เก่งบริหาร สไตล์เถ้าแก่
สุจินต์ จันทร์นวล
คอลัมน์นิส คม ชัด ลึก , ประธานกรรมการ บริษัท สมาร์ท ทู เวิร์ค จำกัด , ที่ปรึกษา Aroma Group , วิทยากรรับเชิญ รายการ Smart2work ทาง TTV1 Nation Channel

ใช้คอมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 2.

ใช้คอมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้2_1.jpg
ใช้คอมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้2_1.jpg (time.com)

            “คิดได้กับทำได้  มันคนละเรื่องเดียวกัน  เราก็รู้ดี  ดังนั้นเวลาเราคิด  จึงต้องเป็นความคิดที่น่าจะมีความเป็นไปได้เท่านั้น  ไอ้ความคิดแบบสุดโต่ง  หรือเข้าตำราเพ้อฝัน อะไรแบบนั้น  เราจึงไม่อยากคิด

            คิดแบบน่าจะมีทางเป็นไปได้ก็คือ  มีองค์ประกอบพื้นฐานที่เอื้ออำนวยอยู่บ้างแล้ว  อย่างเช่นเรามีคนที่มีความรู้ความสามารถอยู่ในมือแล้ว  ก็คือคนจากห้องแล็บ  ที่ใช้ทดสอบและควบคุมคุณภาพของแป้งสาลีที่ผลิตออกมา 

โดยเค้าต้องเอามาทดสอบทุกๆล็อตที่ผลิตออกมา ทำเอ็นโปรดักส์จริงออกมา  อย่างทดลองทำเค็ก ทำเพสตรี  ทำขนมปัง  ทำบะหมี่  ซาลาเปา  และโปรดักส์ทุกอย่าง  ที่ใช้แป้งสาลีแต่ละชนิด  แต่ละยี่ห้อ รวมทั้งโปรดักส์ของเบเกอรีแทบทุกชนิด  พอเขาทดลองเสร็จ  เขาต้องส่งมาให้เราตรวจสอบ  ด้วยการชิมและลงความเห็นในใบประเมินที่แนบมาทุกครั้งด้วย  เหมือนกับการทำไบลน์เทส  อะไรทำนองนั้น

เราเองก็ไปเกริ่นๆไอเดียกับตัวผู้จัดการที่รับผิดชอบด้านนี้  ซึ่งเธอก็ชอบมาก  และบอกว่าเราน่าจะทำได้  เธอช่วยเราเรื่องโรงเรียนได้แน่  และลูกน้องเธอหลายๆคน  ก็มีความรู้ความสามารถ ในการที่จะเป็นผู้สอนและถ่ายทอดได้สบายๆ  เพราะสิ่งที่พวกนี้ร่ำเรียนมา  เอามาใช้กับงานนี้แค่ไม่กี่สิบเปอร์เซนต์  เท่ากับว่าความเป็นไปได้เรื่องโรงเรียนมีเปอร์เซนต์สูง

ช่างทำขนม หรือที่เรียกว่าเบ็คเกอร์  ก็มีอยู่แล้ว  ที่ศูนย์บริการลูกค้า  สโคปงานก็แค่  แก้ปัญหาและไขข้อข้องใจให้ลูกค้า  ที่ซื้อแป้งไปแล้วทำออกมาได้ไม่ดี  ไม่ได้ผลอย่างที่ควรจะเป็น  แนะนำเท็คนิคและเคล็ดลับในการทำให้ 

ดังนั้นสิ่งที่คิดก็คือ เอาหลายๆอย่างที่มีอยู่  เอามาสร้างให้เป็นรูปร่างด้วยแผนงานใหม่  มีจุดมุ่งหมาย  และเป้าหมายที่ชัดเจน  ทั้งในระยะสั้น  และระยะยาว ซึ่งแน่นอนว่า  มันมีความเป็นไปได้ทีเดียว  เหลือเพียงการขับเคลื่อนให้มันเป็นจริงเท่านั้น

