เก่งบริหาร สไตล์เถ้าแก่
สุจินต์ จันทร์นวล
คอลัมน์นิส คม ชัด ลึก , ประธานกรรมการ บริษัท สมาร์ท ทู เวิร์ค จำกัด , ที่ปรึกษา Aroma Group , วิทยากรรับเชิญ รายการ Smart2work ทาง TTV1 Nation Channel

ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 17


“ก็แปลว่า งานนี้ทำสำเร็จแล้วสิ เพราะรายรับมันเกินจุดคุ้มทุนต่อวันไปแล้ว?”

“ยังหรอก มันแค่เป็นสัญญาณที่ดีเท่านั้น มันทำให้รู้ว่าเราเริ่มจับทางถูกแล้ว

เหมือนกับเล่นว่าวไง พอว่าวมันเริ่มกินลม หัวมันก็จะเชิดขึ้น เราก็ต้องค่อยๆกระตุกและผ่อนเชือก

ให้มันขึ้นไปจนติดลมบนให้ได้ เมื่อไหร่ที่ถือเชือกไว้เฉยๆ และว่าวก็ติดลมบน ลอยอยู่ได้

นั่นถึงจะเรียกว่าทำสำเร็จ ทำธุรกิจก็เหมือนกัน ต้องให้รายรับมันไม่ขึ้นๆลงๆมากนัก

พยายามให้มันไต่ขึ้นเรื่อยๆ”

“ทำไงล่ะ?”

“ก็ต้องไม่พอใจอยู่ที่ตัวเลขแค่นั้น ต้องคิดเสมอว่าจะต้องทำอย่างไรให้ดีขึ้นอีกได้

หาเงินอย่างไรวิธีไหน มีอะไรจะขายให้ลูกค้าที่มาอยู่แล้วได้อีก

คนที่ไปตลาดควรหาซื้ออะไรได้ครบถ้วนบ้าง พอคิดอย่างนี้โจทย์ก็มาเพียบ ร้านหนังสือพิมพ์

ร้านต้นไม้ดอกไม้ ร้านซักรีด ร้านวีดีโอ สมัยนั้นยังไม่มีซีดี ร้านเสริมสวย ร้านเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง

ร้านขายของเด็กเล่น ร้านกาแฟเครื่องดื่ม ร้านและแผงขายอาหารหลากหลายประเภท ฯลฯ

พื้นที่ในร้านเต็มแล้ว ก็เอาบริเวณรอบๆตึกข้างเคียง ให้คนอื่นมาเช่าพื้นที่บ้าง ทำเองบ้าง

จนมันตอบโจทย์ได้เกือบหมด ซึ่งกลายเป็นเชื้อให้เกิดร้านค้าในบริเวณทางเข้าทำตาม

โดยพุ่งเป้าหมายมาที่ลูกค้ากลุ่มเดียวกัน เลยทำให้เกิดเป็นธุรกิจ ในลักษณะสไตล์คอมมิวนิตี้มอลล์

ที่เห็นกันในยุคนี้ขึ้นมาโดยปริยาย รอบซุปเปอร์มาร์เกตของเรา

ทำอยู่สองปีกว่ากิจการเราก็ติดลมบน มีกำไรเอาไปใช้หนี้เงินกู้ได้เกือบหมด

เตรียมเดินแผนสองต่อไป”

“มีแผนสองด้วยหรือ ไม่เห็นบอกตั้งแต่ทีแรก?”

“มันวางไว้ตั้งแต่ตอนเขียนโปรเจ็คขอกู้เงินแบงก์แล้วละ คือตอนนั้นได้แต่คิด

โดยไม่รู้หรอกว่ามันจะเป็นไปได้หรือเปล่า เพียงแต่รู้ว่าหากเขียนไปอย่างนั้น แบงก์จะชอบแน่

เพราะมันดูดีน่าเชื่อถือและมีความเป็นไปได้สูง ธุรกิจมีอนาคต ก็คือภายในห้าปี

ก็จะขยายสาขาออกไปห้าแห่งในกรุงเทพฯ และต่อจากนั้นก็จะสร้างคอนวิเนียนสโตร์

หรือซุปเปอร์ฯขนาดเล็กๆในชุมชน โดยทำเป็นธุรกิจแฟรนไชส์

ก็เอาแนวทางจากตอนทำเบเกอรีนั่นแหละ

โดยให้เหตุผลของแนวนโยบายไปว่า ธุรกิจซุปเปอร์มาร์เกต จะทำกำไรได้มาก

ก็ต่อเมื่อสั่งสินค้าได้ครั้งละมากๆ เพราะเมื่อสั่งคราวละมากๆ ก็จะมีอำนาจการต่อรองกับซับพลายเออร์

