เก่งบริหาร สไตล์เถ้าแก่
สุจินต์ จันทร์นวล
คอลัมน์นิส คม ชัด ลึก , ประธานกรรมการ บริษัท สมาร์ท ทู เวิร์ค จำกัด , ที่ปรึกษา Aroma Group , วิทยากรรับเชิญ รายการ Smart2work ทาง TTV1 Nation Channel

ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 14

(http://www.munzzz.com/data/content/4059/data/bcqruwxz1458.jpg)

        “คือพอรู้ว่างานนั้นๆต้องทำอะไรบ้างอย่างไร  ก็จะรู้ได้ว่าคนที่ทำ  ควรจะมีคุณสมบัติอย่างไร  จึงจะสามารถงานนั้นได้ดี  การเลือกคนมันก็ง่ายขึ้น  ยากอยู่นิดก็ตรงที่ต้องเอาเรื่องรอยัลตี้เป็นหลักด้วย”

        “ไอ้ตรงนี้แหละ  อยากจะรู้ว่า  เอาอะไรมาวัด  หรือมาเป็นตัวบ่งชี้  ว่าลูกน้องคนไหนมีรอยัลตี้กับบริษัทหรือกับเรา หรือไม่  คิดอย่างไรและแน่ใจได้อย่างไร?”

        “สำหรับเรามันอาจไม่ยากนะ  เพราะการที่คลุกคลีใกล้ชิดกับลูกน้องในแทบทุกระดับ  ทำให้พอจะรู้นิสัยใจคอ  และพฤติกรรมตลอดจนปูมหลังของพวกเค้า  พื้นเพมาจากไหน  ครอบครัวเป็นอย่างไร  อีกทั้งลูกน้องเหล่านี้  ทำงานและอยู่กันมานาน  จนมองพวกเขาออก  ว่าใครทำอะไรได้แค่ไหน  มีจิตใจอย่างไรทั้งกับเราและกับบริษัท

        ตัวอย่างเช่นลูกน้องที่ขับรถให้เรา  แม้จะจบแค่มอหก  แต่เป็นคนหัวไวและไหวพริบใช้ได้  ขับรถให้เรามาหลายปี  จนพิสูจน์ได้ว่าเป็นคนซื่อตรง  และมีความรับผิดชอบ  พื้นฐานจิตใจดี  คนแบบนี้  ด้วยความรู้แค่นี้  ทำงานในหน้าที่นี้  ยังไงมันก็ไปไม่ได้ไกล  ทั้งเงินเดือนและหน้าที่ 

        ถ้าเราส่งให้ไปญี่ปุ่น ให้ไปได้วิชาการเป็นบุชเชอร์มา  ได้เปลี่ยนสถานะจากคนขับรถ  กลายมาเป็นหัวหน้าแผนกเนื้อสัตว์  ของซุปเปอร์มาร์เกตระดับดี   เงินเดือนจากลักพันเป็นหลักหมื่น  โอกาสในชีวิตนี้  ซึ่งมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย  กับการทำงานในฐานะพนักงานขับรถ  เราเชื่อว่า  เขาจะไม่ทิ้งเราไปไหนแน่  แม้ภายหลังใครอาจจะมาพยายามซื้อตัวเขาไป  เขาก็คงไม่ไป  เพราะเราเป็นผู้ให้อนาคตแก่เขา  เรารู้ว่าเขาเป็นคนมีความกตัญญูรู้คุณคน

        เราบอกกับเขาว่า  เราไม่อยากเห็นคนอย่างเขา  นั่งทำงานอยู่หลังพวงมาลัยรถอยู่แค่นี้  เขาควรจะไปได้ดีกว่านี้  แม้เราจะต้องเสียคนขับรถที่เราไว้ใจที่สุดไป   จึงอยากให้สิ่งที่ดีกว่ากับเขา  เส้นทางเดินในอาชีพใหม่  เราจะส่งเขาไปญี่ปุ่น  เพื่อไปฝึกและเรียนรู้เรื่องเนื้อสัตว์  กลับมาในฐานะ บุชเชอร์  เขาจะต้องทำงานในฐานะหัวหน้าแผนกเนื้อสัตว์  ของซุปเปอร์มารเกตที่เราจะร่วมทุนกับญี่ปุ่น

        พูดเพียงแค่นี้ น้ำตาเขาก็ไหลพราก  แทบจะก้มลงกราบเรา  ณ.วินาทีนั้นเรารู้เลยว่าเราเลือกคนไม่ผิด  เขาจะกลับมาด้วยความสำเร็จดังที่เราคาดหวังไว้แน่

