เก่งบริหาร สไตล์เถ้าแก่
สุจินต์ จันทร์นวล
คอลัมน์นิส คม ชัด ลึก , ประธานกรรมการ บริษัท สมาร์ท ทู เวิร์ค จำกัด , ที่ปรึกษา Aroma Group , วิทยากรรับเชิญ รายการ Smart2work ทาง TTV1 Nation Channel

บริหารคน..ใครว่ายาก 6


            “ฟังดูแล้ว  มันดูง่ายดีนะ  แต่ทำไมคนอื่นเค้าทำกันไม่ได้ล่ะ  ถามจริงๆเถอะ  เรื่องนี้ระบายสีมั่งหรือเปล่า?”

            “เฮ้ย เรื่องจริงสิ  มีพยานหลักฐานยืนยันได้  ลูกน้องในสมัยนั้นหลายคน  ก็เติบโตเป็นใหญ่ระดับบริหารกันในบริษัทชั้นนำเยอะแยะ  ไปถามดูได้  แม้แต่อดีตนายก็ยังมีชีวิตอยู่  ไอ้ที่มันฟังดูง่ายเพราะเอาเรื่องราวมาเรียบเรียงให้มันต่อเนื่อง  และไม่ได้เอาปัญหามาพูด  ซึ่งมันก็มีมาให้แก้ตลอด  แต่มันเป็นเรื่องเล็กๆน้อย  จนไม่อยากหยิบมาเป็นประเด็นเท่านั้น”

            “อย่างปัญหาเรื่องลูกน้องขี้โกง  คอรับชั่นเงี้ยะ ไม่มีเหรอ  แล้วแก้ยังไง?”

            “เออ  ก็มีนะ  แต่เราไม่ได้แก้ที่เรื่องคน  เราไปแก้ที่ระบบและวิธีการ  เพื่อป้องกันไม่ให้คนโกงได้”

            “เออน่าสนใจ ลองยกตัวอย่างให้ฟังหน่อยซิ”

            “อย่างเรื่องวิธีการขนส่งภายในบริษัท  ขบวนการมันก็คือ  เอาสินค้าจากโกดังต่างๆ  ซึ่งมีเกือบยี่สิบหลัง  บรรทุกใส่รถ  แล้วเอาไปที่ท่าเรือซึ่งติดแม่น้ำเจ้าพระยา  ให้พนักงานที่เรียกว่ากุลี  ขนลงเรือที่มาเทียบท่า  ต้องใช้รถบรรทุกเป็นสิบๆคันหมุนเวียน  วิ่งบรรทุกของระหว่างโกดังกับท่าเรือ  ทั้งวันทั้งคืนเพื่อขนถ่ายสินค้าตามใบขนให้ทันตามกำหนด  เพราะหากทำไม่ทันตามกำหนด  จะถูกปรับ

            ทีนี้เมื่อรถเกิดเสียขึ้นมา  ก็ต้องไปจ้างรถจากภายนอกบริษัทเข้ามาทดแทน  เอารถที่เสียเข้าซ่อมที่เวิร์คช็อปของบริษัทเอง  บริษัทต้องมีช่างซ่อมรถ  ต้องมีการซื้ออะไหล่  ต้องมีน้ำมันสำรองเอาไว้เติมรถ  มีคนขับไว้รองรับสองผลัด  ไม่พอก็ให้คนขับทำโอเวอร์ไทม์  รถของบริษัทก็เก่าจนต้องซ่อมแล้วซ่อมอีก ค่าใช้จ่ายสูงมาก

