เก่งบริหาร สไตล์เถ้าแก่
สุจินต์ จันทร์นวล
คอลัมน์นิส คม ชัด ลึก , ประธานกรรมการ บริษัท สมาร์ท ทู เวิร์ค จำกัด , ที่ปรึกษา Aroma Group , วิทยากรรับเชิญ รายการ Smart2work ทาง TTV1 Nation Channel

ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 20


“ว่าไปแล้วมันก็ใช่นะ  รู้จักงาน  รู้จักใช้ลูกน้อง  และรู้จักนาย ใครขาดอย่างหนึ่งอย่างใดมันก็ไปไม่รอด  แต่มันก็เหอะ  คนไม่ซื่อก็มักจะใช้หลักการทั้งสามอย่างนี่เก่ง  หรือพวกฉลาดแกมโกง  พวกที่อยู่ระดับบนเขาคิดกันแบบนี้มั้ง  ถึงได้มีเรื่องราวกันขึ้นมา  คิดว่าไง?”

            “มันก็จริงนะ  ที่ว่าคนฉลาดมักจะโกง  แต่ก็ไม่ทั้งหมดหรอก  มันก็น่าจะมีสัดส่วนพอๆกับคนดีคนชั่วนั่นแหละ  ที่ไหนๆ  สังคมไหนๆก็มี  ตามประสพการณ์ที่ผ่านมาก็พอรู้  ช่วงยังเป็นตัวเล็กๆอยู่มันไม่มีหรอก  แต่พอเมื่อมีตำแหน่งแห่งหน  และผู้ใหญ่ไว้วางใจเท่าไหร่  ไอ้เรื่องที่มันจะทำให้แขว  ให้หวั่นไหวก็เยอะทีเดียว  ไม่ว่าจะแบบตามน้ำหรือทวนน้ำ  มันพุ่งเข้ามาหาเอง  วางล่ออยู่ตรงหน้าเอง

            แค่สั่งซื้อของ  ต่อรองราคา  หรือเรื่องประมูลราคาว่าจ้าง  ทำโน่นทำนี่  มันมีการเสนอคอมมิชชั่นให้  เสนอเปอร์เซนต์จากมูลค่าการว่าจ้างให้  สารพัดรูปแบบ  แต่ก็ไม่เคยรับ ไม่เคยหลุดจากจุดยืน  ที่ถูกสั่งสอนมาว่า ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน

            อีกอย่าง คนที่เป็นนายเขาก็ดูแลเราอย่างดี  ในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนหรือโบนัส  ดูแลเราแม้กระทั่งหาบ้านหาช่องให้อยู่  ให้ยืมเงินไปดาวน์บ้าน  มีเมื่อไหร่ค่อยเอาไปทะยอยใช้เขา  เขาทำแบบที่เขาสอนเราไม่ผิด  คือเขาบอกว่าลูกน้องเราถ้าดูแลเขาให้กินอิ่มนอนหลับ  เขาก็จะไม่คดโกงเรา ซึ่งก็คิดว่ามันจริงนะ”

            “ไม่คิดหรือว่านั่นเป็นเรื่องโง่  อย่างกินตามน้ำน่ะ  ใครเขาจะไปว่า  ใครเขาก็ทำกันทั้งนั้น โอกาสที่จะร่ำรวยมีเงินมีทองไม่ชอบรึไง?”

            “เงินน่ะอยากได้ ใครจะไม่อยาก  แต่มันต้องได้มาโดยสุจริต  มันถึงจะเกิดความภาคภูมิใจ  ยืดอกและเสียงดังได้เสมอ  ไม่มีใครจะสามารถเอาเราไปพูดลับหลังได้ว่า ไอ้นี่มันกิน ไอ้นี่มันโกง นายมัน  บริษัทมัน มันยังทรยศได้  คนแบบนี้คบไม่ได้  มันไม่ซื่อกับใครหรอก

เราก็เคยได้ยินกันทุกเมื่อเชื่อวันไม่ใช่หรือ  ที่ผู้คนเค้าก่นด่าพวกข้าราชการ  พวกนักการเมือง  พวกตำรวจที่รับส่วย  พวกที่ใช้อำนาจหน้าที่ในการคอรับชั่น  ได้ยินแม้กระทั่งเด็กๆมันด่ากัน  ว่าพ่อมึงโกงเค้ามา  ถึงได้มาอวดร่ำรวยกับเพื่อนๆได้

คนที่คิดว่าเราโง่ที่ไม่ทำแบบคนอื่นนั้น  ก็มีอยู่เหมือนกันนะ  แต่ก็เห็นมีอันเป็นไปเสียส่วนใหญในภายหลัง  คือหากินได้ไม่นาน  คนเขาก็ไม่จ้าง  เพราะเรื่องแบบนี้มันปิดกันไม่มิดหรอก  ไอ้คนที่ให้นั่นแหละ  มันจะเป็นคนเอาไปพูดเอาไปโพนทนาเอง  และของแบบนี้มันเช็คกันได้หาข่าวกันได้  ก็เข้าตำราคดกินไม่นาน  ไม่มีผิดเลย