        เช่นเดียวกับหน้าที่อื่นๆ  เราเลือกเอาคนที่มีแววมีไหวพริบ  หรือพูดง่ายๆว่ามีกึ๋น  แต่ด้วยระดับความรู้จะเป็นตัวกีดกันไม่ให้ก้าวหน้าได้เท่าที่ควร  เราเอาโอกาสนี้หยิบยื่นให้พวกเขา  โดยเอาคุณสมบัติส่วนตัวมาผสมผสานให้ลงตัวด้วย  อย่างเช่นแผนกผักสดและผลไม้  เราก็เลือกเอาลูกน้องที่เกิดและโตมากับสวนผลไม้แถวดำเนินสดวก  คนที่อยู่แผนกจัดซื้อ  เราก็เอาลูกน้องผู้หญิงที่นิสัยไม่ยอมเสียเปรียบใคร  แต่ซื่อสัตย์  หัวหน้าแคชเชียร์ก็เอาคนที่มีพื้นความรู้ทางด้านบัญชี  แต่มีมนุษย์สัมพันธ์  และมีความเป็นผู้นำด้วย  แน่นอนพวกที่เราเลือกนี้  เราก็เอามาปรึกษาหารือกับบรรดาตัวคีย์ของเราก่อน  ช่วยกันพิจารณา  จนเห็นดีเห็นชอบกัน  เราจึงเรียกเข้าพบทีละคน”

        “มันไม่มีคนนินทาหรือว่า  เอาเฉพาะเด็กของตัวเองไป  ใครใกล้ชิดก็ได้โอกาส  เล่นพวกอะไรทำนองนี้?”

        “เรื่องนี้มันก็นะ  หนีไม่พ้น  เราก็เตรียมตัวเตรียมใจรับมันไว้แล้ว  อย่างเรื่องเอาคนขับรถตัวเองไปญี่ปุ่นเนี่ยะ  โดนแน่ๆ  แล้วก็จริงเสียด้วย  เรื่องไปถึงเบื้องบนเลย  บรรดาไดเร็คเตอร์ถึงกับกดดันซีอีโอ.  ว่าทำไมปล่อยเราถึงขนาดนี้

        ซีอีโอ.ก็มาถามเราว่า เรื่องนี้มันเป็นยังไงกัน  เราก็เลยอธิบายให้ฟังเป็นฉากๆ  ถึงเหตุผลของการคัดเลือกและตัดสินใจ  ซีอีโอ.ก็พยักหน้ารับฟังไม่ได้ว่าอะไร  เรื่องก็จบแค่นั้น  เราไม่สนใจเท่าไหร่  เพราะเข้าใจดีว่า  คนที่เขาไม่รู้เหตุผลของเรา  เขาก็ต้องเข้าใจไปอย่างที่นินทากัน  เรื่องธรรมดา  อยากรู้ก็มาถามได้”

        “ถ้าเกิดการซื้อตัวสำเร็จขึ้นมาหลังจากนั้นจริงๆ  คือบางคนอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิดล่ะ  จะว่าอย่างไร?”

        “ก็มีมาตรการป้องกันไว้ด้วย  คือให้ทุกคนเซ็นต์สัญญากับบริษัทไว้ว่า  เมื่อฝึกอบรมเสร็จกลับมา  จะต้องทำงานชดใช้ไม่ต่ำกว่าสองปี  หากลาออกไปก่อนจะต้องชดใช้  เป็นเงินเท่าไหร่จำไม่ได้แล้ว  อันนี้ไม่ได้คิดเองแต่เป็นกฎระเบียบของบริษัทแม่

        แต่ที่จริงเราก็ไม่กลัวเท่าไหร่  เพราะคิดว่าผลตอบแทนที่พวกเขาได้  กับสถานะของพวกเขา  มันสมบูรณ์เพียงพอ  ใครคิดจะลาออกไป  ก็คงคิดสั้น  และคนเดียวสองคนก็ไปไม่รอด  ใครจะซื้อตัวก็ต้องซื้อไปทั้งทีมนั่นแหละ  ถึงจะเอาไปทำได้”

        เรื่องคนนี่  ส่วนใหญ่จะกลัวกันนักหนา  แต่สำหรับเราคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร  วิธีบริหารพวกเค้า  ก็ใช้คอมมอนเซนส์นี่แหละเป็นเครื่องมือ  เป็นแนวคิด  คำตอบต่างๆก็เอาจากตัวเราเอง  ในแง่อกเขาอกเราง่ายๆ

        คือเราคิดว่าคนที่รับจ้างทำงานนั้น  ก็คือคนส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถมีธุรกิจของตัวเองได้  ใช้วิชาความรู้หรือความสามารถ  คุณสมบัติในตัวเอง  แลกกับเงินเดือนค่าจ้างที่สมเหตุสมผล  เราก็ถือว่าพวกเค้าเป็นคนที่สุจริต  คนธรรมดา  ทำงานแลกผลตอบแทนเพื่อเลี้ยงชีพ  ถ้าพวกเขาไม่ใช่คนดี  ก็คงหาทางเลี้ยงชีพแบบไม่สุจริต  ไปเป็นขโมยขโจร  หรือคดโกงชาวบ้านเขา

