เก่งบริหาร สไตล์เถ้าแก่
สุจินต์ จันทร์นวล
คอลัมน์นิส คม ชัด ลึก , ประธานกรรมการ บริษัท สมาร์ท ทู เวิร์ค จำกัด , ที่ปรึกษา Aroma Group , วิทยากรรับเชิญ รายการ Smart2work ทาง TTV1 Nation Channel

บริหารคน..ใครว่ายาก 7.


          “อย่าเอาเรื่องการเมืองไทยมาเกี่ยวดีกว่า  ยังไงมันก็ไม่มีอะไรจะดีขึ้นหรอก  เพราะระบบและกติกามันผิดตั้งแต่ต้นแล้ว  คนดีมีความสามารถอยู่ในแวดวงนี้ไม่ได้หรอก  เอาแค่ระบบการเลือกคนมาบริหารประเทศ  มันก็ผิดแล้ว  ที่เอาใครก็ได้  จากพรรคที่ได้รับเสียงจากการเลือกตั้งมากที่สุด มาเป็นนายกฯ  โดยไม่ได้มีการเลือกสรร  ว่ามีคุณสมบัติและความรู้ความสามารถ  ประสบการณ์ในการบริหาร  ทำอะไรที่สำเร็จในระดับชาติมาก่อนบ้าง

            ขนาดแค่บริหารบริษัท  การเลือกคนระดับผู้บริหาร  กว่าจะหาได้ยังต้องเลือกกันแล้วเลือกอีกอย่างถี่ถ้วน พิจารณากันหลายแง่หลายมุม  ยิ่งหากเป็นคนใหม่จากภายนอก  ต้องมีการสืบประวัติ หาข้อมูลเกี่ยวกับคนๆนั้นทุกด้าน  มีการสัมภาษณ์โดยคนที่มีวุฒิภาวะที่เหนือกว่า  เพื่อประเมินว่ามีความคิด มีหลักการ  มีวิสัยทัศน์  มีความเป็นผู้นำ  มีรู้ความสามารถที่แท้จริงอย่างไร ฯลฯ  ต้องดูกันในทุกแง่ทุกมุม

            แต่อนิจา..ผู้บริหารประเทศไทย  ขนาดที่รู้ๆกันว่า  โกงขนาดไหน กินขนาดไหน  พฤติกรรมแย่ขนาดไหน  ก็สามารถเป็นผู้บริหารผู้นำได้ในทุกระดับ  ตั้งแต่นายกฯจนถึงรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ  เพียงแค่ได้เสียงจากการเลือกตั้งเข้ามาชนะคู่แข่งได้เป็นพอ  ซึ่งเสียงที่ได้มา  ก็ซื้อกันมาทั้งนั้น  อ้างระบบอย่างเดียวว่านี่คือประชาธิปไตย 

ระบอบประชาธิปไตยน่ะใช่  ถูกต้องแล้ว  แต่ระบบและกติกา  วิธีการมันผิด  ซึ่งใครๆก็รู้โดยเฉพาะพวกนักการเมือง  แต่ไม่มีใครแตะต้องหรือคิดจะแก้ไข  เพราะขืนไปเปลี่ยนแปลง ก็เท่ากับพวกตัวหมดหนทางหากิน  ในอาชีพนักการเมือง  ปล่อยไว้แบบนี้แหละดี  คนส่วนใหญ่ยังมีระดับการศึกษาไม่สูงพอ  พอหลอกให้เชื่อได้ไม่ยาก  จูงจมูกง่าย

มันก็คล้ายๆกับบริษัทที่เข้าไปทำงานนี่แหละ  เมื่อได้ผู้บริหารที่ไม่ซื่อสัตย์  โกงกิน  คอรับชั่น  ไม่ได้ทำงานเพื่อบริษัท  แต่ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง  บริษัทมันก็ไปไม่รอด  ต้องขายกิจการทิ้ง  เปลี่ยนมือเจ้าของ  ก็ต้องเลือกผู้บริหารกันใหม่  แต่ประเทศไม่ใช่บริษัท  เจ้าของประเทศคือประชาชนทั้งหมด  โดยมีศูนย์รวมจิตใจอยู่ที่พระเจ้าอยู่หัว  ประเทศยังไงก็ไม่เจ้งเหมือนบริษัท  เพียงแต่เมื่อมีผู้บริหารไม่ดี  ก็ต้องไล่ออกและหาใหม่  หาใหม่ก็ได้แบบเดิมๆ  เพราะไม่เปลี่ยนวิธีการเลือกเสียใหม่ ตกลงประเทศเราก็เดินถอยหน้าถอยหลังอยู่แค่นี้แหละ ไม่มีอะไรดีขึ้น การเมืองและรัฐบาลก็มีอยู่แค่นี้เอง”

“ตกลงระบบไม่ดี หรือคนไม่ดีกันแน่?”