เพื่อได้ราคาถูกลง เท่ากับราคาต้นทุนจะต่ำลง

ทีนี้หากจะสั่งได้ครั้งละมากๆ ก็แปลว่าเราต้องมีเอาท์เลตท์หลายๆแห่ง

กระจายสินค้าที่สั่งมานั้นออกไป เราลงทุนเองในการขยายสาขาเพิ่มอีกห้าแห่ง

เพื่อให้ธุรกิจเราเป็นที่ยอมรับเสียก่อน จากนั้นก็เริ่มโครงการคอนวิเนียนสโตร์

โดยให้คนอื่นมาลงทุนแทนเรา เราเป็นคนส่งสินค้าให้ วางระบบการจัดการให้

ฝึกสอนและสนับสนุนการดำเนินการ ให้มีมาตรฐานและคุณภาพเดียวกัน

ภายใต้ชื่อซุปเปอร์มารเก็ตของเรา โดยเติมคำว่ามินิข้างหน้าชื่อ”

“ไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหน อย่าบอกนะว่าใช้คอมมอนเซนส์?”

“อันนี้มันได้มาจากการไปญี่ปุ่น

ไปศึกษาและคลุกคลีกับพาร์ทเนอร์ตอนก่อนจะเริ่มโครงการนั่นแหละ

อาศัยเป็นคนชอบซักชอบถามและเป็นคนช่างสังเกต อีกอย่างชอบคิดต่อยอดไปเรื่อยๆ

บางเรื่องที่เห็นก็สามารถเอามาปะติดปะต่อกัน อย่างเช่นไปเห็นร้านเล็กๆในญี่ปุ่น

เราก็ถามเค้าว่าทำได้ยังไง ก็ได้ความว่าเป็นธุรกิจในรูปแบบร่วมลงทุน หากมาเทียบกันในสมัยนี้

มันก็เหมือนเซเว่นอีเลเว่นนั่นแหละ แต่สมัยนั้นมันยังไม่มี

พอเห็นและพอเข้าใจ ก็มองไปว่า ในบ้านเราก็น่าจะทำได้ในอนาคต

คิดต่อไปเลยว่าหากเราส่งสินค้าจากบ้านเราผ่านเครือข่ายของเขา

ก็เอาสินค้ามากระจายได้มากพอสมควร

ในขณะเดียวกันเราก็ต้องสั่งสินค้าของญี่ปุ่นมาขายในบ้านเราอยู่แล้ว

แบบนี้มันจะเกิดรายได้ขึ้นทั้งสองฝ่าย ทั้งขายปลีกและขายส่ง

แน่นอนว่ามันตอบโจทย์เรื่องการสั่งสินค้าทีละมากๆ ก็ต้องมีเอาท์เลตมากๆ เพื่อลดต้นทุน

คือเมื่อต้องทำอะไรแล้วศึกษาลงให้ลึก มองให้กว้าง และคิดให้ไกล

ก็จะสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ว่ามันมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันได้ยังไงเอง

คือหากมองมันแบบผิวเผินก็จะไม่เห็น และเอามาปะติดปะต่อกันไม่ถูก”

“แบบเดียวกับที่คิดโครงการเรื่องอาหารแช่แข็งใช่ไหม เออแล้วมันไปยังไงบ้างล่ะ?”

“ใช่ที่มาของความคิดมันก็แบบเดียวกัน แต่มันคิดได้ก่อนเรื่องธุรกิจซุปเปอร์มาร์เกตนะ

เรื่องอาหารแช่แข็งมันต่อยอดมาจากธุรกิจเบเกอรี โดยมีเรื่องการแช่แข็งเป็นหลักใหญ่ใจความ

คือนอกจากจะใช้กับการผลิตโฟรเซ็นโด หรือแป้งที่มีส่วนผสมหมดแล้ว

รอให้ยีสต์ที่ผสมในแป้งมันทำงานจนได้ที่ ก่อนที่จะเอาเข้าเตาอบ ไปทำช็อคฟรีซ

หรือให้เย็นลงถึงจุดเยือกแข็งอย่างรวดเร็ว ในช่วงที่ยีสต์ยังไม่ทำงาน

พอจะใช้งานก็เอาโดนั้นมาให้มันคลายความเย็น ยีสต์ก็จะเริ่มทำงาน

เอาเข้าเตาอบเสร็จก็จะได้ขนมปังหรือโปรดักส์เบเกอรีที่สดใหม่ คุณภาพเดียวกันในทุกหนทุกแห่ง