            จากการเข้าไปหาไปคลุกคลีกับลูกน้องระดับล่าง  จึงได้ยินได้ฟังมาว่า แผนกนี้มีการโกงกินกันอุตลุด  ผู้ใหญ่หลายคนในบริษัทก็มีเอี่ยวด้วย  แบบว่าไปลงทุนซื้อรถบรรทุกมือสองมา  คอยรับงานเข้าวิ่งทดแทนรถบริษัท  ซึ่งรถบริษัทส่วนใหญ่ก็จอดรอซ่อมเป็นทิวแถว  คนขับของบริษัทก็ขับรถทดแทนเหล่านี้แทน  เพราะรถบริษัทไม่มีจะขับ  บริษัทต้องจ่ายเหมาค่ารถพร้อมคนขับ  และจ่ายเงินเดือนคนขับตามปกติ

            เวลารถทดแทนเสีย  ก็เอาเข้าซ่อมในอู่บริษัท  ใช้อะไหล่ที่สั่งซื้อมาเพื่อซ่อมรถบริษัท  ซ่อมรถทดแทนพวกนี้  ผู้ใหญ่ในสำนักงานที่มีเอี่ยวด้วย  ก็ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่  หลับหูหลับตาเซ็นต์อนุมัตซื้ออะไหล่กันเพลิน  ไม่มีการเช็คว่าน้ำมันที่ต้องมีสำรองไว้เติมรถนั้น  ใครเอาไปใช้บ้าง  ตัวจักร์กลสำคัญในการขับเคลื่อนขบวนการนี้  ก็เป็นผู้จัดการฝ่ายช่างเสียเอง  ซึ่งควบคุมรับผิดชอบทั้งขบวนการ

            บางคนอาจคิดว่าปัญหาการคอรับชั่นนี้  ก็คือการไปเล่นงานและเอาผิดที่ตัวบุคคล  แต่วิธีคิดและแก้ปัญหาของเรา  หลังจากไปเอาตัวเลขและหลักฐานต่างๆ  มาดูและวิเคราะห์อย่างละเอียด  ก็พบว่าสาเหตุที่แท้จริงมาจากทั้งระบบที่ใช้  และคน คนในระดับบริหารสองคน  คือคนที่ดูแลทางด้านบัญชีการเงินและดูแลทางด้านช่าง  ร่วมมือกัน  คนระดับล่างๆนั่นไม่เกี่ยว  เพียงแต่ต้องเป็นเครื่องมือให้ผู้ใหญ่เท่านั้น

            การจะเล่นงานคนระดับบริหารมันดูไม่เหมาะ  ในเมื่อเราเพิ่งเข้าไปใหม่  แม้จะมีอำนาจก็เถอะ มันไม่มีชั้นเชิงเอาเสียเลยที่จะเล่นกันแรงๆแบบนั้น  อีกอย่างหากเกิดแตกหักกันในช่วงเริ่มต้นนี้  เราก็อาจจะลำบากที่จะคลำทางต่อ  เพราะเรายังไม่รู้ว่าใครเป็นใครอีกบ้าง  ไม่รู้ว่าพวกเขาเก็บงำอะไรไว้บ้าง

            อีกอย่าง  พอมาคิดหาวิธีการและขั้นตอนการทำงาน  ในการบริหารส่วนนี้ให้โปร่งใส  ก็หนีไม่พ้นว่ามันต้องอยู่ในสายงานของผู้ใหญ่สองคนนี้อยู่ดี  จึงมาคิดว่างั้นก็เลิกระบบนี้มันเสียเลย  ล้างไพ่  ล้มโต๊ะ  ตัดทิ้ง  วางโครงสร้างและระบบเสียใหม่

            เลิกแผนกยานยนต์  ตัดวงจรทิ้งหมด  รถเก่าขายซากทิ้งไป  อะไหล่และอะไรที่เกี่ยวข้องก็ขายทิ้ง  คนขับที่ดีๆก็เก็บไว้  ที่ไม่ดีก็จ่ายค่าชดเชยให้ไป  พวกนี้เป็นพนักงานรายวันทั้งนั้น  ถือโอกาสล้างบัญชีของพวกพนักงานผี  ที่แอบแฝงกันเอาไว้ด้วย