เช่นเดียวกับข่าวและข้อมูลเรื่องมือสะอาด  มันก็เป็นที่รับรู้ได้เช่นกัน  เหมือนกรณีของเรา  เราเป็นมือปืนรับจ้างบริหาร  นอกจากมีผลงานเป็นใบเบิกทางแล้ว  เราก็มีประกาศนียบัตร์ที่วงการยกให้ว่าเป็นคนมือสะอาดติดไปด้วย  ที่รู้อย่างนั้นไม่ได้คิดเอง  แต่มีเจ้าของบริษัทหนึ่งถามเราว่า  รู้มาว่าเราเป็นคนที่เกลียดการคอรับชั่นอย่างมาก  ซึ่งงานของบริษัทนี้ต้องดิลกับพวกคอรับชั่นทั้งนั้น  เราจะทำได้หรือ

เรื่องของเรื่องคืดเขารู้ได้อย่างไร  ถ้าเขาไม่ได้เช็คข้อมูลเกี่ยวกับตัวเรา  จากในวงการ จากผู้คนที่เกี่ยวข้อง  อันนี้แหละที่เราเชื่อสิ่งที่ถูกสั่งสอนมา  เรื่องซื่อกินไม่หมดคดกินไม่นาน  ในเมื่อทุกวันนี้เราก็ยังหากินได้ตลอด  มีชีวิตที่ดีพอสมควร  มีความสุข  แม้จะไม่ได้ถูกขนานนามว่า เป็นคนรวย เป็นเศรษฐีก็ตาม

ใครอยากทำก็ทำไป  ใครจะว่าโง่ก็เชิญ  มาดูชีวิตระยะยาวกันดีกว่า  ว่าคนที่รู้จักคำว่าพอเพียง กับคนที่อยากได้ใครดีไม่มีที่สิ้นสุดนั้น  จุดจบมันจะเป็นอย่างไร  ต่างกันไหม”

“ก็แค่แหย่เล่นนะ  ก็พอเดาออกนะ  ลงระดับซีอีโอลงมาแบ็คอัพด้วยตัวเอง  ก็ต้องเป็นคนที่ใสสะอาดพอแน่  หลังจากเดินจากมาแล้วทำอะไรมั่งล่ะ  หางานใหม่?”

“ก็พักเลียแผลใจ  พยายามลบความผูกพันธ์ทั้งหลายทั้งปวง  เหมือนยังกะคนอกหักไม่ผิด ก็อย่าลืมนะ  เราเกิดจากที่นี่  ทำงานให้เขามาสิบสี่สิบห้าปี  ในฐานะทหารเอก  บุกทะลวงที่นั่นที่นี่ ไม่เคยได้หยุดพัก  และพอมาถึงจุดๆหนึ่ง  ต้องเดินจากมาอย่างเจ็บใจที่สุด

เปล่าหรอกนะ  เราไม่ได้ว่าพวกเขา  ว่าทำไม่ดีกับเราหรืออะไรหรอก  เราเองต่างหากที่อ่อนด้อยและใสซื่อเกินไป  ไม่รู้จักการเล่นเกมการเมือง  มัวแต่ก้มหน้าทำงานอย่างเดียว  ได้รับบทเรียนที่สำคัญยิ่ง ว่า  การจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน  สูงขึ้นไปในระดับบนได้นั้น  มันต้องครบเครื่อง  ต้องมีมากกว่าหลักการสามข้อ  ที่เป็นรากฐานสำคัญ  มันต้องมีชั้นเชิงในเรื่องเกมการเมืองในองค์กร  มันต้องสร้างสายสัมพันธ์กับใครบ้าง  ต้องมีการต่างตอบแทนในเรื่องอะไรบ้าง

จนเมื่อเอาบทเรียนนั้นมาวิเคราะห์มากขึ้น ลึกขึ้นแล้ว  ก็ให้รู้สึกว่าตัวเรานั้นโชคดี  โชคดีที่ได้บทเรียนนี้มา  คนอายุขนาดเราน้อยคนนักจะได้มันมา  ได้เอามาศึกษาและติดอาวุธทางปัญญาให้กับตัวเองเพิ่มขึ้น  มันมากพอจนเรารู้สึกว่า  เราพร้อมจะไปที่ไหนก็ได้  ทำอะไรก็ได้  ในทุกสถานที่  ทุกสถานการณ์  เรามั่นใจว่าเราสามารถจะเอาอยู่

