เก่งบริหาร สไตล์เถ้าแก่
สุจินต์ จันทร์นวล
คอลัมน์นิส คม ชัด ลึก , ประธานกรรมการ บริษัท สมาร์ท ทู เวิร์ค จำกัด , ที่ปรึกษา Aroma Group , วิทยากรรับเชิญ รายการ Smart2work ทาง TTV1 Nation Channel

ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 19


“ฟังมาทั้งหมดแล้วแทบไม่น่าเชื่อว่า  นำพาตัวเองขึ้นสูงได้เพราะใช้แค่คอมมอนเซนส์”

            “มันก็ไม่ใช่แค่เพียวๆคอมมอนเซนส์อย่างเดียว  มันก็ต้องพัฒนาตัวเอง หาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลานะ  เพียงแต่ตั้งต้นวิธีคิดน่ะ  ใช้คอมมอนเซนส์จริงๆ  อย่างเช่นวิธีคิดในการแก้ปัญหา  แท้จริงแล้วก็คือหลักศาสนาพุธนี่เอง

            ท่านสอนว่า  ทำอะไรต้องมีสติ  เพราะสติคือบ่อเกิดของปัญญา  เหมือนกับเวลาเราเจอปัญหา  ต้องทำใจให้นิ่ง  อย่าไปรู้สึกตกอกตกใจ  หวั่นวิตก หรืออะไรทั้งสิ้น  คือเมื่อใจนิ่ง  เราก็จะรับปัญหานั้นด้วยความสงบ  หรือการมีสตินั่นเอง

            ท่านบอกอีกว่า  หนทางแก้ปัญหา  ก็คือต้องเข้าถึงแก่นแท้ของมัน  ซึ่งมีบางคำที่พอจะจำได้คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรจน์ มรรค  อะไรเนี่ยแหละ  เวลาคิด เราก็มักจะคิดถึงว่า  ต้นตอของปัญหา มันคืออะไร อยู่ตรงไหน  เท่ากับว่าเราต้องหาข้อมูลก่อนว่า  ที่มาที่ไป  มันเป็นยังไง ไปยังไงมา  หรือเท่ากับการหาสาเหตุ

            พอหาได้และรับรู้  ประมานว่า สมุทัย  ก็จะมีการวิเคราะห์  หรือเท่ากับการตีโจทย์นั่นแหละ  ตีโจทย์แตก  เราก็จะรู้ว่าปัญหามันอยู่ตรงไหนเป็นยังไง  เท่ากับเรารู้จุดที่จะแก้ปัญหา  ทีนี้ถึงจะมาหาวิธีแก้ปัญหา  น่าจะเป็น นิโรจน์ โดยต้องคิดด้วยว่ามันจะเกิดผลอะไรขึ้นมาด้วยเมื่อแก้แล้ว  เพราะจะต้องมีคนได้และมีคนเสีย  ก็มรรคผลนั่นเอง

            เห็นไหมว่าคอมมอนเซนส์กับหลักศาสนา  ก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่  ทุกอย่างมีที่มาที่ไป  มีเหตุมีผล  ปัญหาหรือทุกข์  มันก็มีทางแก้  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตลอดขบวนการเหล่านี้  มันต้องใช้สติ  เมื่อมีสติ  ก็จะมีปัญญาแก้ไขเอง

            การบริหารคนก็ใช้แนวคิดง่ายๆ  คอมมอนเซนส์กับหลักศาสนาอีกเช่นกัน  การคำนึงถึงเรื่องอกเขาอกเรา ใจเขาใจเรา  แค่นี้ก็จะสามารถเข้าใจและอ่านคนอื่นได้ไม่ยาก ให้มีเมตาและความหวังดีต่อคนอื่น  ให้มีความซื่อสัตย์และจริงใจ  หรือที่เรียกรวมๆว่ามีธรรมาภิบาลนั่นแหละ  มันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรตรงไหน”

            “ตรงนี้ก็พอเห็นได้ว่ามันคือหลักการแก้ปัญหา  กับหลักการบริหารคน  ทีนี้เห็นว่ามันมีมากกว่านั้นนะ  อย่างทำยังไงให้นายสนับสนุน  ให้เชื่อถือ ให้ไว้วางใจ  เพราะเรื่องราวทั้งหมด  คนที่ฝึกสอนมาก็คืออดีตนาย  และคนที่เอามาใช้งานคือซีอีโอ  แปลว่าทั้งคู่มาสนับสนุนหมด  ทำได้ยังไง?