เมื่อคิดได้  ก็เขียนขึ้นเป็นโครงการ  ว่ากันตั้งแต่สาเหตุที่มาของโครงการ  หรือแนวคิดนี้ ว่ามันมาจากอะไร  และทำไมจึงควรจะมีโครงการนี้  คอมเซ็ปของโครงการ  ความคาดหวังของผลที่จะเกิดขึ้น  วิธีการดำเนินการ  การลงทุน  การใช้ทรัพยากรบุคคล  ประมานการประกอบการ มีทำตัวเลขให้ดูเสร็จ กี่ปีจะได้ทุนคืน  พร้อมกับการคาดคะเนยอดขายแป้งจะเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซนต์”

“ถามจริงๆนะ  อย่าหาว่าขัดจังหวะ  คนที่คิดอะไรด้วยคอมมอนเซนส์  สามารถเขียนโปรเจ็คหรือโครงการได้เอง  จากการใช้คอมมอนเซนส์ได้ด้วยหรือ?”

“เฮ่ย..งานนี้ใช้วิธีลอกเค้าน่ะ  ใครจะไปเขียนได้  มันระดับเขียนโปรเจ็คธุรกิจเลยนะ  คือเราไปขอแฟ้มของโปรเจ็คที่ทางบริษัทเค้าทำขึ้นมา  ช่วงที่ยื่นเรื่องขอกู้เงินแบงก์  เอามาลงทุนเท็คโอเวอร์โรงงานนี้  จากห้องทำงานของนายมาดู  เปิดอ่านดูแล้วก็ได้ความรู้ว่า  อ๋อ เขาเขียนโปรเจ็คกันหยั่งงี้เอง  มันต้องมีหัวข้ออะไรบ้าง เรื่องอะไรบ้าง และดำเนินไปยังไง  จนแผ่นสุดท้าย

เราก็แอบจดหัวข้อและจุดสำคัญๆไว้  พอเราลงมือเขียน  เราก็เอาแบบอย่างเค้ามาใช้  แต่ไม่ทั้งหมด  เอาเท่าที่จำเป็น  ให้มันสั้นๆง่ายๆ  ขาดหายไปบ้าง  รู้ดีว่าไม่สมบูรณ์หรอก  แต่มันตอบได้ทุกคำถามที่นายเค้าจะถาม  แบบว่า  เราก็คิดไว้ก่อน  หากเราเป็นนาย  พอเห็นไอเดียนี้  เราจะถามอะไรต้องการรู้อะไร  หัวข้อในโครงการมันมีบอกหมด”

“ตั้งใจจะทำอย่างไรกัโปรเจ็คที่เขียน?”

“ก็อยากให้มันเป็นจริงนะซี  ซึ่งมันก็ต้องให้บอร์ดบริหารและผู้ใหญ่เค้าเห็นชอบด้วย  อนุมัติให้ทำ  สั่งการลงมาเป็นลายลักษณ์อักษร  ตามขั้นตอนลักษณะที่บริหารกันอยู่  ทีนี้อยู่ดีๆจะส่งเรื่องขึ้นไปที่บอร์ดได้ไง  มันผิดขั้นตอนและไม่สมควรอย่างยิ่ง  เพราะเราเป็นแค่ผู้จัดการทั่วไป  เป็นจีเอ็มฝ่ายโรงงาน  ดันจะข้ามหัวข้ามฟาก ไปวุ่นวายกับเรื่องการขายการตลาด  ซึ่งมีจีเอ็มอีกคนดูแลอยู่ได้ไง  ที่ถูกต้องคือส่งให้เอ็มดีหรือกรรมการผู้จัดการ  ที่เป็นนายเราโดยตรง  ส่วนเขาจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย  เรื่องจะอยู่แค่ในแฟ้มในห้องทำงานเขา  หรือจะถูกส่งต่อไปถึงบอรด์หรือไม่  ไม่ใช่เรื่องของเราแล้ว