        คนเราไม่ว่าจะทำงานอะไร  ก็ต้องมีความหวังว่า  อนาคตเขาจะดีขึ้น  หน้าที่การงานเจริญเติบโต  ไปพร้อมๆกับรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น  ทำงานที่ไหนอยากได้ความสบายใจ  ความสบายใจก็เกิดจากบรรยากาศในการทำงาน  เกิดจากการที่มีนาย  มีหัวหน้าที่ยอมรับได้  บริษัทที่มั่นคง  สวัสดิการที่ดี  และได้ทำงานที่รักที่ชอบ

        โดยเฉพาะกับนายหรือหัวหน้า  จะเป็นคนที่มีอิธิพลทางใจกับพนักงานมากที่สุด  ใครๆก็อยากได้นายที่ดี  นายหรือหัวหน้าที่ดี  ที่ไม่ดีเป็นยังไงใครๆก็รู้  เราเป็นลูกน้องคนอื่นมาก่อน  เรารู้ดีว่าต้องการนายแบบไหน  ลูกน้องก็หัวอกเดียวกับเรา  เมื่อมาเป็นนายเป็นหัวหน้าพวกเขา  เราจึงรู้เต็มหัวอก  มันมีคำตอบอยู่แล้ว  ว่าต้องเป็นนายแบบไหน 

        ดังนั้น  หากเราสามารถตอบสนองเรื่องเหล่านี้  กับคนที่ทำงานกับเราได้  เราให้ความสุขในการทำงานกับเราได้  เราจริงใจ  เราให้ความยุติธรรม  ปัญหาเรื่องเข้าๆออกๆ  ก็จะแทบไม่มี  การบริหารคนของเราก็มีหลักง่ายๆอยู่แค่นี้เอง 

        ลูกน้องในความหมายความรู้สึกของเรา  ก็คือลูก บวกกับน้อง  เมื่อเรารู้สึกกับพวกเขาอย่างนั้น  การแสดงออกของเรา  มันก็ออกมาจากข้างในเอง  ให้ความจริงใจพวกเขาไป  พวกเขาก็ให้เรากลับมาเช่นกัน”

        “มันก็ใช้ไม่ได้กับทุกคนหรอกน่า  บางคนดีกับเขาจะตาย  แต่เขาไม่เคยคิดอย่างนั้น  ออกมาตรงกันข้ามเลยก็มี  ถามจริงๆ ไม่มีเลยเหรอคนแบบที่ว่า?”

“มี  มันก็เรื่องธรรมดา  คนดีคนชั่วก็มีปนกันไปทุกที่ละ  ที่ไหนจะประสบความสำเร็จ มีปัญหาน้อยที่สุด  ก็แปลว่ามีคนดี  มากกว่าคนไม่ดี  เราทำใจได้  แค่เราเอาคนส่วนใหญ่อยู่  ที่เหลือไม่กี่คนไม่ใช่ปัญหาใหญ่  แค่ทำให้เขาไม่สามารถก่อกวนคนส่วนใหญ่ได้ก็พอ  ไอ้การจะทำให้ใครรักและนับถือเราทั้งร้อยเปอร์เซนต์  เป็นไปไม่ได้หรอก”

        “มีมั้ยที่แย่มากจนเอาไม่อยู่?”

        “ก็มีบ้าง  ประเภทดื้อ เกเร  ปากหมา  ขี้เกียจ  เหลี่ยมจัด  พวกนี้ยังไงก็เอาอยู่  มันมีวิธีสารพัดร้อยแปดที่ต้องงัดมาเล่นกับพวกนี้  ไอ้คิดจะไปแก้ ไปเปลี่ยนนิสัยเค้าน่ะ  ไม่เคยคิดทำ  เพราะทำไม่ได้หรอก  ตัวอย่างง่ายๆก็เรานั่นไง  ใครจะมาเปลี่ยนเราได้ซะที่ไหน  แต่ควบคุมให้อยู่ในกรอบละได้  เราก็ทำแค่นั้น  แต่ที่ไม่เอา  ไม่ให้อยู่  คือคนขี้โกง  คนคอรับชั่น  เรื่องนี้เราเด็ดขาด  จับได้ใครขี้โกง  ใครกิน  มีหลักฐานละก็  ไล่ออกสถานเดียว  ดีไม่ดีจะเอาตำรวจจับเข้าคุกด้วย  เรื่องแบบนี้ลูกน้องรู้กันดี  ว่าเรารับไม่ได้  และเกลียดเข้าใส้  เคยเห็นเป็นตัวอย่างกันมาแล้ว”

        “ที่ว่ามา  ก็ดูเหมือนเป็นนายที่ใจดีนะ  แต่เวลาที่ต้องเด็ดขาดนี่  มันดูขัดๆกันนะ  ไม่กลัวหรือ  ทำนองว่าเขาจะผูกใจเจ็บ  และมาทำอะไรเราทีหลังน่ะ?”