และเราก็อดที่จะขอบใจพวกเขาไม่ได้  ที่ได้ให้บทเรียนนี้แก่เรา  คือเมื่อทุกอย่างมันกระจ่างในใจ  อาการอกหักของเราก็หายไป  ชีวิตกลับมากระปรี้กระเปร่า  อยากท่องเที่ยวไปที่ไหนเราก็ไป  ออกกำลังเล่นกิฬากับเพื่อนๆ  กินดื่มไปตามประสาคนสบายอกสบายใจ  จนเพื่อคนหนึ่งในวงเทนนิส  เห็นเราอยู่เฉยๆไม่ทำงาน  เพราะเราบอกว่าเราจะหยุดพักหนึ่งปีไม่ทำงาน  จะเริ่มหางานทำก็ปีถัดไปนั่นแหละ      เขาเอ่ยปากขอร้องให้ไปช่วยสตาร์ทอัพมูลนิธิแห่งหนึ่ง  ค่าตอบแทนไม่เท่าไหร่  ให้ถือซะว่าทำบุญทำเพื่อสังคมส่วนรวม

สเกลของงานจะว่าไปแล้วมันก็ไม่ได้หนักหนาอะไร  น่าจะเป็นงานอดิเรกเสียมากกว่า  เราก็เลยตกปากรับคำไปทำให้  คิดเสียว่าอย่างน้อยๆอยู่ว่างๆ  เราก็ได้สร้างผลงานที่จะเป็นเครดิตของเราขึ้นมาอีกชิ้น  ไปทำความรู้จักและเรียนรู้  คนอีกกลุ่มอีกแบบของสังคม  แถมได้ทดสอบตัวเองว่า งานแปลกๆแบบนี้เราจะทำได้สำเร็จไหม

ระหว่างที่ทำไป  ก็มีหลายบริษัททาบทามตัวอยู่ไม่น้อย  มีทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เอาลูกน้องมือดีๆเราไปทั้งฝูง  บริษัทเครื่องดื่มที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุด  แค่เอ่ยปากเด็กๆก็รู้จัก  บริษัทต่างชาติเชื้อสายเยอรมัน ฯลฯ แต่เราก็ยังอยากสนุกกับงานที่ไม่เคยทำนี้  และจุดมุ่งหมายใหญ่  คือต้องการทำให้มันเสร็จเสียก่อน  ค่อยไปรับงานอื่นต่อไป”

“ไม่กลัวว่าเมื่องานสนุกๆนี่เสร็จแล้ว  บริษัทที่เขาอยากได้ตัว  อาจไม่ต้องการแล้วก็ได้  เขาอาจหาคนอื่นได้เรียบร้อย  พอถึงตอนนั้นแล้วก็อาจจะไม่คุ้มก็ได้  ที่มาเสียเวลาเล่นตัวทำงานเล็กๆนี่  แทนที่จะรับงานใหญ่ๆ”

“อ้า  ตรงนี้แหละ  ที่ได้บทเรียนจากที่เก่ามา  เกี่ยวกับเรื่องชั้นเชิง  การอ่านเกม การเดาใจ และได้ทดลองเล่นเกมการเมืองเสียด้วย  เอามาใช้ได้เลย

คือทีแรกน่ะคิดว่า พอถึงเวลาที่เหมาะสม  เราก็จะหางานทำใหม่  ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่างานอะไรและกับใคร  รู้แต่เพียงว่าต้องไม่ใช่งานแบบเดิม  ไม่ใช่ธุรกิจเดิม  แม้จะมีประสบการณ์  มีแต้มต่อเก็บตุนไว้เต็มพุงก็ตาม  เพราะไม่ต้องการให้คนในวงการมานินทาได้ว่า  เราก็คงทำได้แบบเดิมนั่นแหละ  และอีกอย่าง  เราไม่อยากไปทำลาย  หรือทำให้สิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้นมากับมือ  ไม่ว่าจะเป็นลูกน้องเก่า นายเก่า ธุรกิจเก่า  กระทบกระเทือน 

มันอาจจะเป็นจรรยาบรรณโง่ๆ  ของลูกจ้างอย่างเราก็ได้  แต่เราคิดว่ามันยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยศักดิ์ศรีของลูกจ้างคนหนึ่ง  สำหรับคนที่เข้าใจ  และคนที่จะเข้าใจนี้  ก็จะเป็นคนระดับเจ้าของกิจการที่ต้องการเรา  ถ้าเขาไม่เข้าใจ  เขาก็จะไม่ชื่นชมและยกย่องเรา  และเขาก็คงไม่ต้องการเรา