อย่างน้อยเราก็ได้สำแดงกึ๋นของเรา  ให้ผู้ใหญ่ได้เห็นและรับรู้  ว่าคนอย่างเรา  ฝ่ายขายมันจะมาดูถูกไม่ได้  ในเมื่อสิ่งที่เราคิด  มันเหนือชั้นกว่าฝีมือของฝ่ายขาย  ตอนนั้นรู้สึกสบายใจ  โล่งอก เหมือนยกภูเขาที่หนักไปด้วยความเจ็บใจ  ออกไปจากอก  ตามประสา ลูกผู้ชายประเภท ฆ่าได้หยามไม่ได้ อะไรทำนองนั้น

ส่งโปรเจ็คไปแล้ว  เราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก  จนเกือบลืมเรื่องนี้  จนกระทั่งวันหนึ่ง  ก็ถูกเรียกให้ไปเข้าที่ประชุมบอร์ด  โดยเค้าให้เราอธิบายรายละเอียดของโครงการแบบปากเปล่า  พร้อมกับการซักถาม  คนโน้นที  คนนี้ที  จนได้ข้อสรุปกันว่า  เป็นโครงการที่น่าสนใจมาก  แต่การบริหารการผลิต การบริหารโรงงานของเรา  เป็นผลงานที่พวกเขาพอใจ ไว้วางใจ  และต้องการให้เรารับผิดชอบต่อไป  รวมทั้งไม่มีใครจะมือถึง  มาบริหารแทนเราด้วย  โปรเจ็คนี้มันเล็กเกินไปสำหรับเรา  โรงงานสำคัญกว่า  และบอกว่าจะพิจารณาหาคนที่เหมาะสม  ให้ทำตามโปรเจ็คที่เราเขียน

เราก็ไม่ได้ว่าอะไร  แค่เรื่องนี้ถึงบอร์ด  เราก็ดังแล้ว  รับรองว่าฝ่ายขายมันหือไม่ออกแน่คราวนี้  แต่มีรายการแทงกั๊กจากซีอีโอ  นายของเอ็มดีเราอีกที โดยขออนุญาติจากประธานบอร์ด  ว่าจะเป็นผู้ขอดูแลโปรเจ็คนี้เอง

หลังจากนั้นไม่นาน  เขาก็เรียกเราไปคุย  เสนอความรับผิดชอบในการทำโปรเจ็คนี้ให้เรา  ให้เราบริหารทั้งหมด  เป้าหมายคือทำให้ได้ตามนโยบาย  แต่เราต้องสละตำแหน่งจีเอ็มของโรงงาน  และไปเป็นจีเอ็มฝ่ายการตลาดแทน  ยังไม่ต้องไปยุ่งเรื่องยี่ปั้ว  ให้ทำเฉพาะโครงการนี้เท่านั้น

มันเป็นเรื่องใหญ่ เป็นจุดหักเหของชีวิต  ของเส้นทางการทำงาน  จากงานที่เราพิสูจน์ผลงานออกมาแล้ว  ว่าเรามีฝีมือพอ  ซึ่งเป็นที่ยอมรับ  และเราเชื่อว่า  ตำแหน่งงานของเรามั่นคงและหนักแน่นชนิดใครจะมาเลื่อยขาเก้าอี้ยากมาก  กลับจะต้องมาเลือกเส้นทางใหม่  ที่ต้องเริ่มจากศูนย์  เพื่อพิสูจน์ตัวเองในอีกเส้นทาง  ที่ไม่เคยเดินมาก่อน  ในสมรภูมิ  ที่ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าภูมิประเทศเป็นยังไง  เราก็เลยขอเวลาซีอีโอคิดดูก่อน  จะให้คำตอบทีหลัง

ก็เอาเรื่องนี้ไปคุยกับนายโดยตรงคือเอ็มดี  คนที่เราคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง  เพราะเขาเป็นคนรับเราเข้ามาสู่บริษัทนี้  เป็นคนสร้างเราขึ้นมาก็ว่าได้  ฝึกสอนและเป็นเทรนเนอร์ให้  เราเคารพและนับถือเขามากที่สุด  มากกว่าซีอีโอหลายเท่า

