เก่งบริหาร สไตล์เถ้าแก่
สุจินต์ จันทร์นวล
คอลัมน์นิส คม ชัด ลึก , ประธานกรรมการ บริษัท สมาร์ท ทู เวิร์ค จำกัด , ที่ปรึกษา Aroma Group , วิทยากรรับเชิญ รายการ Smart2work ทาง TTV1 Nation Channel

บริหารคน..ใครว่ายาก 1


“ก็พอจะรับได้นะ ที่ว่าใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้  แต่ติดใจอยู่เรื่องหนึ่ง  คือเรื่องคน  โดยเฉพาะคนที่ทำงานด้วย  คนที่เป็นลูกน้อง  รู้สึกว่าทำไมมันช่างราบรื่นอะไรขนาดนั้น  ลูกน้องทั้งดีและเก่งไปหมดเลยเหรอ  ถึงได้กันช่วยลุยงาน  จนประสบความสำเร็จมาทุกงาน  ไม่มีลูกน้องที่แบบมีปัญหาบ้างเลยหรือไง 

เท่าที่มีประสบการณ์  เท่าที่ได้ยิน ได้รับรู้มา  ที่อื่นๆเค้ามีปัญหากันทั้งนั้น โดยเฉพาะเรื่องคน  เป็นปัญหาใหญ่ซะด้วย  เล่นกับงานน่ะมันก็ว่ายากแล้ว  แต่เค้าว่า  เล่นกับคนนี่  มันยากกว่าหลายเท่าไม่ใช่เหรอ?”

“ที่จริงมันก็ใช่นะ  เรื่องงานมันมีรูปแบบ  มีระบบ  มีการออกแบบไว้เรียบร้อยแล้ว  เริ่มตรงไหน  ทำตามขั้นตอน  ไปจนถึงจุดสุดท้ายที่เป็นเป้าหมาย มันก็จบ  จะเล่นกับมันได้ก็ตรงที่  จะหาวิธีทำยังไงให้มันดีขึ้น เร็วขึ้นและได้ผลมากขึ้น  หรือมีการคิดค้นการพัฒนาว่างั้นเหอะ  อันนี้มันก็อยู่ที่  คนทำ คนบริหาร  จะมีความคิดสร้างสรรมากน้อยแค่ไหน

แต่ในขบวนการตามขั้นตอนของงานเหล่านั้น  มันต้องอาศัยคนทำ  ถ้าคนได้มาตรฐาน  ระบบมันก็จะเดินหน้า  และทำให้บรรลุถึงเป้าหมายได้ราบรื่น  แต่หากคนไม่ได้มาตรฐาน  หรือด้อยประสิทธิภาพ กว่าจะไปถึงเป้าหมาย  หรือประสพผลสำเร็จของงาน  ก็จะเกิดปัญหา  ปัญหามาจากคนที่ทำ

ดังนั้นเมื่อเวลาคิดจะทำโน่นทำนี่   ที่วางไว้เป็นหลักใหญ่ใจความ  ก็คือเรื่องคน  ทั้งคนที่เป็นนายและเป็นลูกน้อง  มองทั้งบนและล่างเลย 

ส่วนเรื่องงานนั้น  ถ้าเป็นงานเดิมที่เค้าทำอยู่แล้ว  มันก็ไม่ยากที่จะทำความเข้าใจได้  ใช้เวลาในการเรียนรู้มากน้อย  ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของงาน  นอกเสียจากเป็นอะไรที่ต้องริเริ่มใหม่  ก็อาจจะต้องใช้ความคิดสร้างสรร  ความคิดริเริ่มกันมากหน่อย 

แต่ถึงแม้จะคิดได้ จะสำเร็จดังที่คิดหรือไม่  มันก็กลับมาที่เรื่องคนอีกนั่นแหละ

ก็เลยมีหลักคิดและแนวทางการทำงานของตัวเองไว้ว่า  หากเอาคนอยู่  จะทำงานอะไรก็สำเร็จ  ทำงานที่ไหน  ก็เอาเรื่องคนไว้ก่อน  เข้ากับพวกเค้าให้ได้  ทำให้เค้ายอมรับในตัวเราให้ได้  จากนั้นเค้าก็จะทำตามที่เราต้องการได้”

“พูดน่ะมันก็พูดกันได้ง่ายๆ  ใครๆก็รู้นะ  อยากรู้ว่าทำยังไงต่างหาก  เข้ากับพวกเค้าไม่น่ายาก  แต่ทำให้เค้ายอมรับนี่สิยาก ทำยังไง?