          “ระบบมันเกิดเองได้ที่ไหนล่ะ  คนไง ที่เป็นคนสร้างมัน  คนไม่ดี ระบบมันจะดี จะถูกต้องได้ไง ระบบที่ใช้  มันก็เป็นระบบของฝรั่ง  เราไปเอาของเขามาใช้  โดยที่ไม่ได้ดูว่ามันเหมาะสม และถึงเวลาหรือไม่  ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเลย  ตอนที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง  เพราะระดับการศึกษาของคนส่วนใหญ่ยังไม่ทั่วถึงพอ  มีตาสีตาสากว่าครึ่งค่อนประเทศ  แม้ตอนนี้ระดับการศึกษาจะสูงขึ้น  แต่การเมืองมันฝังรากลึกและมีอำนาจมากกว่า  คนชั่วมีอำนาจว่างั้นเหอะ  การจะเปลี่ยนแปลงมันจึงยาก  นอกเสียจากล้มกระดาน  ว่ากันใหม่

ในระดับการบริหารบริษัท  เราทำได้ ล้มโต๊ะได้  สร้างระบบใหม่ได้  แต่ในระดับประเทศ  ความจริงก็ทำได้  ทำกันบ่อยด้วย  การปฎิวัติรัฐประหารนั่นไง  แต่หาผู้นำที่ดี  ที่เก่งอย่างแท้จริงไม่ได้  ที่ดีซื่อสัตย์  มือสะอาด  ก็อยู่ไม่ได้นาน  ภูมิต้านทานไม่พอ

ปัญหาของประเทศ  มันต้องแก้ทั้งระบบและทั้งคน  ซึ่งในช่วงแรก  ต้องใช้อำนาจอย่างเด็ดขาด คนใช้อำนาจต้องเป็นทั้งคนดีและคนเก่ง  ต้องมีทั้งข้างบนและข้างล่าง  หนุนหลัง  แต่อย่าไปพูดถึงมันเลย ตายไปแล้วเกิดใหม่  ก็ยังไม่รู้ว่าจะมีหวังเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง  ในทางที่ดีขึ้นหรือไม่”

“เออพูดแบบนี้  พอเห็นภาพได้ว่า  การบริหารโรงงานมันง่ายกว่าเยอะนะ  กว่าการล้มโต๊ะแจกไพ่ใหม่  จะเข้าที่เข้าทางใช้เวลานานไหม  และมีปัญหาอะไรมั่งหรือเปล่า?”

“ปัญหามันก็มีบ้างละนะ  เพราะมันต้องมีการทำความเข้าใจกันใหม่ให้ทั่วถึง  และมีบ้างพวกที่เสียผลประโยชน์กันพอสมควร  ที่ไม่ค่อยจะให้ความร่วมมือสักเท่าไหร่  ก็ต้องใจเย็นค่อยๆแก้ไขกันไป  มีทั้งแบบนิ่มนวลบ้าง  และเด็ดขาดบ้าง  แล้วแต่กรณี”

“วิธีแก้ไขส่วนใหญ่  ทำยังไง?”

“มันก็เหนื่อยนะ  แต่มันก็จำเป็น  คือมีตั้งแต่พูดคุยสร้างความเข้าใจกับหัวหน้า  ถ้าตัวหัวหน้าเองมีปัญหา  หรือให้หัวหน้าไปคุยกับลูกน้อง กรณีลูกน้องมีปัญหา  บางทีรู้ว่าหัวหน้าพูดไม่เป็น  ก็ต้องไปพูดกับลูกน้องเสียเองแทนหัวหน้าก็มี

การพูดนั้น  มันต้องพูดให้เคลียร์  คือต้องให้เขาเข้าใจว่า  สาเหตุที่เปลี่ยนแปลงเพราะอะไร  ทำไมจึงต้องเปลี่ยน  ของใหม่ดีอย่างไร เทียบกับของเก่า  ผลที่ตามมาคืออะไร  ตัวคนทำจะได้ประโยชน์อย่างไร  หากไม่ทำตามนั้นจะเกิดผลเสียตามมาอย่างไร

ไม่ได้พูดเพียงอย่างเดียว  ใช้วิธีเขียนด้วย  เพื่อให้การพูดนั้นเป็นหลักฐานยืนยันได้  ในลักษณะแมมโม  หรือบันทึกช่วยจำอะไรทำนองนั้น

