เก่งบริหาร สไตล์เถ้าแก่
สุจินต์ จันทร์นวล
คอลัมน์นิส คม ชัด ลึก , ประธานกรรมการ บริษัท สมาร์ท ทู เวิร์ค จำกัด , ที่ปรึกษา Aroma Group , วิทยากรรับเชิญ รายการ Smart2work ทาง TTV1 Nation Channel

ใช้คอมอมเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้

ใช้คอมอมเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้
ใช้คอมอมเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้

“ก็วางแผนวันเปิดกิจการบอกไปทางฝ่ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่สำนักงานใหญ่ช่วยจัดการเรื่องเชิญนักข่าวมาทำข่าว  เชิญผู้หลักผู้ใหญ่ของบริษัทมาเป็นประธานเปิดงานตัดริบบิ้นให้เลี้ยงพระทำบุญตามประเพณี  ก็แค่นั้นแหละ”

            “ไม่มีการขอฤกษ์ขอยามวันเปิดกิจการ  จากพระหรือเกจิอาจารย์อะไรหรือเปล่า?”

            “ไม่มีหรอก จำได้ว่ามีพระองค์หนึ่งบอกว่า ฤกษ์ยามที่ดีที่สุดก็คือฤกษ์สะดวกเราพร้อมเมื่อไหร่ เราก็เปิดเมื่อนั้น เราก็เลยกำหนดมันเอง ดูว่าคนที่เราเชิญมาเขาจะสะดวกมากันตอนไหน ไม่เช้าเกินไปไม่เย็นเกินไปเป็นพอ  เก้าโมงสิบเก้า หรือเก้าโมงอะไรที่ลงด้วยเก้าเราก็เอาทั้งนั้นให้มันดูขลังเล่นก็แค่อยากให้มีข่าว เพื่อให้คนเค้ารู้ว่าเราทำอะไรเท่านั้น

            คนที่มางานเราก็เชิญเขาชมสถานที่และอธิบายว่าเรากำลังทำอะไร แบบไหนยังไง กับการเรียนการสอนชั้นบนของโรงเรียนและชั้นล่างก็เป็นที่ผลิตและขายเบเกอรี เค้าก็ช่วยกันซื้อของในเบเกอรี เพื่อประเดิมให้ก็แค่นั้นเองง่ายๆ”

            “เสียงวิจารณ์ล่ะเป็นยังไง?”

            “เค้าก็ว่าเป็นไอเดียที่ดีมาก ข้อสำคัญมันอยู่ที่ตัวพวกอาจารย์ผู้สอนว่าเก่งมั้ยเก่งแค่ไหนและเบเกอรีที่ผลิตออกมาขายจะอร่อยจริงหรือไม่ แต่พอพวกเค้าชิมแล้ว ก็บอกว่าอร่อยทุกคนนะ มีข่าวลงในหนังสือพิมพ์ด้วย  ก็เป็นภาพข่าวธรรมดา”

            “แล้วหลังจากนั้นกิจการเป็นไง มีคนมาเรียน มีลูกค้าเข้าร้านมากน้อยแค่ไหน?”

            “กิจการโรงเรียนดีนะ มีคนมาสมัครเรียนมากพอสมควร และมีมาเรื่อยๆไม่ขาด ส่วนร้านเบเกอรีก็ไปได้ดี”

            “ทำไมมันถึงมีการตอบรับง่ายนักล่ะ คิดว่าเพราะอะไร?”

            “น่าจะมาจากความแปลกใหม่มั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงเรียน หรือเบเกอรีแบบเปลือยๆ ที่ให้เห็นหมดว่าทำกันอย่างไร ผลิตออกมาอย่างไร สดๆใหม่ๆจากเตาอบ แล้วผ่านไปหน้าร้าน ที่ตบแต่งไว้ทันสมัย สะอาดสะอ้าน  โปรดักส์ก็มีหลากหลาย ดูน่ากินน่าซื้อ รสชาติก็อร่อย แพ็กเกตจิ้งก็เท่ห์ คนขายก็หน้าตารับแขก แถมพูดจาดีด้วย”

            ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่า มันเข้าตำราการตลาดเรื่องดิฟเฟรนชิเอท หรือความแตกต่าง มีจุดดีจุดเด่นที่ไม่เหมือนคนอื่น อะไรทำนองนั้น คิดแต่เพียงว่า ลูกค้าน่าจะยอมรับ น่าจะชอบ เพราะถ้าเราเป็นลูกค้า เราก็อยากซื้อของแบบนี้ ที่เราเห็นว่าเค้าทำยังไง สะอาดถูกหลักอนามัยมั้ย มันแปลกดีไม่เคยเห็น อย่างน้อยๆก็น่าจะลองซื้อไปกิน เจอคนขายหน้าตาดี พูดจาดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ชวนให้ซื้อนั่นซื้อนี่เพิ่มเราก็คงใจอ่อน