“ที่จริงแล้วมันไม่ยากทั้งสองอย่างนั่นแหละ  ถ้าใช้คอมมอนเซนส์ซักหน่อยเดียวในการคิด  คือมันต้องเริ่มที่ตัวเรา ใจเราก่อน  คนส่วนใหญ่จะเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง  เอาตำแหน่งแห่งหน  เอาหัวโขนที่สรวมเป็นหลัก  มองตัวเองอย่างเดียวว่าฉันเป็นใคร  ใหญ่กว่าใครต่อใครแค่ไหน  หรือเล็กกว่าใครสักกี่คน  ไม่ได้มองคนอื่น  ไม่ได้เข้าถึงจิตใจคนอื่นพอ

แบบว่า ฉันก็เป็นคนอย่างนี้  ฉันจะพูดอย่างนี้  แสดงอย่างนี้  คนอื่นควรจะเข้าใจ

คนที่คิดแบบนี้  จึงมักจะเข้าใจว่า  คนอื่นต่างหาก  ที่ต้องปรับตัวปรับใจมาเข้ากับฉัน  เพราะตำแหน่งฉันใหญ่กว่า  บทบาทฉันมากกว่า  สำคัญกว่า  ฉันไม่จำเป็นจะต้องเข้ากับใคร  แต่ใครต่างหากจะต้องเข้ากับฉันให้ได้  ก็แบบเอาตัวเป็นที่ตั้งไง

แต่ถ้าใช้คอมมอนเซนส์เป็นหลักในการคิด  คำตอบมันมีอยู่แล้วว่า  งานมันจะสำเร็จได้เพราะคน  คนที่เป็นลูกน้องเรานั่นแหละ 

หน้าที่เราในการเป็นผู้บริหาร  ก็คือต้องใช้ลูกน้องให้ทำตามที่เราต้องการ  ทำตามที่เราคิด

จะใช้เค้าได้ใช้เค้าเป็น  ก็ต้องรู้จักพวกเค้าให้ดี  ต้องเข้าใจแต่ละคน  ต้องอ่านแต่ละคนให้ออก ถึงจะใช้ได้ถูกงานถูกคน

จะทำให้ได้ตามนี้ ก็แปลว่าจะต้องใกล้ชิดพวกเขา  เรียนรู้นิสัยใจคอ  เรียนรู้ว่าคุณสมบัติเค้าเป็นยังไง

จะใกล้ชิดพวกเขาได้  ก็ต้องเข้าหาพวกเขา  เพราะหากรอให้พวกเขาเข้าหา  ก็จะไม่มีใครกล้า  เนื่องจากตำแหน่งของเราสูงกว่า  ใหญ่กว่า  สถานะสูงกว่า  จะมีบ้างก็แค่สักคนสองคน  ที่คิดไม่ต่างกับเรา  คือหวังจะเอาเราให้อยู่  ให้เรายอมรับในตัวเขา  จึงกล้าเข้าหาเรา

ดังนั้น  ง่ายนิดเดียวในเรื่องนี้  คือคิดกลับกันเสีย  ว่าหากเราเป็นลูกน้อง  นายแบบไหนหัวหน้าแบบไหน  ที่จะเข้ากับพวกเราได้  ทำให้เรายอมรับได้  เขาควรทำอย่างไร  เราจึงจะรู้สึกดีกับเขา

แค่นี้คำตอบมันก็ออกมา  แบบว่า  เป็นกันเองกับพวกเรา  ไม่วางฟอร์มใหญ่โตน่าเกรงขาม  พยายามรู้จักพวกเรา  ฟังพวกเรา  มารับรู้ปัญหาและความเดือดร้อนของเรา  มาหาทางช่วยเหลือพวกเรา  ทำให้ชีวิตในการทำงานของพวกเราดีขึ้น

เมื่อได้คำตอบ  ก็ทำตามนั้น  คือพยายามเข้าหาพวกเค้า  สลัดตำแหน่งและหัวโขนวางไว้ในห้องทำงานก่อน  ไม่เอาตัวตนเป็นที่ตั้ง  เดินเข้าหาพวกเค้า  อยู่ที่ไหนก็ไปที่นั่น  แทนที่จะเรียกเขามาหาที่ห้องทำงาน  ไปพูดไปคุยไปถามไถ่  ไปเรียนรู้ว่าเค้าทำอะไร  อย่างไร  ทำได้ดีหรือไม่ดีแค่ไหน  มีปัญหาอะไรบ้าง