เพราะรู้ว่าปัญหาใหญ่ในองค์กร  ที่มองข้ามกันส่วนใหญ่  ก็คือเรื่องการสื่อสาร  คนหนึ่งพูดให้อีกคนฟัง  คนฟังเอาไปถ่ายทอดต่อ  จะไม่ได้ครบถ้วนอย่างที่ฟังจากคนแรก  จะมีเพี้ยนไปบ้าง  พอคนที่สามเอาไปพูดต่อ  คราวนี้ก็จะเริ่มเพี้ยนหนักขึ้น  ยิ่งหากมีการใส่ความเข้าใจ  หรือความคิดเห็นของตัวเองเข้าไปด้วย  ก็อาจจะเพี้ยนจนผิดจากความหมายดั้งเดิมที่คนแรกพูด

ดังนั้นเวลาพูดอะไรไปกับใคร  และต้องการให้เอาไปขยายต่อ  ก็จะมีแมมโมพร้อมกับสำเนา ให้ผู้ที่ควรจะเกี่ยวข้องรับรู้  ตามไปด้วยเสมอ  วิธีนี้ทำให้การสื่อสารภายในที่มีคนเป็นร้อยๆ  มีปัญหาน้อยที่สุด”

          “รู้ได้ไง  ว่าควรจะต้องทำอย่างนี้?”

“ก็จากประสบการณ์ที่ทำงานมา  เจอปัญหาเรื่องแบบนี้มาตลอดเวลา  คนนั้นพูดหยั่งงั้น  คนนี้พูดหยั่งงี้  คนเข้าใจผิดกัน  มีปัญหาขัดแย้ง  โกรธกัน  ไม่ชอบหน้าไม่พอใจกัน  เราเป็นหัวหน้าก็ต้องเข้าแก้ไข  หาสาเหตุ ที่ไปที่มา   ก็พบว่ามันมาจากการสื่อสาร  การพูดนี่แหละ  คนพูดหมายความอย่าง  คนฟังไม่เข้าใจ  แต่ก็รีบสรุปเอาเอง  คิดเอาเอง  ว่ามันต้องเป็นหยั่งงั้นหยั่งงี้  บางทีหาเหตุผลไม่ได้ด้วยซ้ำ มันก็เลยเป็นเรื่อง

วิธีเคลียร์ปัญหาคาใจกัน  ก็คือต้องเอาทั้งสองฝ่ายมาเจงสี่เบี้ยให้ฟัง  ย้อนขั้นตอนของเหตุการณ์ให้ดูเลย  ทบทวนทุกคำพูด  วิจารณ์บทสรุปของคนฟัง  ให้เห็นภาพทั้งหมด  และเข้าใจตรงกันว่ามันไม่มีใครผิดใครถูก  เพียงแต่เข้าใจกันผิดเท่านั้น  สาเหตุก็คือความบกพร่องทางการสื่อสาร

ปัญหาแบบนี้แหละที่มันเป็นบทเรียนสอนเราเอง  และเอามาใช้อย่างได้ผลเสียด้วย”

“ไอ้ที่ว่ามานี่  มันก็ต้องแปลว่า  จะบริหารคนได้  ต้องพูดเก่งพูดเป็น  และเขียนเป็นด้วยใช่ไหม ?”

“จะว่างั้นก็ได้นะ  จะบริหารคนได้  มันต้องมีความสามารถ  ในการพูดจาโน้มน้าวให้คนเชื่อและคล้อยตามได้  ไม่งั้นจะนำเขาได้ไง  และหากพูดได้  ก็จะเขียนได้เอง”

“มันเกิดขึ้นเอง  เป็นพรสวรรค์ติดตัวรึไง  คนไม่มี  ก็บริหารใครไม่ได้นะสิ?”

“บางคนก็ได้มาจากพรสวรรค์  แต่ส่วนใหญ่สร้างได้จากพรแสวง  คือเรียนรู้และฝึกฝน  เราเองเป็นคนไม่ค่อยช่างพูดเท่าไหร่  แต่ชอบอ่าน ชอบฟังและชอบสังเกตุมาตั้งแต่เด็ก  ตอนทำงานใหม่ๆก็พูดไม่เป็นหรอก  ทื่อๆตรงไปตรงมา  ไม่มีชั้นเชิง  โดนใครแหย่หน่อย  ก็ออกอาการ  ควบคุมอารมณ์ไม่ได้  เถียงกับใครก็โดนเขายำ

พอโดนเข้าบ่อยๆ  ก็เจ็บใจ  มานั่งคิดทบทวนก็เห็นจุดอ่อนตัวเอง  เวลาจะพูดอะไรออกไป  ก็ต้องรู้จักเก็บบางส่วนไว้บ้าง  ไม่ใช่คิดอะไรก็พูดออกไปหมด  อีกฝ่ายเขาก็จับจุดเอากลับมาเล่นงานเราเอง  หรือเอาไปใช้ประโยชน์ให้ตัวเค้าเองได้  บ่อยไปที่ถูกขโมยไอเดียไปใช้  แทนที่จะเป็นผลงานเรา  กลายเป็นผลงานเค้าไป  แบบนี้เค้าเรียกว่าเสียค่าโง่  จะไปโทษใครได้  เรามันซื่อจนเซ่อเอง

