เก่งบริหาร สไตล์เถ้าแก่
สุจินต์ จันทร์นวล
คอลัมน์นิส คม ชัด ลึก , ประธานกรรมการ บริษัท สมาร์ท ทู เวิร์ค จำกัด , ที่ปรึกษา Aroma Group , วิทยากรรับเชิญ รายการ Smart2work ทาง TTV1 Nation Channel

ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 10

(http://udonechamber.com)

            “เรื่องคิดต่อยอดเนียะ  มันเกิดจากอะไร  ทำไมถึงเกิดขึ้นมาได้  และทำไมมันไม่เกิดกับทุกคนล่ะ?”

            “ก็ไม่รู้เหมือนกัน  น่าจะไปถามพวกนักจิตวิทยา  คนที่ร่ำเรียนมาทางนี้ดูนะ  สำหรับตัวเองมันอาจจะมาจากการเป็นคนขี้เบื่อละมั้ง   พอคิดอะไรแล้ว  ทำได้  มาถึงจุดๆหนึ่ง  ก็จะเกิดคำถามกับตัวเองว่า  มันถึงที่สุดแล้วหรือ  หรือรู้สึกว่ามันน่าจะทำได้ดีกว่านั้นอีก  แรงผลักดันหรือแรงกระตุ้น  มันอาจจะมาจากการที่เราไปเห็นไปรู้มามาก  เกี่ยวกับงานที่เราทำ  จากการที่ได้ไปต่างประเทศบ่อย  จึงรู้ว่ามันยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะ  จุดที่ยืนอยู่นั้นมันแค่ต้นทางเท่านั้นเอง  ยังไปได้อีกไกล

            อีกอย่างมันก็อาจจะมาจาก  สภาพและเงื่อนไขของสถานการณ์ที่เอื้ออำนวย  คือมีทั้งคนมีลูกน้องที่เก่งๆอยู่ในมือมากพอ   แถมยังมีนายที่คอยแบ็คอัพให้  ไอเดียไหนไม่ต้องพึ่งเงินลงทุนจากบริษัทแม่  เค้าก็ปล่อยให้เราคิด เราทำ เราตัดสินใจเอง  อย่างเต็มที่อยู่แล้ว  ไอเดียไหนที่ต้องใช้งบจากบริษัทแม่และเค้าเห็นด้วย  เค้าก็ไฟเขียวให้ทำแทบทุกเรื่อง  การคิดต่อยอดมันถึงเป็นเรื่องสนุก  คนที่คิดอะไรแล้วทำได้ตามคิดน่ะ  มันอยากคิด  อยากสนุกทุกคนนั่นแหละ

            ขนาดซีอีโอ.ก็ยังร่วมคิดต่อยอดกับงานของเราด้วยเลย  อย่างวันหนึ่งเขาคุยกับเราเรื่องงานตามปกติ  แต่เขาก็ออกไอเดียมาเรื่องหนึ่ง  เป็นทำนองว่าทำไมไม่ทำเรื่องนี้ละ  เขาบอกว่าให้ทำเรื่อง   บะหมี่  สั้นๆแค่นั้น  แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ  เหมือนกับอยากให้เราไปคิดเอาเอง

            ตามปกติแล้ว  เขาจะไม่มาออกความเห็น  หรือยุ่งเกี่ยวอะไรเลยกับงานที่เราทำ  มีแต่คอยช่วยและสนับสนุนเราเมื่อมีการร้องขอ  เขาแค่คอยดูตัวเลขการประกอบการของเรา  และรายงานสรุปผลงานในช่วงสิ้นปีเสียเป็นส่วนใหญ่  ไม่เคยชมเชย  แต่ก็ไม่เคยติเตียน  ขี้เกียจหาคำตอบว่าเขาคิดกับเรายังไง  สรุปเอาเองว่า  ในเมื่อไม่แสดงออก  ก็แปลว่าสิ่งที่เราทำและเราเป็น  เขาโอเคด้วย  เมื่อเขาไม่พูด  เราอยากทำอะไรเราก็ทำไปเรื่อย