            ทีนี้หากมันอร่อย ราคาก็ไม่แพงกว่าชาวบ้าน เราก็คงกลับมาซื้ออีก และหากเพื่อนๆหรือใครคุยถึงเรื่องนี้เข้า เราก็จะโฆษณาให้ฟรีๆแบบไม่รู้ตัว ว่าให้ลองไปซื้อหาจากที่นั่นสิ อร่อยและเข้าท่าทีเดียว มันก็เลยทำให้ขายดี  ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

            ก็แบบเดียวกับโรงเรียนสอนทำเบเกอรีโปรดักส์ เราไม่รีบร้อนให้คนสมัครเรียน เราใช้วิธีให้เขาดูการเรียนการสอนจริงๆ ด้วยตาตนเองก่อน สอนกันแบบไหนยังไง โรงเรียนมีเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อม แจกผ้ากันเปื้อนมีโลโก้ของโรงเรียนให้ด้วยฟรี ให้แต่ละคนลงมือทำเองเลย หลังจากเรียนทฤษฎีแล้ว ทำเสร็จก็เอาผลงานให้ครูผู้สอนดู ดีไม่ดียังไงก็แนะนำกันตรงนั้น ลองแก้ตัวโดยทำกันใหม่ จนผลออกมาสมบูรณ์ ของที่ทำก็ให้ทุกคนเอากลับบ้านไป

            พวกครูสอนเราก็เลือกเอาคนที่พูดจาดี มีมนุษย์สัมพันธ์เป็นเลิศมาทั้งนั้น มีการเทรน เดอะเทรนเนอร์ กันก่อน ในเรื่องหลักวิชาเราก็มีระดับมือหนึ่งมาฝึกสอนพวกครูๆ ส่วนเรื่องนโยบายหรือรูปแบบในการดำเนินการนั้น  เราอบรมให้เอง ส่วนใหญ่มันก็จะเป็นเรื่องว่า เราอยากให้โรงเรียนนี้เป็นอย่างไร มันต้องมีมาตรฐาน มีจรรยาบรรณ  คนที่เรียนไปฝีมือต้องเป็นที่เชื่อถือ จะได้รู้สึกภาคภูมิและเป็นที่เชื่อถือ เพราะความเชื่อถือจะทำให้เราบรรลุตามที่ตั้งใจไว้

ในขณะเดียวกันให้มีบรรยากาศในโรงเรียน และความสัมพันธ์กับคนที่มาเรียนแบบสบายๆเป็นกันเอง ถ่ายทอดให้ความรู้ทุกอย่าง เท็คนิค เคล็ดลับอะไรว่ากันแบบหมดเปลือก อย่าลืมว่าการดำเนินการของโรงเรียนไม่ใช่ธุรกิจที่ต้องการผลกำไรค่าเรียนเอาแค่คุ้มกับค่าใช้จ่ายก็พอ ความจริงน่าจะสอนฟรีด้วยซ้ำ เพราะจุดประสงค์ที่แท้จริง ก็คือการทำให้คนรู้วิชาที่ปิดนี้กันเยอะๆ เพื่อที่เราจะได้ขายแป้งได้มากขึ้น หรือทำให้เกิดการขยายตลาดขึ้นนั่นเอง”

“ก็เป็นความคิดที่ดีนะ คิดแบบดิบๆ ตรงไปตรงมากับไอ้การสมมุติตัวเป็นลูกค้า เป็นนักเรียนเสียเองว่าต้องการอะไรอย่างไร แล้วค่อยเอาไอ้ที่ว่าอะไรอย่างไรนั้น มาเป็นแนวทางสนองตอบ มันก็ดูง่ายๆ แต่มันละเอียดและลึกมากนะ  สำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์ด้านนี้  คิดได้ไง?”