ก็ค่อยๆแก้ไขและพัฒนาตนเอง  พูดให้น้อยลง  เก็บข้อมูลจากคนอื่นให้มากที่สุด  เอามาคิดและเรียบเรียงให้ดีเสียก่อน  พยายามรู้เขา  ให้มากกว่าที่เขารู้เรา  จะพูดคุยให้ได้ข้อมูลจากใคร  ควรต้องพูดอย่างไร  เราก็จดจำวิธีของคนที่เคยมาพูดคุยหาข้อมูลจากเรา  เอากลับมาใช้  ซึ่งมันก็ทำให้สถาณะเราดีขึ้น  ไม่ตกเป็นรองชาวบ้านในระดับเดียวกันเหมือนก่อน

จุดอ่อนอีกเรื่องก็คือการพูดในที่ประชุม  เราพบว่าบางคนพูดได้ดีน่าเชื่อถือมาก  เป็นขั้นเป็นตอน เห็นภาพและเข้าใจ  แต่ตัวเองนั้น  ทำไม่ได้แบบเขา  บางทีมันสั้นหรือออกมาแบบไม่ปะติดปะต่อ  ถูกซักถูกถามจนบางที  สิ่งที่น่าเชื่อถือกลายเป็นงั้นๆไป

ก็มานั่งทบทวน  ก็พบว่าเพราะความตื่นเต้นความประหม่า  เรื่องที่จะพูด  แม้จะรู้ว่ามันเป็นยังไง  ก็เลยออกมาไม่เป็นขั้นเป็นตอน  ไม่ลื่นไหล  จึงหาวิธีแก้ไข  ด้วยการทำการบ้านก่อน  นั่นคือการเขียนว่าจะพูดอะไรอย่างไร  ขึ้นต้นยังไงลงท้ายสรุปอย่างไร  เขียนเสร็จก็พยายามอ่านหลายๆเที่ยวให้จำได้  แต่ก็กลัวว่าจะประหม่าจนจำไม่ได้  จึงเขียนเป็นโน๊ตสั้นๆแต่ละหัวข้อใส่เศษกระดาษ  ไว้คอยเหลือบมองตอนพูด

แรกๆมันก็ไม่ลื่นไหลสักเท่าไหร่  แต่พอทำไปเรื่อยๆก็เริ่มคล่องขึ้น  การทำการบ้านก่อนจะพูดอะไรสำคัญๆกับใคร  จึงเป็นเรื่องที่ทำจนติดเป็นนิสัย  การเขียนเสียก่อน  มันก็เท่ากับมีเวลาคิดก่อน ว่าแต่ละประโยคและถ้อยคำ  ควรจะใช้อย่างไร

เรื่องนี้พิสูจน์มาด้วยตัวเองว่า  ของเรานั้นมันคือพรแสวง  ไม่ใช่พรสวรรค์  แปลว่าถ้าใครจะต้องบริหารคน  ก็สามารถเสริมสร้างคุณสมบัติสองอย่างนี้ให้ตัวเองได้  มันจำเป็นที่จะต้องมี  ถ้าคิดจะบริหารคน”          

comments powered by Disqus
2013-10-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 10
2012-08-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ ( 1 )
2012-08-28
ใช้คอมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 2.
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 12
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 11
2013-11-25
บริหารคน..ใครว่ายาก 13
2012-11-27
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 11
2012-09-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 3
2013-12-04
บริหารคน ใครว่ายาก 14
2014-01-08
บริหารคน..ใครว่ายาก 15
2012-09-12
ใช้คอมอมเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้
2014-03-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 16
2012-09-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 5
2013-05-09
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 17
2012-09-26
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 6
2012-12-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 12
2013-05-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 18
2013-05-22
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 19
2012-10-03
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 7
2012-10-10
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 8
2013-06-06
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 20
2013-01-16
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 13
2013-06-14
บริหารคน..ใครว่ายาก 1
2013-07-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 2
2013-01-30
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 14
2013-07-12
บริหารคน..ใครว่ายาก 3
2013-07-24
บริหารคน ใครว่ายาก 4
2012-10-31
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 9
2013-08-09
บริหารคน..ใครว่ายาก 5
2013-08-30
บริหารคน..ใครว่ายาก 6
2013-02-20
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 15
2013-09-19
บริหารคน..ใครว่ายาก 8
2013-10-03
บริหารคน..ใครว่ายาก 9
2012-11-14
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 10
2013-03-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 16
107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com