            คือเราทำจากการเป็นน้องใหม่ในวงการเบเกอรี  จนขึ้นมาเป็นหมายเลขหนึ่งที่คนรู้จักไปทั่วประเทศ  เป็นผู้ทำให้วงการเบเกอรีแจ้งเกิดใหม่  หลังจากแคระแกรนมานาน  ด้วยการเผยแพร่วิชาและเท็คนิค  พร้อมทั้งเน็ทเวิร์คต่างๆในการเขย่าวงการ  จากความสำเร็จในกรุงเทพฯ  ก็ขยายไปต่างจังหวัด  ไปสร้างต้นแบบและศูนย์สนับสนุนคนที่ทำเบเกอรีในถูมิภาคนั้นๆ  อย่างเช่นที่เชียงใหม่เพื่อให้กระตุ้นตลาดทางภาคเหนือ  ที่หาดใหญ่เพื่อกระตุ้นตลาดทางใต้  และทางอิสานที่โคราช

            ที่เชียงใหม่  ซีอีโอ.ก็เป็นผู้เลือกที่  เลือกทำเลให้ใจกลางเมืองในสมัยนั้นเลย  เราเองยังต้องไปกินไปนอนอยู่ที่นั่นตอนสร้าง  อยู่นานเป็นอาทิตย์ๆ  ขึ้นๆลงๆอยู่พักใหญ่จนมันเดินด้วยตัวเองได้  ขนาดงานนั้น  หลังจากเห็นด้วยกับไอเดียของเราว่า  เราต้องวางเครือข่ายทั่วประเทศ  เพราะมันจะทำให้การสร้างลูกค้าใหม่ได้ผลเต็มที่  เราต้องไปใกล้ชิดกับพวกเขา  ทำให้พวกเขาติดต่อเราได้ง่ายๆ  กระจายสินค้าได้สะดวกและรวดเร็ว  วันหนึ่งเขาก็ให้เราไปดูสถานที่ๆเชียงใหม่  ที่ๆเขาหาไว้ให้เราทำ  ว่าเราพอใจหรือไม่  แค่นั้นเอง  จากนั้นก็ปล่อยเราบรรเลงเองตั้งแต่ต้นจนจบ  โผล่มาอีกทีก็ตอนวันเปิดกิจการ

            การมาออกความเห็นสั้นๆว่าทำไมไมทำเรื่องบะหมี่  จึงทำให้เราต้องเก็บเอามาคิดมาวิเคราะห์อย่างละเอียด  ว่าเบื้องหลังความคิดของเขาคืออะไร  มันคงไม่ใช่เรื่องให้มาผลิตบะหมี่สดออกขายแน่  เพราะมันไม่น่าทำแน่  เนื่องจากคนทำมีอยู่แล้วมากมาย  แม้แต่ในตลาดสดทุกแห่ง  คนที่ผลิตก็ซื้อแป้งของเราไปทำนั่นเอง  บะหมี่ก็เป็นแบบที่เรากินกันประจำจนชิน  พวกบะหมี่เกี้ยวอะไรทำนองนั้น  มันไม่เม็คเซนส์แน่ที่จะไปทำขายแข่งกับลูกค้าตัวเอง

            ทำไมจึงต้องมาออกไอเดียเอาตอนนี้  พอจะคิดออกบ้าง  ว่าคงจะเป็นเพราะธุรกิจที่เราทำอยู่  มันบูมสุดขีดแล้ว  เพราะวงการเบเกอรีมันก็มีมากจนเกิดจุดอิ่มตัว  เราเองก็ไม่คิดที่จะขยายกิจการออกไปแน่  เนื่องจากต้องทำตัวเป็นต้นตำหรับ  และทำให้คนอื่นมาเป็นลูกค้า  ธุรกิจหลักของเราคือการขายแป้ง    ไม่ใช่มาเอาดีทางธุรกิจเบเกอรี  ซึ่งขืนทำก็เท่ากับมาแข่งขันกับลูกค้าเราเอง  เท่ากับผลักไสให้ลูกค้าเราไปเป็นลูกค้าคู่แข่งรายอื่น  หรือเตะหมูเข้าปากหมาเสียเอง  นี่น่าจะเป็นเบื้องหลังคำว่าบะหมี่ของซีอีโอ.