“มันก็ไม่ใช่จะเก่งกาจอะไรปานนั้น ทุกเรื่องมันมีข้อมูลบ้างพอสมควร ข้อมูลที่ว่าเกี่ยวกับแง่มุมต่างๆ ก็มาจากวิธีทำงานร่วมกับลูกน้องนี่แหละ เราอาจคิดได้ในเรื่องแนวทางหลักๆ แต่ลึกลงไปในรายละเอียดเราไม่รู้ การทำงานเป็นทีมกับลูกน้องทำให้เราได้คุยกันบ่อยๆ  เราจึงได้รับรู้ข้อมูลต่างจากลูกน้องลูกน้องรู้ก็เพราะเป็นคนสัมผัสกับลูกค้า หรือคนมาเรียนโดยตรง ที่ไหนดี ที่ไหนไม่ดีอย่างไร อะไรที่เค้าชอบไม่ชอบเราเก็บรวบรวมมาเป็นแนวคิดตลอด เพื่อปรับปรุงและเพื่อสนองตอบความต้องการของคนเรียนของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ทำอยู่หรือกำลังจะทำ

ในขณะเดียวกันเมื่อเราต้องฝากอนาคตไว้กับผลงานชิ้นนี้ มันก็เลยทำให้เราต้องศึกษาหาความรู้ในทุกๆแง่มุมเกี่ยวกับการดำเนินการนี้ เหมือนกัดติดอยู่กับมันชนิดไม่ปล่อย อะไรใหม่ๆที่ยังไม่รู้ พอเริ่มรู้เข้าก็มักจะพบว่ายังมีอีกมากมายที่ไม่รู้ต้องหาทางรู้เพิ่มขึ้นอีกมันเกิดพลังผลักดันให้เกิดความพยายามในทุกวิถีทาง คือแบบว่าจะรู้ ก็ต้องรู้จริง

ก็เอาอะไรที่เรารู้เราศึกษามาผสมผสานกับข้อมูลและข่าวสารต่างๆจากลูกน้องจากสื่อต่างๆเอามานั่งคิดหาวิธีทำ  ว่ามันควรจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เสร็จแล้วก็เอามาปรึกษาหารือกับลูกน้อง ว่าถ้าเราจะทำแบบนี้ดีไหมใครคิดว่ายังไงบ้างดีไม่ดียังไงในความคิดเห็นว่ามาเลยได้ข้อสรุปอย่างไรก็กำหนดเป็นวิธีปฎิบัติกัน”

“ถามจริงๆเหอะ ไม่กลัวลูกน้องคิดมั่งหรือว่านายพวกเค้าไม่เป็นสักหน่อยต้องอาศัยความรู้ความสามารถลูกน้องตลอด?”

“ไม่กลัวหรอกพวกนี้เข้าใจและคุ้นกับสไตล์ของเราดี ไม่งั้นทำงานกันเป็นทีมไม่ได้แน่อะไรไม่รู้เราบอกลูกน้องไปเลยว่าไม่รู้ อย่างเรื่องลงมือทำเค็กทำผลผลิตเบเกอรี อะไรพวกนี้เราทำไม่เป็นเราไม่มีความรู้ทางนี้ที่จะมาสอนใครได้  เรารู้แต่เพียงว่ามันมีกรรมวิธีทำกันอย่างไร อะไรคืออะไรเรียกว่าอะไร ใช้ทำอะไรเรารู้ แต่พวกเขาก็ไม่รู้ในสิ่งที่เรารู้เราชำนาญกว่า เช่นกัน เช่นการบริหาร การวางแผน การกำหนดนโยบาย การเล่นกับผู้ใหญ่ ฯลฯ 

การทำงานเป็นทีมคือ เอาความรู้ความเชียวชาญของแต่ละคนแต่ละด้านมารวมกัน เราก็จะสามารถทำอะไรก็ได้ให้สำเร็จ การพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นกัน มันก็จะทำให้เกิดความเข้าใจในทิศทางเดียวกัน และแต่ละคนก็จะรู้อะไรที่ไม่เคยรู้ ได้เพิ่มมากขึ้นจากผู้ร่วมทีม ทำให้เกิดความรู้กว้างขวางขึ้นผิดกับคนที่ทำงานลำพัง ความรู้ความสามารถก็มีเท่าที่มีอยู่ในคนๆเดียวนั้นเท่านั้น เพราะไม่มีใครมาถ่ายทอดให้

ในทีมเราเข้าใจกันดีรู้หน้าที่รู้ความรับผิดชอบกันดีเรามีหน้าที่นำทางแก้ปัญหา ตัดสินใจ สบับสนุน ดูแลและรับผิดชอบพวกเขา พวกเขามีหน้าที่ทำ ขับเคลื่อนส่วนต่างๆ ให้ไปตามการนำของเรา”

“ฮืม..ฟังดูก็ง่ายอีกเหมือนกัน  แต่จะหาแบบนี้ได้มันคงยากนะ?”