            รถบรรทุกที่ใช้งาน  เป็นการว่าจ้างผู้รับเหมาจากภายนอก  สองราย  ว่ากันเป็นน้ำหนักบรรทุกต่อเที่ยว  กิโลละเท่าไหร่  ตันละเท่าไหร่  วันหนึ่งวิ่งกี่เที่ยวไม่สำคัญ  เรื่องคนขับ  เรื่องน้ำมัน  เรื่องซ่อมรถ เราไม่เกี่ยว  เราคิดคำนวนจากจำนวนสินค้า  ที่ต้องขนจากโกดังลงเรือ  หรือจากเรือเข้าโกดัง  ทั้งหมดต่อครั้งเท่าไหร่  วิธีนี้มันเช็คกันได้ด้วยตัวเอง  ใบขนมีเท่าไหร่  ก็ว่ากันตามนั้น  เกินไม่มี  จะมีก็แต่ขาด

            เวลาเราจะเช็คจะดูว่าถูกต้องไหม  เราก็ดูแค่  ใบขนว่ามันเท่าไหร่  ก็จะรู้ว่าเราจ่ายค่าขนถ่ายถูกไหม  แบบนี้มันไม่ต้องผ่านผู้ใหญ่สองคนนั่นเลย  ผู้รับเหมาจะมาเบิกเงิน  ก็ต้องมีผู้ตรวจสอบคือหัวหน้าโกดัง  นายท่าที่ดูแลการขนถ่าย  มีสำเนาใบขนสินค้า  และเจ้าของเรือเซ็นต์มาเรียบร้อย ว่ารับสินค้าครบถ้วน

            ระบบใหม่นี่ตัดวงจรการคอรับชั่นได้ร้อยเปอร์เซนต์  ประสิทธิภาพการขนถ่ายดีขึ้นเร็วขึ้น  เพราะเราให้ผู้รับเหมาแข่งขันกัน  คือหากของใครไม่ได้ตามมาตรฐานที่เราตั้งไว้  เราก็จะหารายใหม่มาแทน  คือไม่ให้เกิดการผูกขาด  ในเมื่อเราเป็นคนดีลเองกับผู้รับเหมา  เราไม่รับสินบน  ไม่กินใต้โต๊ะ  เล่นกันตรงไปตรงมา  ใครจะกล้าโกงก็ลองดู”

            “แล้วผู้ใหญ่สองคนนั่นว่าไงล่ะ  เค้ามีปฎิกิริยากยังไงกัน  มีการงัดข้อประลองกำลังอะไรกันไหม?”

            “เรื่องนี้เราก็วางแผนไว้แล้วอย่างรอบคอบ  คือเราไม่ได้เปลี่ยนแปลงด้วยการยกเลิกทีละแผนก  แต่เราทำในจังหวะที่เรา  ออกประกาศปรับโครงสร้างการบริหารทั้งบริษัท  มีการวางออร์แกไนซ์เซชั่นชาร์ตใหม่  ซึ่งมันแสดงทั้งระบบ  และเห็นระดับขั้นตอนของสายงาน  ตำแหน่งของคนที่รับผิดชอบ  แต่ละแผนกแต่ละฝ่าย

            เราวางตำแหน่งของผู้ใหญ่สองคนนั้นสูงกว่าเดิม  แต่ไม่มีอำนาจบริหาร  ประมานว่าเอาแขวนหรือเอาขึ้นหิ้งไว้  เราเอาคนของเราเสียบแทนในจุดที่มีอำนาจบริหาร  และคนเหล่านั้นขึ้นตรงกับเราหมด นอกจากฝ่ายการเงิน  ที่วางไว้ให้ขึ้นตรงกับนาย