            ตอนนั้นมันก็เริ่มเข้ายุคสมัยของธุรกิจแฟรนไชส์  เราเองก็สนใจอยู่ไม่น้อย  จนมามองสิ่งที่ทำอยู่  มันก็คาบเกี่ยวกับการค้าขายในระบบนี้พอสมควร  เพียงแต่มันหลวมๆและไม่ชัดเจน  ไม่มีสัญญาผูกมัดหรือกฎเกณฑ์ที่จะต้องทำตัวอยู่ในกรอบ  เผอิญกับการที่เคยเห็นธุรกิจนี้ในต่างประเทศ  ซึ่งมันบูมมาก ก็มีธุรกิจร้านบะหมี่อยู่ด้วย  จึงมาถึงบางอ้อ  ว่าซีอีโอ.น่าจะมองตรงนี้ละมั้ง

            คิดมาถึงตรงนี้  เราก็คลำหาจุดเริ่มต้นได้  เอาไอเดียมาปรึกษาหารือกับลูกน้องมือรองๆ  โดยวางคอนเซ็ปไว้ว่า  เราจะทำ”นูเดิลเฮ้าส์”ขึ้นมา โดยเอาร้านเบเกอรีเก่าสองคูหาในสยามสแควร์นั่นแหละ  ทำเป็นต้นแบบ  และต่อจากนั้นเราก็จะทำธุรกิจแฟรนไชส์นูเดิลเฮาส์  หรือร้านบะหมี่ในสไตล์ของเราเอง  หน้าที่ของลูกน้องคือ  คิดค้นเรื่องบะหมี่ในสไตล์ของเราเองที่ไม่เหมือนใคร  สูตรการปรุงบะหมี่แต่ละชนิดขึ้นมาสักสิบยี่สิบรายการ  รสชาดแบบคนไทยที่มีกลิ่นอายของ  จีน   ญี่ปุ่น ปนบ้าง  กลุ่มเป้าหมายก็คือวัยรุ่น

            ที่บะหมี่ต้องเป็นอะไรใหม่ๆ หรือเป็นสไตล์ของเราเอง  ก็เพื่อไม่ให้เป็นการไปทำลายลูกค้าตัวเอง  ต้องไม่ใช่เป็นบะหมี่ที่ใครก็จะทำได้  หัวใจมันอยู่ตรงนี้  กับน้ำซุปหรือหัวเชื้อ  รวมทั้งไสตล์ของร้านที่ต้องดูดี  ทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์  การฝึกอบรมและระบบงาน  ม่ายงั้นจะไปขายแฟรนไชส์ได้งัย

โครงการนี้กว่าจะคิดได้ก็นานพอสมควร  และกว่าจะค้นคว้ากันออกมาได้ทีละสูตร  ก็ต้องใช้เวลากันโขเหมือนกัน  รวมเวลาแล้วเกือบปีเห็นจะได้  พอมันเสร็จ  เราก็เชิญซีอีโอ.มาลองชิม  รวมทั้งนำเสนอโครงการทั้งโครงการให้ฟัง  เชื่อมั้ยว่า  เค้าพูดแค่เพียง  ทำไมคิดนานนัก  ทำไมไม่ถามตั้งแต่แรก  โอเค  ลงมือได้เลย  แค่นั้นจริงๆ”

“เขาก็เป็นคนแปลกดีเนอะ  สงสัยจะชมคนไม่เป็น  คนแบบนี้น่าจะเอาแต่ดุด่าเป็นไฟเลยสิ ใช่ไหม?”