ทำไปเรื่อย  ทำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  บางที่ก็ไปพูดไปคุยกับเค้าที่จุดที่เค้าทำงาน  บางทีก็ไปนั่งคุยหน้าโต๊ะทำงานเขา  เรียกว่าไปมันทั่วเลย  ยิ่งมากเท่าไหร่ ก็ได้รู้จักลูกน้องมากขึ้น  ว่าใครเป็นยังไง  คุยกันได้มากเท่าไหร่  ก็ยิ่งเรียนรู้นิสัยใจคอเค้าเพิ่มขึ้น

จังหวะไหนที่จะต้องมีการประชุม  พูดจาทำความเข้าใจกัน  ก็ถือโอกาศพูดจาให้พวกเขาได้รับรู้ถึงสิ่งที่เราจะทำเพื่อบริษัท   และจะมีผลมาถึงพวกเขาด้วยอย่างไร  พูดจากับพวกเขาในโทนของการเป็นคนทำงานคนหนึ่ง  เหมือนพวกเขา เป็นพวกเดียวกับเขา เพียงแต่คนละหน้าที่เท่านั้น”

“ทำตัวอย่างนั้น  ไม่กลัวพวกเค้าคิดหรือ  ว่าไม่มีฟอร์มของคนที่เป็นนายเป็นหัวหน้าเลย  พวกเค้าอาจจะไม่เกรงกลัว  บางที่อาจตีเสมอเอา  ดูถูกเอา  และมันจะเป็นสาเหตุทำให้พวกเค้าไม่เชื่อฟัง”

“ก็คนที่เป็นนายเป็นหัวหน้า  มักจะคิดอะไรแบบนี้  เพราะอย่างแรกในใจมักจะคิดว่า  จะต้องเป็นผู้นำที่ลูกน้องเกรงกลัวและเชื่อฟัง  ลูกน้องจะต้องเคารพนับถือ  ดังนั้นจะต้องแสดงอำนาจและบารมีออกมา  วางฟอร์มให้ดูเหนือไว้ก่อน  ให้รู้ว่าใครใหญ่ใครเล็กกว่ากัน

ดังนั้นการพูดการแสดงออกจึง  ตรงกันข้ามกับที่ว่า  ไม่เข้าหาลูกน้อง  แต่ต้องให้ลูกน้องเข้าหา  พูดจาหรือแสดงออก  ก็ออกมาในลักษณะวางก้ามใหญ่โต  จุดมุ่งหมายก็เพื่อข่ม  และให้ลูกน้องเกรงกลัว โดยคิดว่าต่อไปจะได้เชื่อฟัง  อะไรทำนองนี้

ที่จริงแล้ว  น่าจะเป็นเพราะความกลัวมากกว่า  คือกลัวลูกน้องจะไม่เชื่อฟัง  กลัวลูกน้องจะกระด้างกระเดื่อง  กลัวลูกน้องจะดูถูกว่า  ไม่เห็นมีฟอร์มของคนที่เป็นนาย  ดังนั้นจึงต้องวางฟอร์มให้เหนือกว่าและข่มขวัญไว้ก่อน

เป็นความคิดที่ผิดชัดๆ  คำถามคือทำไมจะต้องไปกลัวโน่นกลัวนี่  ทำไมจะต้องไปทำตัวให้ลูกน้องกลัว  โดยเอาความใหญ่กว่าของตำแหน่งเข้าข่ม ในเมื่อใครๆก็รู้ว่าตัวเองตำแหน่งอะไร  สูงกว่ามีอำนาจมากกว่าอยู่แล้ว  ไม่ต้องสำแดงใครๆก็รู้ว่าฉันคือใคร 

ยิ่งวางฟอร์มแสดงอำนาจมากเท่าไหร่  ก็จะยิ่งทำให้คนอื่นรู้ว่าพยายามปกปิดความกลัวของตัวเอง  เจอเอาลูกน้องฉลาดๆก็จะอ่านออก  ว่านายตัวเองเป็นคนยังไง  ก็มักจะย้อนรอยหลอกเข้าให้  คือต่อหน้าก็ทำเป็นซูฮก  แต่ลับหลังก็เอาไปนินทากันเละ

ซึ่งนายแบบนี้  มักจะลงเอยด้วยความล้มเหลวในการปกครองลูกน้อง  เอาลูกน้องไม่อยู่  มีปัญหาในการบริหาร  ส่งผลกระทบมาสู่ผลงานและความสำเร็จในที่สุด”