ที่โฟรเซ็นโดมันส่งไปถึง

ในเชิงธุรกิจ ในการบริหารจัดการมันตอบโจทย์ได้เกือบหมด

คือส่วนใหญ่ธุรกิจอาหารเมื่อขยายสาขาออกไป มักจะล้มเหลว เพราะจุดสำคัญมันอยู่ที่คน

คนที่ปรุงอาหาร ผิดคนมันก็ผิดรสชาติ ผิดที่ก็ผิดรส เบเกอรีก็เหมือนกัน คำถามคือ

จะทำยังไงให้คุณภาพ และรสชาติเหมือนกันทุกที่ วิวัฒนาการทางเบเกอรีทำได้ ก็คือผลิตจากที่เดียว

และใช้ระบบช็อคฟรีซ

ทีนี้ระบบทำช็อคฟรีซนี้มันลงทุนสูง เมื่อทำแล้วต้องมีห้องเย็นเก็บ

การจัดส่งหรือกระจายออกไปก็ต้องใช้รถห้องเย็น คำถามคือจะทำยังไงให้มันคุ้ม จึงหาคำตอบออกมา

ด้วยการกลับไปหาเรื่องอาหาร ทางเบเกอรีทำได้ ทางอาหารก็น่าจะทำได้เหมือนกันสิ

ทำทั้งสองทางมันถึงน่าจะคุ้ม

ประกอบกับการไปเห็นที่อเมริกาและยุโรปมา ว่าคนที่นั่นก็นิยมอาหารแช่แข็งกันไม่น้อย

ในซุปเปอร์มาร์เกตมีตู้แช่อาหารประเภทนี้เยอะแยะ บ้านเราไมโครเวฟก็เริ่มเข้ามาแล้ว

ถ้าเราเริ่มธุรกิจนี้ก่อน เราก็จะได้เปรียบเมื่อตลาดมันบูมขึ้นมา

คือหลายๆอย่างมันลงตัวพอดีน่ะ อย่างเช่นไลฟ์สไตล์และความเป็นอยู่ของคน

ต้องอยู่คอนโดกันมากขึ้น ทำให้ความน่าเชื่อถือและความเป็นไปได้มันมีสูง

จากการมองแนวโน้มของเศรษฐกิจและการตลาดโดยรวม มองถึงศักย์ภาพของบริษัทในการลงทุน

โนวฮาว์ในการผลิต ทั้งวัตถุดิบก็หาง่ายราคาถูก ทั้งการตลาดการขาย ทั้งบุคลากร

แม้กระทั่งการทดสอบตลาด โดยใช้เครือข่ายซุปเปอร์มาร์เกตของเราเอง เราก็มีพร้อมหมด

ด้วยเหตุผลนี้แบงก์จึงยินดีให้กู้เอามาลงทุน

งานด้านนี้ ก็เริ่มทำควบคู่ไปพร้อมกับด้านซุปเปอร์มาร์เกต

ด้านเบเกอรีเราก็ได้ออร์เดอร์จากฟาสต์ฟู๊ดใหญ่ของอเมริกัน ที่มาเปิดในบ้านเราให้ผลิตส่งให้

เราก็วางโครงการและแผนการตลาดต่อเนื่องจากที่เคยวางไว้ เมื่อตอนทำโปรเจ็คเบเกอรี

คราวนี้เอามาผสมผสานกับโครงการซุปเปอร์มาร์เกตด้วย

แต่เสียดายที่พอเริ่มต้นได้ไม่เท่าไหร่ ก็ลาออกมาเสียก่อน

เลยไม่รู้ว่าเขาเอาแผนงานที่เราวางไว้ไปทำต่อเหรือเปล่า”

“อ้าว เฮ้ย ลาออกทำไมล่ะ กำลังไปได้สวย มีเรื่องเหรอ?”

“เรื่องมันยาวว่ะ เอาเป็นว่าเราไม่สบายใจก็แล้วกัน เลยลาออก”

“เฮ้ย ไม่เชื่อหรอก ไม่ใช่คนขี้แพ้ซักหน่อย แต่ละเรื่องสู้มายิบตาทั้งนั้น อย่างที่เล่ามา

ไม่เห็นจะเคยยอมแพ้ ดังนั้นแค่ไม่สบายใจ จึงไม่น่าใช่เหตผลที่ลาออกว่ะ”

“เอางี้ จำได้ไหม เมื่อออกมาจากโรงงาน คนที่ไปแทนที่ก็คือน้องเมียซีอีโอ

ตอนที่ละมือจากเบเกอรีมาทำซุปเปอร์มาร์เกตและโปรเจ็คอาหารแช่แข็ง

คนที่ไปแทนก็คือน้องสาวไดเร็กเตอร์หรือหุ้นส่วนบริษัทคนสำคัญ พอทำซุปเปอร์มาร์เกตสำเร็จ

เริ่มต้นทำอาหารแช่แข็ง เขาก็วางตัวทายาทอีกคนมาแล้ว แค่รอจังหวะที่เราลุยจนสำเร็จก่อน

