั่นคงและนิ่งซักอย่าง  เส้นกั้นมันก็จะอยู่ตรงนั้น 

มัน ดีเสียอีก ไอ้ความรู้สึกดีๆที่มีต่อกัน  ระหว่างนายกับเลขา  มันทำให้ทำงานกันแบบรู้ใจ  เราเองก็พูดคุยกับเขา  แบบไม่ได้ไว้ตัววางฟอร์มแบบบอสซี่อะไรทำนองนั้น  ทำนองปรึกษาหารือซะมากกว่า  ทำนองว่าปัญหาเรื่องนี้  คุณคิดว่ายังไง  ในฐานะที่อยู่มาก่อน  มันมาจากสาเหตุอะไร  และจะแก้อย่างไร  ถ้าคุณเป็นผม  พอเธอให้ความเห็น  เราก็จะซักไซร์ไล่เรียง  เพราะอะไร ทำไมถึงคิดว่าใช่  ถ้าไม่ตรงกันกับที่เราคิด 

ทำ ให้ทั้งสองคน  สามารถคาดคะเนและหยั่งรู้ความคิดกันและกัน ได้ใกล้เคียง  การทำงานจึงลื่นไหลและรวดเร็ว  อย่างเวลามีเรื่องนี้เรื่องนั้นเข้ามา  เอกสารมันต้องผ่านเธอก่อน  เธอก็เตรียมข้อมูลต่างๆไว้ให้เราล่วงหน้าก่อนได้เลย  พอเอาเรื่องเข้ามาให้  ยังไม่ทันจะเอ่ยปากขอให้ไปเอาข้อมูลนี่นั่นมา  เธอก็ยื่นให้ทันที  เรียกว่าทำงานกันได้เข้าขาเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลย

นาย เราเองก็ชอบใจ  จนบอกเราว่า  ให้หาเลขาแบบนี้ให้เขาสักคน  แต่ไม่ทันจะหาให้  ก็มีเด็กเส้นจากเบื้องบน   ถูกยัดเข้ามาเป็นเลขานาย  ไม่นานนายก็ไม่แฮปปี้กับเด็กเส้น  หวนกลับมาใช้เลขาเราแทนแบบเนียนๆ  คือมาใช้เรา  และรู้ว่างานแบบนี้  เราก็ต้องไปใช้เลขาเรา  ให้ทำต่ออีกทอด 

ซึ่ง ทีแรกเธอก็ไม่เข้าใจ  ว่าทำไมนายเค้าไม่ใช้เลขาเค้าเองทำ  ทำไมมาใช้เรา และกลายเป็นเธอคือคนที่ต้องทำ  งานที่เลขานายควรทำ  เธอไม่รู้สึกอะไรในการทำให้นาย  แต่เธอห่วงความรู้สึกของเลขานาย  จะรู้สึกไม่ดีทั้งกับนายและกับเธอด้วย

ก็ ต้องพูดจาให้เข้าใจ  ว่าไม่ต้องคิดอะไรมาก  มันคงไม่เป็นอย่างนี้หรอก  หากนายเขาได้เลขามาทำงานด้วยในแบบอย่างที่ผมได้  เขาไม่ได้เลือก  อยู่ดีๆก็ส่งใครไม่รู้มาเป็นเลขา  โดยไม่ได้ดูเรื่องคุณสมบัติ  และความเหมาะสมต่างๆเลย  เด็กเส้นคนนี้ก็มีอีโก้สูงเกินไป  ดูจากการพูดจาการวางตัว  นายเค้าชอบคนแบบเธอต่างหาก  แต่เขาก็ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเลขาเขานะ  ดูจากการใช้งานเธอแบบมีชั้นเชิงและเนียนมาก โดยผ่านเรานี่ไง เธอก็เข้าใจ  และสามารถวางตัวกลมกลืนกับเลขานาย  ได้อย่างราบรื่น  ภายใต้ความกดดันของเลขานายเอง”

“คิดว่าเลขาคนนี้  คงมีเก่งและความสำคัญมากสินะ  ดูโชคจะเข้าข้างไปซะทุกเรื่อง  มันน่าจะมีอะไรมากกว่านี้นะ?”

comments powered by Disqus
2013-10-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 10
2012-08-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ ( 1 )
2012-08-28
ใช้คอมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 2.
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 12
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 11
2013-11-25
บริหารคน..ใครว่ายาก 13
2012-11-27
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 11
2012-09-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 3
2013-12-04
บริหารคน ใครว่ายาก 14
2014-01-08
บริหารคน..ใครว่ายาก 15
2012-09-12
ใช้คอมอมเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้
2014-03-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 16
2012-09-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 5
2013-05-09
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 17
2012-09-26
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 6
2012-12-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 12
2013-05-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 18
2013-05-22
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 19
2012-10-03
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 7
2012-10-10
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 8
2013-06-06
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 20
2013-01-16
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 13
2013-06-14
บริหารคน..ใครว่ายาก 1
2013-07-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 2
2013-01-30
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 14
2013-07-12
บริหารคน..ใครว่ายาก 3
2013-07-24
บริหารคน ใครว่ายาก 4
2012-10-31
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 9
2013-08-09
บริหารคน..ใครว่ายาก 5
2013-08-30
บริหารคน..ใครว่ายาก 6
2013-02-20
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 15
2013-09-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 7.
2013-10-03
บริหารคน..ใครว่ายาก 9
2012-11-14
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 10
2013-03-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 16
107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com