“แล้วแนวเดินเข้าหาลูกน้อง  ไปพูดไปจาแค่นั้นนะเหรอ  ที่จะสามารถเอาลูกน้องอยู่  แปลว่าจะต้องเป็นคนที่พูดจาหว่านล้อมได้เก่งนะซิ  คนพูดไม่เก่งจะไปทำได้ยังไง”

“แค่คำพูดเฉยน่ะ  มันก็ไม่ได้รับการยอมรับสักเท่าไหร่หรอก  อาจจะทำให้พวกเค้ารู้สึกดีในระยะแรกเท่านั้น  ถ้าเราไม่เป็นอย่างที่เราพูดจริงๆ  ไม่ได้ทำจริงอย่างที่เราพูดจริง 

ก็เหมือนอย่างที่บอกตอนแรกไง  ว่ามันตั้งต้นที่ใจเราก่อน  ใจที่มีคำตอบว่า  ความสำเร็จของงานอยู่ที่คน  ความสำเร็จของเรา  ก็อยู่ที่พวกเขา  เท่ากับพวกเขา  มีความสำคัญต่อเรา

เมื่อรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ  การกระทำต่างๆของเรา  มันก็จะออกมาเองจริงๆเป็นธรรมชาติ  แสดงออกมาให้พวกเขารู้ว่า  พวกเขาสำคัญกับเรายังไง  เหมือนๆกับที่เราทำหรือแสดงออก  กับใครต่อใครที่เกี่ยวข้องในชีวิตส่วนตัวของเรา

มันไม่จำเป็นหรอก  ว่าจะต้องเป็นคนพูดเก่ง  จึงจะทำได้  แค่รู้จักพูดเท่านั้น  แบบว่าอะไรที่ควรพูดไม่ควรพูด  เมื่อไหร่ควรจะพูด  เมื่อไหร่ที่ไม่ควรพูด  พูดยังไงให้คนรู้สึกดี  พูดยังไงที่ไม่ได้เป็นการยกตนข่มท่าน  หรือพูดจาโอ้อวด  พูดอย่างไรให้คนรู้สึกมีขวัญกำลังใจ  มีความหวัง

เพียงแต่พูดแล้ว  ต้องทำตามที่พูด  ต้องมีสัจจะในทุกคำพูดของตนเองที่พูดออกไป  ก็แค่คิดก่อนพูด  ไม่ใช่พูดก่อนคิดทีหลัง เท่านั้นเอง  คนที่มีมนุษย์สัมพันธ์  หรือคนที่เรียกว่าเข้ากับคนได้ง่ายนั้น  ก็พูดได้ พูดเป็นทุกคนนั่นแหละ”

“กับลูกน้องไม่กี่คน  กับสเกลของานที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไร  มันก็อาจจะไม่ยากอย่างที่ว่านะ  แต่ถ้ามีลูกน้องเป็นร้อยหรือเหยียบร้อยละ  แถมยังมีพวกนอกแถวปนอยู่ไม่น้อย  แบบนี้ล่ะ จะไปทำได้อย่างไร  ลองยกตัวอย่างซิ  ที่ว่าทำตามธรรมชาติน่ะ”

comments powered by Disqus
2013-10-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 10
2012-08-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ ( 1 )
2012-08-28
ใช้คอมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 2.
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 12
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 11
2013-11-25
บริหารคน..ใครว่ายาก 13
2012-11-27
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 11
2012-09-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 3
2013-12-04
บริหารคน ใครว่ายาก 14
2014-01-08
บริหารคน..ใครว่ายาก 15
2012-09-12
ใช้คอมอมเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้
2014-03-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 16
2012-09-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 5
2013-05-09
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 17
2012-09-26
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 6
2012-12-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 12
2013-05-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 18
2013-05-22
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 19
2012-10-03
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 7
2012-10-10
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 8
2013-06-06
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 20
2013-01-16
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 13
2013-07-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 2
2013-01-30
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 14
2013-07-12
บริหารคน..ใครว่ายาก 3
2013-07-24
บริหารคน ใครว่ายาก 4
2012-10-31
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 9
2013-08-09
บริหารคน..ใครว่ายาก 5
2013-08-30
บริหารคน..ใครว่ายาก 6
2013-02-20
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 15
2013-09-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 7.
2013-09-19
บริหารคน..ใครว่ายาก 8
2013-10-03
บริหารคน..ใครว่ายาก 9
2012-11-14
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 10
2013-03-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 16
107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com