            “ตรงนี้ไม่รู้นะ  เพราะไม่สามารถจะล่วงรู้ได้ว่าในใจเค้าคิดอย่างไร  ได้แต่เดาๆเอาในบางเรื่องบางกรณี 

นายที่ฝึกเราสร้างเราขึ้นมานั้น  กว่าที่เขาจะรับเราเข้ามา  เขาก็เช็คประวัติเราอย่างละเอียด  โดยที่เราเองก็ไม่รู้ตัว  หาข้อมูลเกี่ยวกับตัวเราจากคนที่เรารู้จัก  ทำงานด้วย  จนรู้สไตล์การทำงาน  รู้ระดับความสามารถ  รู้ในคุณสมบัติต่างๆในตัวเราจากบริษัทที่กำลังทำงาน  การคุมคนจำนวนมาก  การตัดสินใจ  การแก้ปัญหา  และด้านจิตใจ  ไปจนถึงเรื่องครอบครัว  เรียกว่าเขาอ่านเราทะลุ  แค่นั้นไม่พอช่วงที่รับเราเข้ามาใหม่ๆ  เขาก็หนีบเราติดไปไหนต่อไหนกับเขา  ไม่ว่าจะในเวลาและนอกเวลางาน  เพื่อเรียนรู้พฤติกรรม  ความคิดความอ่าน  และแทบทุกด้านก็ว่าได้  ผ่านการกิน การเที่ยว การดื่ม

พอเขาอ่านได้ละเอียดขนาดนั้น  เขาก็ลงมือฝึกและสอนเราไปเรื่อยๆ ทีละเล็กละน้อย  ผ่านการทำงานจริง  ผ่านเหตุการณ์และเคสต่างๆที่เกิดขึ้น  พอเริ่มเห็นผล  เขาก็สนับสนุนเราขึ้นไปเรื่อยๆ  จนผลงานเราเข้าตาซีอีโอ  ซีอีโอจึงรับช่วงต่อจากนาย  เอาเราไปลุยงานซึ่งเป็นงานใหม่ๆและไม่มีคนอื่นเหมาะสมเท่าเรา

กับนายเก่าเราพอรู้  ว่าเขาต้องการใครสักคนที่ทำได้อย่างใจเขา  และเราก็ทำได้  ทำสุดชีวิตเพราะความสำนึกในบุญคุณและจิตใจของเขา  เพราะรู้ดีว่าหากเขาไม่รับเราไปโอบอุ้ม  ชีวิตเราคงไม่มีวันนี้  เขาเป็นผู้ให้เราทุกอย่าง  ดังนั้นนอกจากเขาได้ผลงานจากเราแล้ว  เขายังได้ความจงรักภักดีจากเราด้วย  และเขานี่แหละคือต้นแบบ  ที่เราเอามาใช้ในการสร้างลูกน้องขึ้นมารุ่นแล้วรุ่นเล่า  เป็นแนวหลักในการทำงาน  คือต้องทำไปและสร้างลูกน้องไปด้วย

กับซีอีโอแม้จะไม่ได้ใกล้ชิดกันเหมือนนายเก่า  ทีแรกเราเองก็รับเขาไม่ได้  เพราะสไตล์ต่างกับนายลิบลับ  มาแบบโครมครามนักเลงๆ  พูดจาก็ออกทางโจมตีและไม่ค่อยจะเชื่อถือเราเท่าไหร่  มีเชิงเยาะเย้ยถากถาง  เกทับบลัฟแหลก  ทีแรกเราก็ถอดใจถึงกับเขียนใบลาออก  แต่นายนั่นแหละบอกเราว่า  เขาสอนเรามาหมดแล้ว  ซีอีโอเป็นคนเก่ง  มีวิทยายุทธ์อีกระดับเหนือกว่าเขาอีก  คนอย่างเราควรจะได้เรียนรู้จากคนๆนี้  แล้วจะไปได้ไกล  แต่จะอยู่กับคนๆนี้ได้  จิตใจเราต้องเข้มแข็ง  อดทน  เขาทิ้งท้ายว่าวิชามันจะไม่ได้มาง่ายๆหรอก  เราต้องลงทุนจึงจะได้มันมา

เราจึงได้คิดและฮึดสู้  พยายามรับกับอารมณ์และสไตล์ของซีอีโอให้ได้  จนเราเริ่มชินและเข้าใจว่า  กับคนที่เขาสนิทใจด้วย  เขาก็จะใช้สไตล์นี้  คือแบบว่าพูดปรามาทเสียก่อนว่าทำไม่ได้  เพื่อกระตุ้นให้อีกฝ่ายฮึด  เพื่อจะลบคำสบประมาทให้ได้  ถ้าเขาไม่สนิทด้วย  เขาจะพูดจาสุภาพเหมือนคนทั่วๆไป

พอเราคุ้นกับสไตล์ของเขา  คราวนี้เราก็เริ่มกล้ามากขึ้น  เริ่มจับทางเริ่มเดาใจเขาถูก  ยิ่งอ่านได้ใกล้เคียงเท่าไหร่  เขาก็ยิ่งชอบใจและไว้วางใจเพิ่มขึ้นๆ  ให้การสนับสนุนและทั้งปกป้องเราเต็มที่