จึงเปิดตัวเข้ามา

ทีแรกเราก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก มันก็ไอ้แบบเดียวกัน ทำสำเร็จแล้วก็ส่งต่อให้คนอื่นมารับไป

แล้วเราก็ไปหาของใหม่ลุยต่อ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่แบบเดิม มันแบบเปลี่ยนม้ากลางศึก

หรือเสร็จนาฆ่าโคถึก”

“อะไรมันจะขนาดนั้น ด้วยเหตุผลแค่จะให้ทายาทมารับช่วงต่อ

ถึงกับต้องกำจัดมือทำงานระดับนี้กันเชียวหรือ มันน่าจะมีอะไรลึกกว่านั้นมั้ง คิดออกมั้ยว่าเพราะอะไร?”

“คิดว่าน่าจะเป็นสไตล์การทำงานของเราเองมั้ง ที่ทำเหมือนกับกิจการนี้เป็นของตัวเอง

ทั้งๆที่เป็นแค่ลูกจ้างคนหนึ่ง เค้าก็ไว้เนื้อเชื่อใจ ปล่อยให้เรามีอำนาจและบริหารได้อย่างอิสระ

จะว่าอิสระมันก็คงไม่ใช่ เพราะซีอีโอคุมเราอยู่โดยตรงอย่างใกล้ชิด

และระบบการเงินก็ขึ้นกับสำนักงานใหญ่ แม้จะให้เราเป็นคนเซ็นต์เช็คคู่กับผู้บริหารของญี่ปุ่น

ในด้านกิจการซุปเปอร์มาร์เกต และในด้านโครงการอาหารแช่แข็ง เราก็เซนต์คู่กับไดเร็คเตอร์อีกคน

จะเซนต์คนเดียวก็เป็นเงินแพตตี้เเคชเท่านั้น สำหรับงานโอเปอร์เรชั่น มีเพดานไว้ไม่เกินสองหมื่น

ดังนั้นในเรื่องงานจึงคิดไม่ออกว่ามันจะมีสาเหตุอะไร

คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องการเมืองระดับบนมากกว่า การแก่งแย่งชิงอำนาจกันข้างบน

ซีอีโอนั่นแหละเป้าใหญ่ ทีนี้เราเป็นเหมือนขุนพลเอกของซีอีโอ การพุ่งเป้ามาเล่นเรา

ก็เท่ากับเล่นซีอีโอ เหมือนเล่นหมากรุกไง อยู่ดีๆจะไปไล่ขุนให้จนกระดานมันไม่ง่ายหรอก

ต้องไล่ต้อนกินเบี้ย กินม้า กินเรือ หรือกินโคนเสียก่อน ถึงจะไล่รุกขุนได้ถนัด เรามองอย่างนั้นนะ

เพราะรู้ดีว่าตัวเองทำแต่งาน ทุ่มแทสุดตัว”

“แล้วเค้ามาแบบไหนละ ใช้วิธีไหนในการเปลี่ยนม้า หรือฆ่าโคถึกเนี่ยะ?”

“เค้าตั้งข้อสงสัยเรื่องการคอรับชั่นนะซี พร้อมกับส่งอินเทอร์นอลออร์ดิเตอร์ลงมาตรวจสอบ

แค่นี้เราก็รับไม่ได้แล้ว ทำให้สุดชีวิตแล้วมาเจอข้อหานี้”

comments powered by Disqus
2013-10-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 10
2012-08-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ ( 1 )
2012-08-28
ใช้คอมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 2.
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 12
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 11
2013-11-25
บริหารคน..ใครว่ายาก 13
2012-11-27
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 11
2012-09-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 3
2013-12-04
บริหารคน ใครว่ายาก 14
2014-01-08
บริหารคน..ใครว่ายาก 15
2012-09-12
ใช้คอมอมเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้
2014-03-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 16
2012-09-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 5
2012-09-26
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 6
2012-12-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 12
2013-05-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 18
2013-05-22
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 19
2012-10-03
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 7
2012-10-10
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 8
2013-06-06
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 20
2013-01-16
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 13
2013-06-14
บริหารคน..ใครว่ายาก 1
2013-07-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 2
2013-01-30
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 14
2013-07-12
บริหารคน..ใครว่ายาก 3
2013-07-24
บริหารคน ใครว่ายาก 4
2012-10-31
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 9
2013-08-09
บริหารคน..ใครว่ายาก 5
2013-08-30
บริหารคน..ใครว่ายาก 6
2013-02-20
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 15
2013-09-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 7.
2013-09-19
บริหารคน..ใครว่ายาก 8
2013-10-03
บริหารคน..ใครว่ายาก 9
2012-11-14
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 10
2013-03-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 16
107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com