“อ่านคนเก่งเหมือนกันนี่  ใช่เลย  ซีอีโอคนนี้ลูกน้องกลัวกันทั้งนั้น  กลัวถูกด่าน่ะ  คนๆนี้ไม่ชมคนต่อหน้าหรอก  ยกเว้นคนๆนั้น  จะเป็นคนที่เขาต้องการอะไรตอบแทน  เขาถึงจะชม เขาถึงจะพูด  ถ้าเขาจะชมลูกน้อง  เขาจะไม่พูดต่อหน้าหรอก  เขาจะแอบไปชมลับหลังกับผู้ใหญ่ด้วยกัน  เราเองก็เคยได้ยินจากผู้ใหญ่ของบริษัทหลายคน  ที่มาบอกเราว่า  ซีอีโอเขาชื่นชมผลงานเรานะ

แต่เราไม่ค่อยจะกลัวเขาหรอก  เพราะเราคิดว่าจุดยืนและน้ำหนัก  เกราะป้องกันของเราก็คือผลงาน  เราไม่มีแผล  ไม่มีลับลมคมนัยอะไรกับใคร  ทำธุรกิจให้บริษัทแบบตรงไปตรงมา  ไม่มีการโกงการกิน  เราทำแต่งาน  เราบริหารจัดการ  ดูแลลูกน้องอย่างดี  และเราก็รู้ศักย์ภาพในตัวเราพอสมควร  ว่าทำอะไรได้ไม่ได้บ้าง  สายตาคนอื่นจึงมองดูเหมือนว่า  เราเป็นตัวของตัวเองพอสมควร”

“ก็พอจะแปลได้ว่า  ความคิดของคนที่ชอบคิดต่อยอด  ต้องประกอบด้วยหลายๆองค์ประกอบ  ไม่ใช่เพียงแค่ตัวของคนๆนั้นเองใช่ไหม  มันมีสภาพและสิ่งแวดล้อมหลายๆเรื่อง  เข้ามาผสมปนเปด้วย”

“ก็น่าจะใช่นะ  เพราะบางคนที่คิดต่อยอดได้  แต่เอามาทำให้เป็นจริงไม่ได้  เพราะพอแค่คิดก็โดนปราม  หรือกีดกั้นเสียแล้ว  นายไม่เอาด้วยก็จบข่าว  ที่เห็นโดยทั่วไปก็อย่างระบบราชการไง  เจอแบบนี้เข้าคนที่คิดต่อยอด  มันก็ผิดหวังและเกิดความเซ็ง  ความเบื่อหน่ายที่จะคิด  ไม่รู้จะคิดไปทำไม  ก็ทำไปวันๆละกัน

คนที่เป็นนาย  ก็เป็นแฟ็คเตอร์สำคัญในเรื่องนี้เช่นกัน  คือต้องเปิดใจกว้างพอ  ต้องกล้าที่จะปล่อยมือให้ลูกน้องได้ทดสอบความคิดตัวเอง  ต้องอ่านลูกน้องให้ทะลุ  รู้จักที่จะแฮนเดิ้ลลูกน้องคนนั้นให้เป็น  หรือเอาอยู่ว่างั้นเหอะ  พยายามดึงศักย์ภาพ  และความสามารถลึกๆของลูกน้อง  ออกมาใช้ให้ได้มากที่สุด  อย่างซีอีโอ.คนนี้มีทุกอย่าง  แบบเดียวกับอดีตนายที่เป็นคนสร้างเราขึ้นมา  เพียงแต่เขาทั้งสองคน  มีสไตล์ที่แตกต่างกัน  ในการแฮนเดิ้ลเราเท่านั้น”

“แบบนี้ก็ถือว่ามีโชคด้วยนะ  ที่เจอคนเป็นนายแบบนี้  เก่งอย่างเดียวไม่มีโชค  ก็ยากเหมือนกันที่จะทำได้ขนาดนี้”

“จะว่างั้นก็ไม่ผิด  เรื่องแบบนี้มันต้องถูกฝาถูกตัวด้วย  ต่างฝ่ายต่างต้องอ่านกันให้ออก  ต้องทันกัน  จะก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเดียวก็ไม่ได้  ต้องดูจังหวะดูตาม้าตาเรือให้เป็น  มีเรื่องหนึ่งนะที่เราลองวัดใจกับซีอีโอ.  คือเรื่องเงินเดือนที่ผู้บริหารทั้งหมดถูกแช่แข็งสามปี  เราขอขึ้นเงินเดือนตัวเองกับซีอีโอดื้อๆเลย”