            แน่นอนว่าก่อนที่จะลงมือทำในเรื่องนี้  ได้ผ่าการเห็นชอบของนายเรียบร้อยแล้ว  แถมนายยังเอาไปเสนอบอร์ดบริหารใหญ่  ให้อนุมัตด้วย  ซี่งมีมติเห็นชอบท่วมท้น  เพราะบริษัทนี้เจ้งจนต้องขายกิจการให้บริษัทเรา  ก็มาจากการคอรับชั่นของระดับบริหารคนไทยนี่แหละ  เนื่องจากเจ้าของบริษัทที่แท้จริงเป็นคนต่างประเทศ  และไม่ค่อยจะได้มาดูแลเท่าไหร่  ปล่อยให้คนที่คิดว่าไว้วางใจได้มาบริหาร  และคนนั้นก็ไม่สามารถเอาพวกระดับบริหารที่ขี้โกงอยู่

            เมื่อแผนงานและวิธีการของเรา  คือการตัดวงจรคอรับชั่น  ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เรื่องขนส่งอย่างเดียว  จึงโดนใจบอร์ดเต็มๆ  ด้วยแผนนี้ ทำให้เราเป็นผู้จัดการโรงงานแค่ไม่กี่เดือน  ในช่วงเริ่มเข้าเท็คโอเวอร์  เขาเลื่อนตำแหน่งให้เราขึ้นเป็นผู้จัดการทั่วไป  มันมาเร็วซะจนเราไม่ทันตั้งตัว

            สองคนนั่นก็ต้องเงียบไปโดยปริยาย  อยู่ได้หลังจากการเปลี่ยนแปลงไม่นานนัก  ก็ลาออกไป”

            “ไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหนวะ อยากรู้?”

            “มันคงสั่งสมมาจากหลายๆสิ่งหลายๆอย่างที่เคยเห็นเคยสัมผัส  พอเจอปัญหาเข้า  ไอ้ที่สั่งสมไว้มันก็ผลุดขึ้นมาเองในสมอง  อย่างตอนไปเรียนหนังสือที่เยอรมัน ก็ไปทำงานหาเงินด้วยในโรงงาน  เห็นระบบมันแล้วทึ่งมาก  มันสามารถคิดระบบและวิธีการ  ผลิตของที่ละเอียด ซับซ้อนและยากมาก ให้เป็นวิธีง่ายๆ  ใครก็ทำได้  ไม่จำเป็นต้องมีความรู้อะไรเลย  คนหนึ่งทำอย่างเดียว  ผ่านไปให้อีกคนหนึ่งทำอีกอย่าง  ต่อๆไปเรื่อยบนสายพาน  จนสำเร็จเป็นชิ้นผลิตภันท์ออกมา  ถ้าคนหนึ่งคนใดไม่ได้ทำตามหน้าที่  ของชิ้นนั้นก็จะทำต่อไม่ได้  เท่ากับระบบงานมันเช็คกันด้วยตัวเอง

            อีกเรื่องคือเรื่องตำรวจ  ก่อนไปเราก็รู้เช่นเห็นชาติพฤติกรรมตำรวจไทยดี  มันเป็นกันถ้วนทั่วแทบทุกตัวคน  พอไปอยู่ที่นั่น  เราก็เห็นวิธีแก้ไขปัญหาเรื่อง  ตำรวจผู้รักษากฏหมาย  กับการใช้อำนาจตามกฏหมายที่มีในมือ  มาหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองแบบบ้านเรา  เราก็ทึ่งอีกในวิธีคิดแก้ปัญหาของเค้า

            คือเขาเอาคนออกจากระบบเลย  ใช้อีเล็คโทรนิคแทน  เอาง่ายๆอย่างการจราจร  เค้าไม่มีมาตั้งด่านจริงด่านเถื่อนเก็บส่วย  ไม่มีการจับปรับแบบกลั่นแกล้ง  ใครฝ่าฝืนกฏจราจรก็โดนปรับ โดนจับขึ้นศาล  โดยไม่ต้องคำนึงว่าเป็นใคร  หรือเป็นลูกใคร  จะขอหรือใช้อิทธิพลใดๆก็ไม่ได้