อีกอย่างที่ตั้งใจไว้ ก็คือการเป็นมือปืนรับจ้างเต็มขั้น  คือไม่ขอผูกพันธ์นั่งรากงอก หรือฝากชีวิตไว้กับที่ใดเป็นการถาวร  ต้องการเซ็นสัญญารับจ้างบริหารธุรกิจกันเป็นทางการไปเลย  ตกลงกันก่อนว่างานอะไรแบบไหน เป้าหมายคืออะไร  มีอะไรให้เราในมือบ้าง ในฐานะอะไร  ใช้เวลาเท่าไหร่งานจึงเสร็จ  ผลประโยชน์ที่เราจะได้รับ  เท่าไหร่เป็นยังไง หากพอใจกันทั้งสองฝ่ายก็ทำสัญญากัน  ครบกำหนดจบงานก็ลาจากกันไป  จบข่าว

เราอ่านและเดาใจว่า คนที่จะยอมรับเงื่อไขแบบนี้ได้  ต้องเป็นคนระดับเจ้าของบริษัท  ที่เราว่าเขาต้องศึกษาประวัติเรามาเป็นอย่างดี  ต้องเข้าใจ และชื่นชมในจรรยาบรรณของเรา  คือหากเป็นคนแบบนี้  เราก็ยอมรับได้ในการที่เขาจะเป็นนายเรา  และเราก็จะทำงานกับเขาได้  ของแบบนี้ได้คุยกันสักพักก็จะรู้  ว่าเขาคิดกับเราอย่างไร

สมมุติว่าได้เจอเข้า  การที่ไม่รีบร้อนงับข้อเสนอ  ก็จะยิ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงจุดยืนและแนวคิดของเรา  ว่าหากรับปากใครแล้ว  ว่าจะทำให้เสร็จ  ก็ต้องทำมันให้เสร็จ  แม้จะดูด้อยและไร้ค่าเพียงใด  เท่ากับเราเป็นคนที่เชื่อถือได้  ในคำพูดและคำสัญญา  ถ้าเขาอยากได้ตัวเราจริงๆ  นี่ก็จะยิ่งทำให้เขานับถือเรามากขึ้นอีก

อีกอย่างเรารู้สึกว่า  อดีตนายทั้งสองคนที่เราเคยทำงานด้วยนั้น  เป็นระดับและมาตรฐานที่เรายอมรับ  หากมาตรฐานต่ำกว่านั้น  เราคงทำงานในฐานะลูกน้องเค้าไม่ได้  เรียกว่าต่อไปนี้เราจะเลือกนายว่างั้นเหอะ  เกิดความมั่นใจในตัวเองมากมายเกินไปหรือเปล่าไม่รู้”

“โฮ เหะ ร่ำเรียนจากบทเรียนนั้นได้ลึกซึ้งขนาดนี้เชียวหรือ?”

“ที่จริงหลายเรื่องมันก็มีฝังอยู่ในความคิดแล้ว  มากบ้างน้อยบ้าง  แต่ก็ไม่เคยเปิดเอามันมาใช้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวเท่าไหร่  บทเรียนจากที่เก่า  มันเหมือนมาเปิดมากระตุ้น  ให้เอาของเก่าๆนั้น มาเป็นแนวทางแนวคิด ที่เป็นรูปธรรมขึ้นมา 

เมื่องานเล็กๆของเราเสร็จ  เราก็รับงานกับบริษัทต่างชาติเชื้อสายเยอรมัน  เริ่มฉากชีวิตการเป็นมือปืนรับจ้างเต็มขั้น  มาถึงจุดนี้ด้วยรากฐานของการใช้คอมมอนเซนส์”     

comments powered by Disqus
2013-10-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 10
2012-08-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ ( 1 )
2012-08-28
ใช้คอมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 2.
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 12
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 11
2013-11-25
บริหารคน..ใครว่ายาก 13
2012-11-27
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 11
2012-09-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 3
2013-12-04
บริหารคน ใครว่ายาก 14
2014-01-08
บริหารคน..ใครว่ายาก 15
2012-09-12
ใช้คอมอมเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้
2014-03-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 16
2012-09-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 5
2013-05-09
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 17
2012-09-26
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 6
2012-12-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 12
2013-05-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 18
2013-05-22
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 19
2012-10-03
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 7
2012-10-10
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 8
2013-01-16
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 13
2013-06-14
บริหารคน..ใครว่ายาก 1
2013-07-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 2
2013-01-30
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 14
2013-07-12
บริหารคน..ใครว่ายาก 3
2013-07-24
บริหารคน ใครว่ายาก 4
2012-10-31
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 9
2013-08-09
บริหารคน..ใครว่ายาก 5
2013-08-30
บริหารคน..ใครว่ายาก 6
2013-02-20
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 15
2013-09-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 7.
2013-09-19
บริหารคน..ใครว่ายาก 8
2013-10-03
บริหารคน..ใครว่ายาก 9
2012-11-14
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 10
2013-03-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 16
107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com