“เรื่องนี้มันอยู่ที่ตัวหัวว่ะ  ถ้าตัวหัวเป็นมวยเล่นกับคนเป็นเคยเป็นตัวหางๆมาก่อน และไม่ได้ลืมตัว ลืมความรู้สึก  หรือหัวอกของการที่เคยเป็นหางมาก่อน การจะทำงานแบบให้เป็นทีม ก็น่าจะไม่ยากหรอก เพราะหัวหรือผู้นำที่เป็นมวย ก็จะรู้ว่าควรมีลูกน้องนิสัยใจคอเป็นยังไง ถึงจะทำงานอยู่ในทีมได้

การเป็นคนที่เปิดกว้างทำให้ได้ประโยชน์จากลูกค้าด้วย ไม่ใช่จากลูกน้องเพียงด้านเดียวเพราะมันทำให้เราสามารถ  สนองตอบความต้องการของลูกค้าได้ไม่ยาก เมื่อได้ข้อมูลมาว่าลูกค้าต้องการอะไร ชอบอะไรไม่ชอบอะไร  เท่ากับทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ เมื่อเกิดความพึงพอใจก็อดไม่ได้ที่จะบอกกันต่อๆไป มันเท่ากับการโฆษณาแบบปากต่อปาก”

“ดูท่าทางจะสนุกกับการทำงานแล้วสินะ ลืมโรงงาน ลืมความยิ่งใหญ่แต่หนหลังแล้วหรือยัง?”

“โรงงานเป็นอดีตไปแล้วเป็นความทรงจำที่ดีเก็บเอาไว้ในใจ ตอนนี้กับตอนนั้นเหมือนอยู่คนละโลก ตอนอยู่โรงงานเหมือนกบในกะลาจริงๆ ตอนนี้รู้สึกเหมือนโลกมันกว้าง มีอะไรให้ทำ ให้เรียนรู้ หนทางมันกว้างไกลจนสุดลูกหูลูกตา สภาพทางจิตใจมันต่างกันมาก ยิ่งสามารถลบรอยแค้นฝ่ายขายได้สำเร็จ นั่นก็รู้สึกดีไปแล้ว ยังเห็นอะไรที่มันเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ทำอยู่ เป็นเรื่องท้าทาย และอยากทำ อยากเอาชนะ แบบว่าคิดต่อยอดไม่หยุด

เราไม่ได้รู้สึกดีรู้สึกสนุกกับงานคนเดียวนะ ลูกน้องก็แฮปปี้กับงานด้วยช่วยกันคิด ช่วยกันเสนอไอเดียก็อย่างว่า  หากลูกน้องเสนอไอเดียและนายรับฟัง ใครมันก็อยากเสนอ ยิ่งเอาไอเดียนั้นมาทำให้เป็นความจริง และนายก็บอกทุกๆคนที่ชื่นชม โดยเฉพาะกับซีอีโอว่า นี่คือไอเดียของลูกน้องคนนั้นคนนี้ กิจการมันก็ดังกระฉูดรั้งไม่อยู่ ฉุดไม่อยู่เชียวแหละ”

“ลองเล่าให้ฟังไอ้เรื่องคิดต่อยอดไม่หยุดนี่ซิ  มันเรื่องอะไร  แล้วคิดยังไง?”

comments powered by Disqus
2013-10-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 10
2012-08-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ ( 1 )
2012-08-28
ใช้คอมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 2.
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 12
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 11
2013-11-25
บริหารคน..ใครว่ายาก 13
2012-11-27
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 11
2012-09-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 3
2013-12-04
บริหารคน ใครว่ายาก 14
2014-01-08
บริหารคน..ใครว่ายาก 15
2014-03-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 16
2012-09-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 5
2013-05-09
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 17
2012-09-26
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 6
2012-12-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 12
2013-05-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 18
2013-05-22
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 19
2012-10-03
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 7
2012-10-10
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 8
2013-06-06
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 20
2013-01-16
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 13
2013-06-14
บริหารคน..ใครว่ายาก 1
2013-07-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 2
2013-01-30
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 14
2013-07-12
บริหารคน..ใครว่ายาก 3
2013-07-24
บริหารคน ใครว่ายาก 4
2012-10-31
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 9
2013-08-09
บริหารคน..ใครว่ายาก 5
2013-08-30
บริหารคน..ใครว่ายาก 6
2013-02-20
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 15
2013-09-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 7.
2013-09-19
บริหารคน..ใครว่ายาก 8
2013-10-03
บริหารคน..ใครว่ายาก 9
2012-11-14
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 10
2013-03-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 16
107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com