สิ่งที่เราเรียนรู้จากนายทั้งสองคน  มันมีค่ามาก  เพราะเราสามารถเอามาดัดแปลงใช้กับลูกน้องเราอย่างได้ผล  เป็นวิธีการบริหารคนที่หลากหลาย”

“แบบนี้มันก็ต้องเก่งบวกเฮงเนอะ  คนเก่งมาเจอคนที่ให้โอกาส  บอกได้คำเดียวว่ามันก็ต้องมีดวงเข้ามาช่วย  ว่ามั้ย?”

“มันก็อาจจะจริงนะ  เพราะระหว่างที่ทำงานก่อนเจอนาย  เราไม่แฮปปี้กับผู้บริหารเท่าไหร่  แต่เราคิดว่าต้องทนจนกว่างานจะเสร็จ  เพราะผลสำเร็จของงานมันจะเป็นของเรา  มันจะติดตัวเราไป  ถ้าเราออกก่อน  เท่ากับเราจากไปมือเปล่า  สู้อดทนเดินจากไป  พร้อมกับประกาศนียบัตรความสำเร็จของงานในมือดีกว่า  และมันก็พิสูจน์ว่าเราคิดถูก  ลาออกวันนั้น  ก็ได้งานใหม่ทันทีแบบไม่รู้ตัว

กำลังจะบอกว่า  มันต้องคิดเป็นด้วย  เอาชนะอารมณ์และความรู้สึกของตนเองได้  เอาเหตุผลเป็นหลักเป็นตัวชี้ขาดการตัดสินใจ  ไม่ใช่อารมณ์ในขณะนั้น  อย่างเช่นตอนนั้น  ถ้าเราทนไม่ไหวและลาออกไปก่อนงานจะสำเร็จ  นายเขาคงไม่อยากได้ผู้จัดการโรงงาน  ที่ไม่มีผลงาน  ไม่สามารถทนรับความกดดัน  และใจไม่ถึงพอ  ซึ่งมันก็คือคุณสมบัติของคนที่จะขึ้นมาบริหารได้”

“แปลว่าความเก่ง  คิดเป็น มันก็ไม่ใช่คอมมอนเซนส์น่ะซี?”

“ทั้งเก่งและเฮงจะเกิดขึ้นได้  มันก็เริ่มต้นจากคอมมอนเซนส์  มาจากสามัญสำนึกทั้งนั้น  ก็เวลาเราเผชิญเหตุการณ์เจอปัญหา  เราก็บอกกับตัวเองก่อนว่า  ใจเย็นๆ  นิ่งไว้ก่อน  แล้วค่อยคิดหาทางออก  นี่คือคอมมอนเซนส์ละ  ถ้าไม่นิ่งไม่เย็น  ก็ตีโจทย์ไม่แตก  ก็จะหาทางออกตามอารมณ์และความรู้สึกในขณะนั้น  ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหนทางที่ผิดๆซะมากกว่า

คนจะเก่งได้  มันก็ต้องอาศัยการเป็นคนใฝ่รู้  ช่างสังเกตุ  ช่างคิด ช่างวิเคราะห์  ช่างทดลอง ลองผิดลองถูก  เก็บเอาทุกข้อผิดพลาดที่ทำไป  หรือได้ยินได้ฟังมา  เอามาเป็นบทเรียน  แทนที่จะลืมๆมันไปเสีย  บางคนก็ไม่อยากพูดถึงมันอีกเลย  ซึ่งความจริงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกเลย  ปล่อยให้บทเรียนดีๆเสียเปล่า  คนไม่เรียนแล้วมันจะรู้ได้ไง  คิดอย่างนี้ละคือคอมมอนเซนส์  หรือว่าไม่ใช่ล่ะ”

“มันน่าจะมีหลักการบ้างนะ  สำหรับคนที่ทำงานแล้วประสบความสำเร็จ  ไม่ใช่มาพูดกันง่ายๆว่าใช้เพียงคอมมอนเซนส์?”