ขอคำแนะนำจากเขาว่าเราควรทำอย่างไรดี  เขาบอกว่านี่คือโอกาสที่ดีของเรา  เพราะเรานั้นมาสุดทางของงานโรงงานแล้ว ถ้าเป็นการสอบ  เราเท่ากับเราได้เกียตินิยมแล้ว  เขารู้ดีว่า  เราจะทำอะไรได้มากกว่าการแค่คุมโรงงาน  การบริหารโรงงาน  เราจะไปได้ไกลกว่านี้แน่

เขาบอกว่าการเป็นลูกจ้างนั้น  คนที่สามารถหาเงินให้เถ้าแก่ได้  ก็จะสามารถทำเสียงดังได้  และเถ้าแก่ต้องให้ความสำคัญ  ผิดกับคนที่หาเงินไม่ได้  แม้จะประหยัดให้เถ้าแก่ได้  ดูแลทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทางได้  ต่อให้งานหนักกว่ายากกว่ายังไง  เสียงก็จะต้องเบากว่าอีกฝ่ายอยู่ดี

เขาพูดจาให้กำลังใจและแสดงความเชื่อมั่นในตัวเรา  ว่าแม้เราจะเปลี่ยนฟิลด์ในการทำงาน  เราจะทำได้แน่  เราไปรอด  เขาบอกว่าเขารู้จักเราดี  เขารู้ว่าเรามีอะไรอีกในตัวตนของเรา  มากกว่าที่เรารู้จักตัวเองด้วยซ้ำ  เขาก็ไม่ได้ไปไหน  ถึงแม้หากรับงาน  ก็จะต้องไปขึ้นกับซีอีโอโดยตรง  พ้นจากอกเขาไป  เขาก็ยังอยู่และให้ความช่วยเหลือเราได้

คือฟังแล้วก็พอสรุปได้ชัดเจนว่า  เขาอยากให้เรารับงานใหม่นี้  แม้จะเป็นอะไรที่ท้าทายสุดๆสำหรับเรา  เขาก็คิดว่ามันคุ้มกับการเสี่ยง  เพราะโอกาสมันมาอยู่ตรงหน้าแล้ว  สำหรับเขามันเท่ากับสร้างเราขึ้นมา  และส่งเราต่อให้คนที่เหนือกว่า  เขาก็ได้ความภาคภูมิ และการยอมรับในฝีมือเช่นกัน เราก็ตัดสินใจได้  ด้วยความเชื่อมั่นในตัวนาย  และจิตใจที่เขามีต่อเรา  เสี่ยงเป็น เสี่ยงกัน  ไปตายเอาดาบหน้า  ไม่รุ่ง ก็ร่วงละวะ”

“ถามจริงเหอะ  ตอนนั้นคิดว่ามันคุ้มกับการเสี่ยงหรือ  ไม่เสียดายสภาพของคนที่ใหญ่ที่สุดในโรงงาน  มีลูกน้องเป็นร้อยๆ  เหมือนนายทหารระดับนายพล  ต้องออกรบกับทหารไม่กี่คน  เข้าสมรภูมิที่ไม่รู้ว่าศัตรูมีกำลังเท่าไหร่  อาวุธอะไรบ้าง  ไปแล้ว ก็กลับถิ่นเก่าไม่ได้ด้วย  ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว  เข้าตำราอยู่ดีไม่ว่าดี”

