ยิงเป็นโดน กลยุทธ์เถ้าแก่ SME
อ.ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย
ที่ปรึกษาและวิทยากร

SME เข้มแข็ง ประเทศยั่งยืน

ยิงเป็นโดน_กลยุทธ์เถ้าแก่_SME_1.jpg
ยิงเป็นโดน_กลยุทธ์เถ้าแก่_SME_1.jpg (www.corbis.com)

ประเทศใดก็ตามที่เอสเอ็มอีเข้มแข็ง ประเทศนั้นจักเติบโตอย่าง ยั่งยืน

          ในทางตรงกันข้าม เศรษฐกิจประเทศใดก็ตามต้องพึ่งพาบรรษัท ขนาดใหญ่ไม่กี่แห่ง เศรษฐกิจประเทศนั้น ถึงจะเติบโตแต่ก็ไม่ยั่งยืน ดังที่เราเห็นแล้วว่าเมื่อไทยประกาศลอยค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 บริษัทใหญ่หนี้เพิ่มขึ้นทันทีอีกหนึ่งเท่า ยักษ์ใหญ่เหล่า นี้ต้องใช้เวลาปรับโครงสร้างหนี้ วางโครงสร้างและจัดทัพใหม่ กว่าจะพ้นห้วงมรสุมได้ก็ใช้เวลานานหลายปี

 

         ส่วนเอสเอ็มอีนั้นมีมานานแล้ว เพียงแต่ไม่มีใครเรียกเอสเอ็มอี (SME) จวบจนกระทั่งเมื่อปี 2544 เมื่อมีการหาเสียงเลือกตั้ง คำว่าเอสเอ็มอีก็ถูกนำมา้อย่างเป็นทางการ ในฐานะวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมที่รัฐบาลต้องให้ความช่วยเหลือ

         จากนั้นเป็นต้นมาคำว่า SME ก็ใช้กันจนติดปาก ใครทำธุรกิจที่ มีขนาดไม่ใหญ่โตก็เรียกว่าเอสเอ็มอีทั้งหมด

         อันที่จริงแล้ว แม้กระทั่งคำว่า S ใน SME อันหมายถึงคำว่า Small หรือเล็กนั้น ก็แบ่งออกเป็นหลายขนาด ยอดขายร้อยล้าน แบงก์ บางแห่งก็ยังถือว่าเป็นขนาดเล็ก

         แต่คำว่าเอสเอ็มอีตามความเข้าใจของคนทั่วไปนั้นมักจะหมายถึง ธุรกิจขนาดเล็กของคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจเป็นครั้งแรกมากกว่าจะเป็นธุรกิจที่มียอดขายหลายล้านต่อเดือน

         จากการเซอร์เวย์ของหลายสถาบันการศึกษาถึงความใฝ่ฝันของ คนรุ่นใหม่ว่าหลังรับปริญญาอยากทำอาชีพอะไรมากที่สุด เด็กยุคก่อน(ซึ่งก็คือ Gen X ในยุคนี้) ก็มักจะตอบว่าอยากทำงานใน องค์กรขนาดใหญ่ที่ชื่อเสียง เช่น เครือซิเมนต์ไทย เคแบงก์ เอไอเอส ฯลฯ แต่สองสามปีหลังนั้นผลการเซอร์เวย์ออกมาว่าคนรุ่นใหม่ เจนวาย อยากเป็นเจ้าของธุรกิจมากกว่าเป็นลูกจ้าง

        อยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง

        เป็นนายตัวเอง

        อาจจะเป็นเพราะเห็นว่าการทำธุรกิจเป็นเรื่องง่าย

        หรือเป็นอยากมีอิสระ

หรือว่าโอกาสทางธุรกิจมหาศาลรอพวกเขาและเธอเหล่านั้นไปค้น หาและทำฝันให้เป็นจริง อย่างไรก็ตาม การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย ความหมายของ Success ในที่นี้ก็คือสำเร็จอย่างยั่งยืน ไม่ใช่ปีแรกดี ปีที่สองล้ม อย่างนี้ไม่เรียกว่าสำเร็จแน่ๆกลับมาที่เรื่องคนรุ่นใหม่อยากทำธุรกิจกันดีกว่า สมัยนี้เด็กจบใหม่อยากเป็นเจ้าของธุรกินกันเยอะ เพราะโอกาส ใหม่ๆก็มากมายเสียเหลือเกิน

        บางคนถึงกับบอกว่า "โอกาสก็เฉกเช่นอากาศ มันอยู่รอบๆตัวเรา สุดแต่ใครจะไขว่คว้าเท่านั้น"เครื่องมือสื่อสารการตลาดใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย ทำให้การทำธุร กิจให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างภายใต้ต้นทุนต่ำ ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป ดังนั้น SME ยุคนี้ จะว่าไปก็ทำธุรกิจไม่ต้องเหนื่อยยากเท่าคน รุ่นพ่อรุ่นแม่ รุ่นพ่อแม่ของพวกเขาต้องอาบเหงื่อต่างน้ำ กว่าจะตั้งตัวได้ แต่คนรุ่นนี้อาจประสบความสำเร็จชั่วข้ามคืนเลยก็ได้

        ถ้า "ตาถึง" หาธุรกิจที่มีศักยภาพเจอ

        ซึ่งธุรกิจนั้นอาจไม่จำเป็นต้องเป็นธุรกิจใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมา ก่อนเลยก็ได้เพราะอย่างที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าคนไทยนั้นมักไม่ใช่ประเทศที่ทำ Original เราเก่งดัดแปลง ต่อยอดมากกว่า

       คนที่ประสบความสำเร็จนั้นส่วนใหญ่จะหาธุรกิจที่มีศักยภาพเจอ เช่น คุณตัน ทำมาหลายธุรกิจ แต่มาลงเอยที่ชาเขียว เถ้าแก่น้อย เริ่มที่เก๋าลัด แต่มั่งคั่งกับสาหร่าย

       ตัวอย่างทั้งสองเป็นเอสเอ็มอีคลาสสิกที่เพิ่งเติบโตมาสักสิบปีเศษๆ เท่านั้น

       ไม่ใช่ธุรกิจแรกเท่านั้นที่ทำแล้วประสบความสำเร็จ แต่จับธุรกิจ ไหนก็เป็นเงินเป็นทองทั้งนั้น ซึ่งเราจะได้วิเคราะห์กันต่อไปว่า ทำไมเถ้าแก่รุ่นใหม่ทั้งสองคนนี้ "ยิงอะไรเป็นโดนทุกที"

       หนังสือชีวประวัติมหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของโลก ในตอนหนึ่ง เขาตั้งคำถามว่า "ระหว่างปืนใหญ่กับปืนเล็ก เมื่อต้องมาปะทะกัน ใครจะเป็นฝ่ายชนะ"

        ซึ่งสอดคล้องกับคุณซึ่งเปรียบเทียบการทำธุรกิจที่เหมือนกับการ ยิงปืน

         การเปรียบเทียบของคุณตันและมหาเศรษฐีอันดับต้นๆของโลก ท่านนี้ เกี่ยวข้องกับ SME อย่างไร

         ติดตามตอนสองนะครับ

      

107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com