“หลักการน่ะมันอยู่ในจิตสำนึก  ลองคิดดีๆนะ  คนเราจะทำงานให้ประสบความสำเร็จ  เป็นซัมบอดี้ เป็นผู้บริหารได้  มีองค์ประกอบหลักๆแค่สามอย่างเอง  อย่างแรกคือต้องทำงานนั้นเป็น  อย่างที่สองต้องเอาลูกน้องอยู่  อย่างที่สามคือต้องมองนายออก

ทำงานเป็นก็คือรู้ว่างานนั้นมันคืออะไร  แม้เราไม่รู้เราก็ศึกษาหาข้อมูลเอาได้  เมื่อรู้ว่ามันคืออะไรแล้ว  เราก็จะรู้ว่าควรจะต้องทำยังไง  เราอาจจะไม่ต้องรู้ลึกลงไปในรายละเอียดก็ได้  เพราะเราไม่มีความรู้และไม่ได้ร่ำเรียนมาทางนั้น  แต่เราก็อาศัยใช้ลูกน้อง  ที่รู้ ที่จบมาทางนั้นๆ ช่วยเราได้

จะให้ลูกน้องช่วยเราได้  เราก็ต้องเอาพวกเขาอยู่  เอาพวกเขาอยู่ก็แปลว่า  ทำให้พวกเขายอมรับและศรัทธาในตัวเราให้ได้  การจะทำแบบนั้นได้  ก็ใช้แนวคิดเรื่องอกเขาอกเรา  คิดกลับกันเสีย  ว่าถ้าเราเป็นพวกเขา  นายแบบไหนที่เราจะยอมรับและศรัทธา  เราก็รู้คำตอบ  เมื่อรู้คำตอบเราก็ทำตามนั้น  เราก็สามารถมีลูกน้องดีๆเก่งๆ  ช่วยเราทำงาน สร้างผลงาน  คิดอะไรออกมา  พวกเขาก็ทำได้อย่างที่เราคิด

ที่ต้องมองนายให้ออก  ก็เพราะนายคือ  คนที่มีอิทธิพลต่อชีวิตการทำงานของเรามากที่สุด  ในเมื่ออำนาจให้คุณให้โทษอยู่ในมือเขา  โอกาสอยู่ในมือเขา  ถ้าเราอยากได้โอกาสจากเขา  อยากให้เขาให้คุณกับเรา  เราก็ต้องรู้จักเขาให้ดี  จะรู้จักเขาให้ดี  ก็ต้องพยายามใกล้ชิดเขา และได้พูดคุยกับเขาให้ได้  ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาที่เราพอจะหาได้จากใครต่อใครนั้น  มันไม่เพียงพอหรอกที่จะรู้จักเขา

จะหาโอกาสใกล้ชิดกับเขาแบบนั้นได้  ก็มีทางเดียวคือผลงานของเรากับลูกน้อง  มันต้องทำให้เข้าตาเขา  ให้เขาสนใจ  และเมื่อนั้นเขาจะเป็นคนเข้ามาหาเราเอง  เพื่อเรียนรู้ในตัวเราให้มากขึ้น  นั่นแหละ  คือโอกาสที่เราจะได้เรียนรู้เขามากขึ้นเช่นกัน  ผ่านการพูดคุย การแสดงความคิดเห็น  และพฤติกรรมอื่นๆ

เมื่ออ่านเขาออก  พิสูจน์ให้เขาเห็น  เขาก็จะหยิบยื่นโอกาสให้เราได้แสดงความสามารถ  และเป็นเสมือนคนแบ็คอัพ  ผู้สนับสนุน  และปกป้องเราไปพร้อมๆกันด้วย

ด้วยหลักการหลักๆแค่นี้แหละ  ที่ทำให้คนทำงานแล้วประสบความสำเร็จได้  อย่างอื่นๆคือส่วนประกอบปลีกย่อย  ที่จะทำให้ความสำเร็จนั้นสมบูรณ์  แล้วไอ้หลักการเนี่ยะ  มันไม่ได้มาจากคอมมอนเซนส์หรือ”     

comments powered by Disqus
2013-10-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 10
2012-08-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ ( 1 )
2012-08-28
ใช้คอมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 2.
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 12
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 11
2013-11-25
บริหารคน..ใครว่ายาก 13
2012-11-27
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 11
2012-09-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 3
2013-12-04
บริหารคน ใครว่ายาก 14
2014-01-08
บริหารคน..ใครว่ายาก 15
2012-09-12
ใช้คอมอมเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้
2014-03-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 16
2012-09-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 5
2013-05-09
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 17
2012-09-26
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 6
2012-12-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 12
2013-05-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 18
2012-10-03
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 7
2012-10-10
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 8
2013-06-06
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 20
2013-01-16
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 13
2013-06-14
บริหารคน..ใครว่ายาก 1
2013-07-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 2
2013-01-30
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 14
2013-07-12
บริหารคน..ใครว่ายาก 3
2013-07-24
บริหารคน ใครว่ายาก 4
2012-10-31
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 9
2013-08-09
บริหารคน..ใครว่ายาก 5
2013-08-30
บริหารคน..ใครว่ายาก 6
2013-02-20
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 15
2013-09-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 7.
2013-09-19
บริหารคน..ใครว่ายาก 8
2013-10-03
บริหารคน..ใครว่ายาก 9
2012-11-14
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 10
2013-03-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 16
107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com