“ความจริงก็ตัดสินใจยากอยู่เหมือนกัน  แต่เชื่อนาย  และเมื่อรู้ว่าตำแหน่งนายพลตรงนั้นมันตันแล้ว  อยู่ไปก็คงแก่ตายคาตำแหน่ง  มีอะไรให้เรียนรู้  มีอะไรท้ายทายให้เผชิญอีกตั้งเยอะ ในชีวิตนี้  และสิ่งที่นายให้ข้อคิด  เรื่องการเป็นลูกจ้างที่หาเงินเข้าบริษัทได้  ต่างกับหาไม่ได้ยังไงน่ะ  มันโดน  หรือเท่ากับเห็นเป้าหมายของชีวิต ในเส้นทางใหม่  การเริ่มอะไรใหม่ๆ  มันก็เสี่ยงทั้งนั้น  เราเองก็เสี่ยงมาตลอดตั้งแต่เริ่มเส้นทางเก่า  จนมาสุดทาง  เปลี่ยนเส้นทางใหม่  ก็เสี่ยงใหม่  เหมือนกันละวะ

แต่ในส่วนลึกๆ  นายอาจจะอ่านทะลุก็ได้  ว่าระยะหลังๆ  เมื่อการบริหารโรงงาน มันเข้าที่จนทุกอย่างมันเดินไปเองด้วยระบบที่วางไว้แล้ว  เราก็เริ่มมาให้ความสนใจทางด้านการตลาดมากขึ้นๆ  และเราก็มักจะมีไอเดียอะไรแปลกๆออกมาบ่อยขึ้น  เวลาคุยกับนาย 

มาคิดดู เราก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ  มันอาจเป็นเพราะไม่มีอะไรท้าทาย และน่าสนุกให้ทำอีกแล้ว  สำหรับงานโรงงาน  จึงรู้สึกเบื่อๆและอิ่มตัว  ในขณะที่เรื่องการตลาด  มันน่าสนุกตื่นเต้น  ท้าทายให้ขบคิด  ให้หาทางออก  ในการตอบโจทย์  มันคิดไปได้กว้างไกล  โดยไม่มีขีดจำกัด  ทำให้เรารู้สึกสนใจกับมันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

พอต้องตัดสินใจ  ความรู้สึกมันก็โน้มเอียงไปมากพอ  จนยอมสละสถานะนายพล  ไปนำทหารไม่กี่คน  ที่เอาติดตัวไป  แลพร้อมที่จะตายเอาดาบหน้า”

“เอาละตรงนี้ละน่าสนใจ  อยากรู้การเริ่มต้นทำโปรเจ็คจริงๆ  จากกระดาษ  ทำออกมาอย่างไรให้เป็นจริง  เอาให้ละเอียดเลยนะ”    

comments powered by Disqus
2013-10-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 10
2012-08-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ ( 1 )
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 12
2013-11-13
บริหารคน..ใครว่ายาก 11
2013-11-25
บริหารคน..ใครว่ายาก 13
2012-11-27
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 11
2012-09-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 3
2013-12-04
บริหารคน ใครว่ายาก 14
2014-01-08
บริหารคน..ใครว่ายาก 15
2012-09-12
ใช้คอมอมเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้
2014-03-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 16
2012-09-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 5
2013-05-09
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 17
2012-09-26
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 6
2012-12-19
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 12
2013-05-17
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 18
2013-05-22
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 19
2012-10-03
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 7
2012-10-10
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 8
2013-06-06
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 20
2013-01-16
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 13
2013-06-14
บริหารคน..ใครว่ายาก 1
2013-07-04
บริหารคน..ใครว่ายาก 2
2013-01-30
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 14
2013-07-12
บริหารคน..ใครว่ายาก 3
2013-07-24
บริหารคน ใครว่ายาก 4
2012-10-31
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 9
2013-08-09
บริหารคน..ใครว่ายาก 5
2013-08-30
บริหารคน..ใครว่ายาก 6
2013-02-20
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 15
2013-09-10
บริหารคน..ใครว่ายาก 7.
2013-09-19
บริหารคน..ใครว่ายาก 8
2013-10-03
บริหารคน..ใครว่ายาก 9
2012-11-14
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 10
2013-03-05
ใช้คอมมอนเซนส์ก็เป็นนักบริหารได้ 16
107/1 ซอยลาดพร้าว 122 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 โทรศัพท์: 02 934 2512 Fax:02 934 2511
mail:info@thailandonlinefocus.com