        “จะเป็นนายเค้าได้  มันก็ต้องมีทั้งบู้และบุ๋น  ต้องมีทั้งนิ่มนวลและดุดัน  มีทั้งอ่อนและแข็ง  แม้ว่าพื้นฐานเราจะเป็นคนอ่อน  คนสุขุมก็จริง  แต่ในบทที่เล่น  มันต้องมีเหี้ยมเกรียมและดุดันด้วย  ถึงเวลาฟันต้องฟัน  แม้จะกระทบกระเทือนจิตใจอย่างไรก็ต้องทำ  มิฉะนั้นจะบริหารปกครองพวกเค้าไม่ได้

        ปกครองพวกเค้าไม่ได้  งานก็ไม่สำเร็จ  เพราะเราต้องพึ่งพวกเขาให้ทำให้เรา  ทำตามที่เราคิด  ต่อให้คิดออกมาเลอเลิศขนาดไหน  ถ้าคนทำไม่เอาไหน  งานนั้นก็ล้มเหลว  คนจึงมีความสำคัญเอามากๆ  เอาคนอยู่  ก็เอางานอยู่  เราถือหลักนี้เป็นสำคัญ

        ส่วนเรื่องกลัวหรือไม่กลัวนั้น  บอกตรงๆว่าก็กลัวเหมือนกัน  แต่มันมีเหตุผลที่ต้องทำ  มันไม่ใช่การรังแก  หรือกลั่นแกล้ง  แต่มันเป็นเรื่องการทำผิด  ดังนั้น อะไรจะเกิด  ก็เกิด  มันอีกประเด็น  ถ้าจะทำหน้าที่นี้ต้องทำให้ดีที่สุด  ถูกต้องที่สุด  ทำไม่ได้ก็ลาออกไป   มันก็เหมือนกับคนที่ทำผิดกฎหมาย  ถ้าไม่มีการลงโทษ  อะไรมันจะเกิดขึ้นต่อจากนั้น  คนอื่นก็จะทำบ้าง  และเราจะอยู่กันอย่างไรในสังคม  กฎหมายต้องรักษา  คนทำหน้าที่  ไม่ทำ ไม่เล่นบทของผู้รักษากฎหมาย  ผลเป็นยังไง  ก็เห็นๆกันอยู่ในบ้านเมือง

        ที่ผ่านๆมา  ปกครองลูกน้องมาก็เกือบพันคนแล้ว  ก็ยังไม่เคยเจอนะ  ที่จะมาหาเรื่องหรือเช็คบิลล์อะไรกันทีหลัง  อาจจะเป็นเพราะได้คุย ได้ทำความเข้าใจกันอย่างดี  ก่อนที่จะต้องแยกทางกันไป ก็ได้มั้งว่าที่ต้องทำเพราะอะไร  ถ้าไม่ทำอะไรจะเกิดขึ้น  มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัว  แต่เป็นเรื่องของกฎเกณฑ์กติกา  ถ้ายอมรับกันดีๆ  รู้สำนึก  ก็จะช่วยเหลือ  โดยให้ลาออกแทนจะไล่ออก  ประวัติจะได้ไม่เสีย บางคนก็ให้เงินชดเชยไปด้วย  แล้วแต่กรณี ”

comments powered by Disqus
2013-10-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 10
2012-08-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ ( 1 )
2012-08-28
ใช้คอมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 2.
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 12
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 11
2013-11-25
บริหารคน..ใครว่ายาก 13
2012-11-27
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 11
2012-09-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 3
2013-12-04
บริหารคน ใครว่ายาก 14
2014-01-08
บริหารคน..ใครว่ายาก 15
2012-09-12
ใช้คอมอมเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้
2014-03-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 16
2012-09-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 5
2013-05-09
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 17
2012-09-26
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 6
2012-12-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 12
2013-05-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 18
2013-05-22
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 19
2012-10-03
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 7
2012-10-10
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 8
2013-06-06
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 20
2013-01-16
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 13
2013-06-14
บริหารคน..ใครว่ายาก 1
2013-07-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 2
2013-07-12
บริหารคน..ใครว่ายาก 3
2013-07-24
บริหารคน ใครว่ายาก 4
2012-10-31
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 9
2013-08-09
บริหารคน..ใครว่ายาก 5
2013-08-30
บริหารคน..ใครว่ายาก 6
2013-02-20
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 15
2013-09-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 7.
2013-09-19
บริหารคน..ใครว่ายาก 8
2013-10-03
บริหารคน..ใครว่ายาก 9
2012-11-14
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 10
2013-03-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 16
107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com