“ฮ้า  กล้าเล่นถึงขนาดนั้นเลยหรือ  ไหนลองเล่าให้ฟังหน่อย”

“ก็ฉวยจังหวะตอนจบเรื่องสีเทาๆ  ที่เราหาเงินให้ลูกน้องไปเมืองนอกนั่นแหละ  มีครั้งหนึ่งที่คุยกันเรื่องอะไรจำไม่ได้  แล้วเขาพูดทิ้งท้ายว่า  จะเอาอะไรอีกมั้ย  เราก็เลยสวนไปว่า  เราไม่อยากโกงเขาหรอกนะ  แต่เงินเดือนเราไม่พอกิน  เขาไม่คิดว่าเราจะเล่นไม้นี้  เลยตอบเราแค่ว่าแล้วจะดูให้”

“แล้วสำเร็จมั้ย?”

“สำเร็จสิ  เดือนถัดมา  เงินเดือนเราก็ขึ้น  ขึ้นอยู่คนเดียวในระดับบริหารด้วยกัน”

“แล้วคนอื่นเค้าไม่โวยกันหรือ?”

“โวยซิ  กระหึ่มไปทั้งกลุ่มเลย  แต่ซีอีโอ.คนนี้ก็แน่ว่ะ  คือให้คำอธิบายว่า  ในกรณีของเรานั้น  เป็นการบริหารในรูปแบบโพรฟิตเซนเตอร์  คือบริหารแบบต้องหาเลี้ยงตัวเอง  ถ้าได้กำไรก็ได้ส่วนแบ่ง  ซึ่งเราก็ให้ลูกน้อง  โดยทำเป็นเรื่องการปรับเงินเดือนขึ้นและจ่ายโบนัส  ตัวเราเองขึ้นอยู่กับนายโดยตรงก็คือซีอีโอ.  ทีนี้ซีอีโอ.ก็เอาเราเข้าไปรวมอยู่ในกลุ่มของผู้บริหาร  เราจึงไม่ได้ปรับเงินเดือนมาปีแล้ว  ที่จริงเราควรจะมีสิทธิได้  ภายใต้เงื่อนไขการบริหารแบบโพรฟิตเซนเตอร์นี้

ดังนั้นการปรับเงินเดือนให้เราจึงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง  หากผู้บริหารคนใดอยากได้อย่างเรา  ก็ต้องบริหารแบบโพรฟิตเซนเตอร์เหมือนเราด้วย  จะเอาไหมล่ะ  เรื่องก็เลยเงียบเป็นปลิดทิ้ง”        

comments powered by Disqus
2013-10-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 10
2012-08-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ ( 1 )
2012-08-28
ใช้คอมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 2.
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 12
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 11
2013-11-25
บริหารคน..ใครว่ายาก 13
2012-11-27
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 11
2012-09-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 3
2013-12-04
บริหารคน ใครว่ายาก 14
2014-01-08
บริหารคน..ใครว่ายาก 15
2012-09-12
ใช้คอมอมเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้
2014-03-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 16
2012-09-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 5
2013-05-09
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 17
2012-09-26
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 6
2012-12-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 12
2013-05-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 18
2013-05-22
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 19
2012-10-03
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 7
2012-10-10
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 8
2013-06-06
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 20
2013-01-16
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 13
2013-06-14
บริหารคน..ใครว่ายาก 1
2013-07-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 2
2013-01-30
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 14
2013-07-12
บริหารคน..ใครว่ายาก 3
2013-07-24
บริหารคน ใครว่ายาก 4
2012-10-31
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 9
2013-08-09
บริหารคน..ใครว่ายาก 5
2013-08-30
บริหารคน..ใครว่ายาก 6
2013-02-20
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 15
2013-09-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 7.
2013-09-19
บริหารคน..ใครว่ายาก 8
2013-10-03
บริหารคน..ใครว่ายาก 9
2013-03-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 16
107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com