            ฝ่าไฟแดง  แซงทางโค้ง  ขับเร็วเกินกำหนด  เบียดแทรกเลน ฯลฯ ก็มีกล้องคอยจับภาพ เห็นหมดทั้งคนขับ เลขทะเบียนรถ  วันเวลา  จะมีหมายศาลมาถึงบ้าน  ให้ไปเสียค่าปรับ หรือให้ไปศาล  ถ้าไม่ทำตามก็จะมีบทลงโทษ จากปรับเงินเป็นมาตรฐการอื่นๆ  อย่างเช่นไปต่อทะเบียนรถปีต่อไปไม่ได้  เพราะข้อมูลลิงค์กันหมดทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ตำรวจไม่ต้องมายุ่งเลย  ไปคอยจับผู้ร้ายอย่างเดียว

            ไอ้แนวคิดแบบนี้แหละที่มันสะสมไว้เรื่อยๆ  ชอบคิดว่าเรื่องนั้นทำไมไม่แก้ปัญหาแบบนี้  เรื่องนี้ทำไมไม่แก้แบบนั้น   พอเจอกับตัวเองก็เลยเกิดความคิดออกมาง่ายๆ  เหมือนข้อมูลมันมีอยู่แล้วมากมายในสมองนั่นแหละ

            มันฝังหัวอยู่ตลอดเรื่องระบบกับเรื่องคน  คนจะเก่งแค่ไหนดีแค่ไหน  หากไม่มีระบบ  เกิดอะไรขึ้นกับคน  งานนั้นก็ล่ม  ถ้ามีระบบที่ดีและถูกต้อง  เรื่องคนก็จะเป็นรอง  แม้คนจะไม่เก่ง  หรือไม่อยู่  เปลี่ยนคน  ทำตามระบบ  งานก็จะเดินไปได้  แต่หากได้คนเก่ง  ทั้งสองอย่างมันก็จะไปได้ฉลุย

            แปลว่าอย่าเอาคุณสมบัติของคน  เป็นหลักของงาน  ต้องเอาระบบเป็นหลัก  เอาความสำคัญของคนเป็นรอง  นอกเสียจากคนระดับมันสมอง  หรือคนระดับสูงเท่านั้น  เพราะคนระดับนี้สร้างหรือทำลายระบบได้  เพราะเป็นคนตัดสินใจ”

“แนวคิดแบบนี้  มันก็เอามาใช้แก้ปัญหาของบ้านเมืองได้นี่หว่า  ไม่ลองเสนอรัฐบาลดูล่ะ?               

comments powered by Disqus
2013-10-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 10
2012-08-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ ( 1 )
2012-08-28
ใช้คอมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 2.
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 12
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 11
2013-11-25
บริหารคน..ใครว่ายาก 13
2012-11-27
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 11
2012-09-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 3
2013-12-04
บริหารคน ใครว่ายาก 14
2014-01-08
บริหารคน..ใครว่ายาก 15
2012-09-12
ใช้คอมอมเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้
2014-03-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 16
2012-09-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 5
2013-05-09
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 17
2012-09-26
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 6
2012-12-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 12
2013-05-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 18
2013-05-22
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 19
2012-10-03
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 7
2012-10-10
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 8
2013-06-06
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 20
2013-01-16
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 13
2013-06-14
บริหารคน..ใครว่ายาก 1
2013-07-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 2
2013-01-30
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 14
2013-07-12
บริหารคน..ใครว่ายาก 3
2013-07-24
บริหารคน ใครว่ายาก 4
2012-10-31
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 9
2013-08-09
บริหารคน..ใครว่ายาก 5
2013-02-20
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 15
2013-09-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 7.
2013-09-19
บริหารคน..ใครว่ายาก 8
2013-10-03
บริหารคน..ใครว่ายาก 9
2012-11-14
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 10
2013-03-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 16
107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com